สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประชุมเมื่อวันจันทร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 9 ของปีนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา


นางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นผู้นำเสนอร่างมติซึ่งได้รับความสนับสนุนจากสมาชิกยูเอ็นเอสซี 10 ประเทศ และอีกสองประเทศที่อยู่นอกคณะมนตรี คือ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับ “การประณาม” การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของรัฐบาลเปียงยาง

นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น ทักทายกับนายจาง จวิน (หันหลัง) เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น ก่อนเริ่มการประชุม


ขณะเดียวกัน เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า การที่ยูเอ็นเอสซียังคงเพิกเฉยและไม่มีมาตรการ ต่อการที่เกาหลีเหนือกลับมายิงทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นปีนี้ เป็นการบั่นทอน “ความน่าเชื่อถือ” ของยูเอ็นเอสซีเช่นกัน โดยไม่มีการระบุชื่อประเทศ แต่แหล่งข่าวทางการทูตให้ข้อมูลเพิ่มว่า จีนและเกาหลีเหนือไม่สนับสนุนร่างมติของสหรัฐ


ในอีกด้านหนึ่ง ศูนย์ศึกษาการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (ซีเอ็นเอส) “เจมส์ มาร์ติน” ของสหรัฐ เผยแพร่รายงานพร้อมชุดภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งบ่งชี้ว่า “มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ” ภายในนิคมนิวเคลียร์ปุงกเย-รี อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นการก่อสร้าง “โครงสร้างบางอย่าง” แต่ยังไม่มีความชัดเจน ว่าเป็นโครงสร้าง หรืออาคารแบบใด


หากเป็นความจริง การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2561 ที่รัฐบาลเปียงยางยืนยัน “การทำลาย” นิคมนิวเคลียร์แห่งนี้ ก่อนการพบหารือครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กับผู้นำสหรัฐในเวลานั้น คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สิงคโปร์


ทั้งนี้ นิคมนิวเคลียร์ปุงกเย-รี เป็นสถานที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ทั้ง 6 ครั้ง ของเกาหลีเหนือ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 และครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ย. 2560 โดยรัฐบาลเปียงยางอ้างว่า เป็นการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน ทรงพลังที่สุดในบรรดาระเบิดที่เคยทดสอบมา.

เครดิตภาพ : REUTERS