นายจัสติน ฟ่าน รองประธานอาวุโสฝ่ายการจัดจำหน่ายโซลูชันและการตลาด กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หัวเว่ย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับ มหาวิทยาลัยนครพนม โดยมี ดร.พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีศาสตราจารย์ ดร.กระแส ชนะวงศ์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม ร่วมเป็นสักขีพยาน
ทั้งนี้ภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ หัวเว่ยจะให้คำปรึกษาแก่มหาวิทยาลัยนครพนม รวมถึงสนับสนุนความรู้ความเชี่ยวชาญ หลักสูตรที่มีคุณภาพ ตลอดจนสื่อการเรียนการสอน ซึ่งจะสามารถช่วยคณาจารย์ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่บรรดานักศึกษาของมหาวิทยาลัย และด้วยการใช้เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม อาทิ บิ๊กดาต้าและบริการคลาวด์ และจะช่วยทรานสฟอร์มมหาวิทยาลัยนครพนมให้ก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ หรือ Smart University เพื่อช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ และช่วยบ่มเพาะเหล่านักศึกษาให้พร้อมต่อการเป็นบุคลากรที่เพียบพร้อมด้วยทักษะอุตสาหกรรมสำหรับการก้าวไปสู่โลกแห่งการทำงาน
สำหรับในความร่วมมือกับหัวเว่ย ไอซีที อะคาเดมี่ และสมาคมบุคลากรด้านไอซีที (ICT Talent Alliance) นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนครพนม จะได้รับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติจากผู้ฝึกสอนจากโครงการ Huawei ICT Academy และจะได้รับการรับรองจากหัวเว่ย ซึ่งจะทำให้สามารถเริ่มต้นก้าวสู่โลกแห่งการทำงานได้โดยทันที นอกจากนี้ นักศึกษายังจะสามารถเข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการ Huawei ICT Competition และ Huawei ICT Job Fair ได้อีกด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยชั้นนำของไทยหลายแห่ง เพื่อช่วยสร้างระบบนิเวศด้านบุคลากรที่แข็งแกร่งและขยายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีดิจิทัลไปทั่วประเทศ
ด้าน ดร.พรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยนครพนม มีนโยบายการพัฒนาสู่การเป็น SMART University ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายจังหวัดนครพนมที่จะเป็น SMART CITY ดังนั้นการร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มทักษะด้านไอทีแก่นักศึกษาและบุคลากร ได้บูรณาการนวัตกรรมสมัยใหม่ ให้พร้อมสำหรับการปรับสู่โลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะ การเก็บข้อมูลด้วยคลาวด์ การสร้าง Big Data และปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น
ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะช่วยกันผลักดันและสร้างแนวคิดการมีโซลูชันต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ภายใต้ MoU ฉบับนี้ มีขอบเขตระยะเวลา 1 ปีในการทำงานร่วมกัน โดยจะมีการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาด้านไอที ส่งเสริมการฝึกงาน และต่อยอดการทำงานระหว่าง 2 สถาบันในอนาคตต่อไป



