นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า สดช. ได้ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล เพื่อพัฒนา องค์ความรู้ ให้กับผู้ต้องขังหลังกลับคืนสู่สังคม ด้วยการเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานสำหรับการประกอบวิชาชีพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เรียนรู้สังคมออนไลน์ และแพลตฟอร์มต่างๆ ในการสร้างอาชีพ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งจ้างงาน สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ เมื่อกลับเข้าสู่การใช้ชีวิตในสังคม โดยนำร่องใน 2 เรือนจำ คือทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา
“ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และยังมีผลต่อการปรับเปลี่ยน ไลฟ์สไตล์ของวิถีชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการทำงานในปัจจุบัน ที่ต้องมีการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลตลอดเวลา และทันต่อสถานการณ์ ดังนั้นทางรัฐบาลและ สดช. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญ พื้นฐานในการพัฒนาด้านบุคลากรในทุกภาคส่วน” นายภุชพงค์ กล่าว

ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์มีนโยบายในด้านการควบคุมดูแล และการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงยุติธรรม ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ตามนโยบาย ที่จะลดความแออัดในเรือนจำ ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ สร้างโอกาสกลับสู่สังคม พัฒนาสิทธิผู้ต้องขัง พัฒนาบุคลากร โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งการพัฒนาทักษะความรู้ต่างๆ ที่จำเป็นภายหลังจากพ้นโทษ จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำได้
ด้วยการให้ผู้ต้องขังได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างอาชีพได้ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีภายหลังจากพ้นโทษ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งการนำร่อง 2 เรือนจำ คือทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา เพราะเป็นเรือนจำที่มีศักยภาพ และความพร้อมในด้านบุคลากรและเครื่องมือ และจะพิจารณาขยายการอบรมดังกล่าวไปยังเรือนจำอื่นต่อไป.



