สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 8 มี.ค. โดยอ้างจากรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ว่าเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และประเทศในยุโรปตะวันตกอีกหลายแห่ง ต้องการให้คณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) “ตรวจสอบ” เอกสารของยูเครน ซึ่งแสดงเจตจำนงในการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุมัติ ที่หากเกิดขึ้นจริง “จะเป็นกรณีพิเศษ”


ทั้งนี้ แหล่งข่าวให้ข้อมูลกับบลูมเบิร์ก ว่าเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ต้องการมอบความสนับสนุนให้แก่ยูเครน เพื่อการยุติสงครามและการฟื้นฟูประเทศ มากกว่าการนำยูเครนเข้าสู่กระบวนการ “ที่ต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 1 ทศวรรษ” และในทางปฏิบัตินั้น “กระบวนการเร่งรัด” ตามการเรียกร้องของยูเครน “ไม่มีอยู่จริง” เนื่องจากการรับรองต้องเป็นมติเอกฉันท์จากสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ และยกตัวอย่างตุรกี ซึ่อยู่ในสถานะ “ผู้สมัคร” ตั้งแต่ปี 2542


นอกจากนี้ เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ยังคงมีความกังวล เกี่ยวกับเศรษฐกิจของยูเครน ซึ่งยากจนที่สุดในยุโรป โดยมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ของยูเครน ยังไม่ถึงครึ่งของบัลแกเรียซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอียูที่ยากจนที่สุด


ด้านนางอันนาเลนา แบร์บ็อก รมว.การต่างประเทศของเยอรมนี เคยกล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบดี เกี่ยวกับความปรารถนาของยูเครนในเรื่องนี้ แต่กระบวนการพิจารณา “ใช้เวลานานเป็นเดือน” ขณะที่แหล่งข่าวในทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสให้ความเห็นว่า “ยุโรปไม่ควรให้คำมั่นสัญญากับใคร หากไม่สามารถปฏิบัติตามได้” ส่วนนายโฮเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาสมาชิก “ใช้เวลานานหลายปี”


ปัจจุบัน อียูมีสมาชิก 27 ประเทศ โดยโครเอเชียเป็นสมาชิกล่าสุด ได้รับการอนุมัติเมื่อปี 2556 ขณะที่สหราชอาณาจักรเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพแห่งนี้ และเป็นประเทศแรกที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกอียู มีผลอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ม.ค. 2563.

เครดิตภาพ : REUTERS