เมื่อวันที่ 26 ก.พ. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ชาวนาได้รับส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว อีกงวด โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรพืช 5 ชนิด คือ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวนั้น นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รายงานว่า ได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 งวดที่ 20 โดยมีมติจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 18-24 ก.พ. 2565 จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี, ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกเหนียว ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่ต้องจ่ายชดเชยแล้ว เพราะสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยว
นางมัลลิกา กล่าวอีกว่า สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการจ่ายเงินส่วนต่าง งวดที่ 20 ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 11,815.28 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 2,184.72 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 10,280.55 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 719.45 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 8,383.83 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,616.17 บาท และข้าวเปลือกเหนียว ราคา 9,834.41 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 2,165.59 บาท ในจำนวนนี้จะมีเกษตรกรบางส่วนได้รับเงินส่วนต่างสำหรับงวดที่ 20 สูงสุด คือ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 34,955.52 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 17,986.25 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า 48,485.10 บาท และข้าวเปลือกเหนียว 34,649.44 บาท การจ่ายเงินส่วนต่างประกันรายได้ในปีที่ 3 หลักการเดิม คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของเกษตรกรภายใน 3 วันทำการ หลังจากมีการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง ซึ่งครั้งนี้ ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากติดวันหยุดราชการ ดังนั้น ธ.ก.ส. จะต้องโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรในสัปดาห์หน้า ไม่เกินวันพุธที่ 2 มี.ค.นี้

ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 3 ได้ประกันราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน, ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกิน 30 ตัน, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกิน 25 ตัน, ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน โดยเข้าเปลือกชนิดต่าง ๆ ความชื้นไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์
“หากชาวนาท่านใดมีปัญหาตรงจุดใด ให้ประสานงานกับ ธ.ก.ส. เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม นอกจากนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ยังมีโครงการที่เป็นมาตรการเสริมต่อเนื่องในปี 3 นี้ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับราคาให้ได้ ตอนนี้ข้าวเป็นสินค้าประกันรายได้เพียงอย่างเดียวที่ราคายังไม่สูงกว่าราคาประกัน ดังนั้นยาอีกขนานหนึ่งคือ รองนายกฯจุรินทร์ได้เร่งรัดการส่งออกข้าวและใช้โอกาสทุกเวทีในการผลักดันการส่งออกข้าว โดยได้สั่งการให้แผนงานกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว จะทำให้ดีที่สุด” นางมัลลิกา กล่าว



