“เล่นการเมืองบนความเดือดร้อนของประชาชน” ฝนยังไม่ทิ้งช่วง ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า ไม่ตกแช่จนระบายน้ำไม่ทันอีก การเร่งเอาซีนทางการเมืองช่วงนี้จะดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนัก
หัวหมู่ทะลวงฟัน “สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่า “หลายพรรคมีแนวทางร่วมกันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นแน่ๆ เร็วๆ นี้ เบื้องต้นเรารวบรวมทั้งข้อกล่าวหา จำนวนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อีกไม่กี่วันหลังจากนี้จะได้มีการตัดสินใจเคาะอย่างเป็นทางการ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้มีข้อมูลสำคัญเยอะมาก และน่าจะเป็นการอภิปรายครั้งหนึ่งในครั้งประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายค้านมีข้อมูลเยอะแยะขนาดนี้”
พร้อมทั้งปูดข่าวโดนสกัด “แต่สิ่งที่เราเป็นกังวลคือ ณ ตอนนี้เราได้รับสัญญาณ ได้ข่าวมาว่าฝ่ายเลขาฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ถูกกดดันอย่างมาก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีความพยายามเล่นการเมืองในการที่จะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่าย” ถ้าฝ่ายค้านบอกถูกขัดขวาง ก็เดากันไม่ยาก คือการสกัดญัตติ “ห้ามอภิปรายในเรื่องคุณสมบัติของตัวบุคคล ต้องอภิปรายเฉพาะในส่วนงานในรัฐบาล “อนุทิน 2” เท่านั้น”
ถ้าเปิดให้อภิปรายเรื่องคุณสมบัติ ก็จะกลายเป็นเวทีฮั้ว สว. ที่ฝ่ายค้านจะชี้หน้ารัฐมนตรีว่า“คนนั้นคนนี้ขาดคุณธรรม เกี่ยวข้องกับฮั้ว สว.” แม้ว่า “ประธานตุ๋ง” โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะพูดเหมือนไฟเขียว อยากอภิปรายอะไรก็ได้ แต่ “สส.รังสิมันต์” ก็ไม่ไว้ใจ บอกว่า “เราคงต้องดูว่าจะมีความพยายามในการยืมมือของฝ่ายประจำเพื่อให้ตีความต่างๆ เป็นไปในทิศทางที่เป็นผลร้ายต่อฝ่ายค้านหรือไม่ เรายืนยันได้ว่ามีกระบวนการที่จะไปเตะตัดขาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ”
การยื่นญัตติ น่าจะยื่นภายหลังการประชุมเวิลด์แบงก์ & ไอเอ็มเอฟ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ วันที่ 12-18 ต.ค. นี้ เกมก่อนจะยื่นอภิปราย ก็ต้องปั่นประสาทรัฐบาลเป็นระยะๆ รวมถึงสร้างภาพเป็นลบหนักๆ ว่า ขาดความชอบธรรม ที่ใช้เยอะที่สุดก็เรื่องฮั้ว สว. ที่ตอนนี้เงียบก่อน แต่ฝ่ายค้านมีความหวังว่า ศาลฎีกาจะเรียกสอบเพิ่มเติมเพราะสำนวน กกต. ไม่สมบูรณ์ ต่อมาก็เรื่องน้ำท่วม ว่ารัฐบาลประเมิน และบริหารสถานการณ์ผิดพลาด
ตอกลิ่มด้วยพยายามสร้างข่าวให้เกิดความระแวงหรือไม่พอใจกันเอง ว่า “มีหนอนบ่อนไส้” ข้อมูลบางอย่างได้มาจากฝั่งคนในพรรครัฐบาลเอง ว่ากันไปถึงขนาดมีสมมุติฐานว่า ที่พูดว่า สามีของ “ไอเดียร์” สุชาดา แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย อาจมีเอี่ยวสแกมเมอร์ ก็เพราะข่าวว่า ถ้าปรับ ครม. ชื่อของ “สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พ่อ สส.ไอเดียร์ จะมาแทนรัฐมนตรีลูกเทพบางคน ต้องยืมมือปล่อยข่าวสกัด พังไม่ว่าขอขัดขาไว้ก่อน
ในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเองก็มีข่าวไม่ค่อยจะดี ชวนให้คิดว่า อาจหักเอาในการโหวต ท่าทีของ นายสุทิน คลังแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็น่าสนใจ ที่ส่งสัญญาณว่า “ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกได้เลย เชื่อว่าไม่โดนรัฐมนตรีเพื่อไทย เพราะไม่มีใครมีแผล” ดูเป็นการแสดงความไม่ยี่หระในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล กระทั่งท่าทีของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ใส่รองเท้าเขียวข้าง น้ำเงินข้าง ก็ถูกเอามาตีความเป็นเรื่องสายสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรม
เป้าหมายการข่าวทั้งหมด เพื่อให้สังคมรู้สึกว่า “นอกจากรัฐบาลนี้จะไม่ชอบธรรมแล้ว ยังจะง่อนแง่นกันภายในด้วย” เร่งอุณหภูมิให้ประชาชนยิ่งอยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตาม อยู่ๆ ก็เกิดเหตุ “อ.ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ออกมาติงความเคลื่อนไหวพรรคส้ม ชักจะเอาแต่หาแสง เน้นก่อดราม่า จนอุดมการณ์ชักจะบิดเบี้ยว การดึงสติตรงนี้น่าสนใจว่า จะทำให้ต้องทบทวนท่าทีประโคมข่าวรายวันหรือไม่
ถึงจะดึงกันไว้ เมื่อความต้องการสอยรัฐบาลมันสูง ก็คงต้องปล่อยข่าวแย้มนิดตอดน้อย ปั่นประสาทต่อก่อนศึกจริง.



