เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 11 สุราษฎร์ธานี-ชุมพร น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโครงการพาน้องกลับมาเรียนว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ตนต้องการมาติดตามนโยบายดังกล่าว เพราะต้องการรับทราบความก้าวหน้าของนโยบายต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนคุณภาพชุมชน โครงการพาน้องกลับมาเรียน ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นโครงการเร่งด่วนว่าในระดับพื้นที่มีการขับเคลื่อนไปแล้วมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากอยากให้เรื่องนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 นี้ ทั้งนี้จากการรายงานข้อมูลการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า ระดับพื้นที่มีการบริหารจัดการนโยบายดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะความร่วมมือการแก้ปัญหาเด็กตกหล่นที่ได้ทำความร่วมมือกับหน่วยงานพื้นที่ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้มีการสำรวจแก้ปัญหาความยากจนระดับครัวเรือนจึงทำให้เราพบข้อมูลเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษาตามไปด้วย ดังนั้นตนขอให้แต่ละเขตพื้นที่ได้มีการดำเนินการความร่วมมือแบบนี้ด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงในการทำงานมากขึ้น สำหรับโรงเรียนคุณภาพชุมชนเขตพื้นที่จะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และจะต้องเร่งการจัดทำแผนโรงเรียนคุณภาพชุมชนให้เสร็จโดยเร็วด้วย 

รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนยังได้เปิดงาน Kick-off สถานศึกษาปลอดภัย เพื่อสร้างการรับรู้การเข้าถึงระบบมาตรฐานความปลอดภัยในสถานศึกษา หรือ SAFE สถานศึกษาปลอดภัย สัญจร ที่โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 6 แล้ว นอกจากระบบแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่น MOE Safety Center จะพร้อมใช้งานเพื่อรับแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษาแล้ว สพฐ. ยังได้จัดการอบรมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความพร้อมในการใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา โดยการทดสอบความเข้าใจการใช้งานแอปพลิเคชัน มีครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านการทดสอบระดับคะแนน 70% ขึ้นไป จำนวน 157,815 คน เพื่อรองรับการดำเนินการสถานศึกษาปลอดภัยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก 8 กระทรวง 2 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา จนขยายไปยังชุมชนในวงกว้างต่อไป ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย มีความสุข ทำให้โรงเรียนเป็นบ้านหลังที่สองของนักเรียนทุกคนอย่างแท้จริง

“ส่วนการสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และ ม.4 เท่าที่รับฟังรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีการวางแผนบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพราะมีโรงเรียนบางส่วนได้เปิดสอบเข้า ม.1 บ้างแล้ว โดยยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเด็กทุกคนมีที่เรียน และจะไม่ตัดสิทธิใครแม้จะมีนักเรียนติดโควิดแต่จะต้องได้มาเข้าสอบ เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมจัดห้องสอบเฉพาะแยกเป็นสัดส่วนให้ เพื่อไม่ให้เด็กเสียสิทธิการสอบ ซึ่งโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศก็จะดำเนินการตามมาตรการนี้ด้วย” น.ส.ตรีนุช กล่าว