นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เดือน ก.พ. 69 จำนวน 6,469 รายทั่วประเทศ เกี่ยวกับภาระหนี้สินของประชาชนและแนวโน้มในอนาคตพบว่า สัดส่วนหนี้สินของประชาชนปี 68 ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ในปี 69 ประชาชนมีแนวโน้มระมัดระวังทางการเงินมากขึ้น เนื่องจากความไม่แน่นอนของรายได้และภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ที่ส่งผลต่อสถานะทางการเงินของประชาชน  

สำหรับภาพรวมภาระหนี้สินของประชาชน พบว่า ประชาชนมีสัดส่วนมีหนี้สินที่ 62.44% เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.พ. 68 ที่ 50.99% โดยมีสาเหตุจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น ที่ส่งผลให้ประชาชนมีการสร้างภาระหนี้สินมากที่สุด โดยมีสัดส่วน 29.06% และตามมาด้วยการซื้อสินทรัพย์ อาทิ ที่อยู่อาศัยและยานพาหนะ 25.83%  การสร้างหนี้เพื่อการลงทุน 13.45%  เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มอายุที่ต่ำกว่า 20 ปี สร้างหนี้มาจากค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่เพิ่มมากที่สุด 37.88% และกลุ่มที่อายุมากกว่า 60 ปี  24.88%  

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด ประชาชนที่มีหนี้สิน 78.86% มีลักษณะหนี้สินเป็นหนี้ในระบบ ตามมาด้วยหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบที่ 13.72% และหนี้นอกระบบ 7.43% โดยอาชีพพนักงานของรัฐ พนักงานเอกชน และนักศึกษา เป็นกลุ่มมีหนี้ในระบบมากที่สุด ที่ร้อยละ 89.09% 82.71% และ 80.28% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มเกษียณอายุและไม่ได้ทำงาน และกลุ่มอาชีพรับจ้างและบริการอิสระเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้นอกระบบสูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ ซึ่งสะท้อนถึงการเข้าถึงการขาดแคลนโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินตามกฎหมาย  ขณะที่กลุ่มอาชีพเกษตรเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้ทั้งสองระบบมากที่สุด   

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ประเภทของหนี้สิน ในการสำรวจในภาพรวม พบว่า การกู้เงินจากสถาบันการเงินยังเป็นสัดส่วนหนี้สินที่ประชาชนมีสัดส่วนมากที่สุด ที่ 23.23% ตามมาด้วยบัตรเครดิต 19.90% การผ่อนชำระหรือขอสินเชื่อ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 12.90% และการกู้สหกรณ์ 12.87%  

อย่างไรก็ตาม แยกตามอายุ พบว่า ประชาชนอายุต่ำกว่า 29 ปี มีสัดส่วนหนี้สินจากการผ่อนหรือขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์สูงอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มเพิ่มในอนาคต โดยสัดส่วนหนี้สินในลักษณะดังกล่าวสูงถึง  27.25% โดยเฉพาะนักศึกษา มีหนี้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ถึง 31.55% มากกว่าหนี้สินจากการกู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขณะที่กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนหนี้สินเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินมากที่สุด

ส่วนแนวโน้มสถานการณ์หนี้สิน ปี 69 ภาพรวม พบว่า ประชาชนจะไม่มีการสร้างหนี้เพิ่มเติมในปี 69 สูงถึง 61.84% และในส่วนที่คาดการณ์ว่าจะมีการสร้างหนี้ในปี 69 มีสาเหตุมาจากภาระค่าใช้จ่ายประจำและจำเป็นมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น  15.52% ตามมาด้วยการสร้างหนี้เพื่อการชำระหนี้ปัจจุบัน  4.86% และการลงทุนระยะยาว 4.48%

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอาชีพ พบว่า กลุ่มเจ้าของกิจการมีแนวโน้มการสร้างหนี้สินเพื่อการประคับประคองธุรกิจ มากกว่าเพื่อขยายกิจการ ขณะที่กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มอาชีพอิสระ มองว่าจะต้องมีการสร้างหนี้สินเพื่อการชำระหนี้เก่าและรายได้ที่ไม่แน่นอนสูงกว่ากลุ่มอื่น กลุ่มอาชีพที่มีรายได้แน่นอน อาทิ พนักงานของรัฐและพนักงานเอกชน มีแนวโน้มจะสร้างหนี้สินเพื่อการซื้อสินทรัพย์มากกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ