เมื่อวันที่ 10 มี.ค. น.ส.ทัศนีย์ แน่นอุดร รองผอ.มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) เปิดเผยว่า มพบ. ร่วมกับเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไทยแพน) สุ่มตรวจสารเคมีเกษตรตกค้างในส้มและน้ำส้มในภาชนะบรรจุปิดสนิท แบ่งเป็นส้มจำนวน 60 ตัวอย่าง ได้แก่ ส้มสายน้ำผึ้ง 18 ตัวอย่าง ส้มเขียวหวาน 12 ตัวอย่าง ส้มโชกุน 9 ตัวอย่าง ส้มแมนดาริน 8 ตัวอย่าง ส้มสีทอง 3 ตัวอย่าง ส้มนาเวล 2 ตัวอย่าง ส้มเมอร์คอท 2 ตัวอย่าง ส้มซาถัง 2 ตัวอย่าง ส้มกัมควอท 1 ตัวอย่าง ส้มซันคิสท์ 1 ตัวอย่าง ส้มเอินชู 1 ตัวอย่าง และส้มเช้ง 1 ตัวอย่าง และน้ำส้มยี่ห้อต่างๆ 10 ตัวอย่าง โดยเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 3-10 ม.ค. 2565 ที่วางจำหน่ายตลาดค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และช่องทางออนไลน์

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบพบว่า กรณีส้ม 60 ตัวอย่างพบสาสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน 57 ตัวอย่าง คิดเป็น 95% และพบว่า 5% หรือ 3 ตัวอย่าง มีสารพิษตกค้างแต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน ส่วนผลตรวจน้ำส้มในภาชนะปิดสนิท 10 ตัวอย่าง มี 5 ตัวอย่างที่พบสารพิษตกค้างทั้งนี้จากการตรวจสอบประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 356 เรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท พบว่าไม่มีการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับสารพิษตกค้างไว้ จึงไม่มีค่ามาตรฐานสำหรับเปรียบเทียบกับปริมาณสารพิษตกค้างที่พบ

น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานไทยแพน กล่าวว่า ทั้งนี้ ตัวอย่างส้มที่มาจากการปลูกในประเทศ 41 ตัวอย่าง พบสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานทุกตัวอย่าง คิดเป็น 100% ในขณะที่ส้มนำเข้า 19 ตัวอย่าง พบสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐาน 16 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น 84.21% อีก 3 ตัวอย่างมีปริมาณสารพิษตกค้างอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งนี้ สารที่พบมากสุดคือสารกำจัดแมลง Imidacloprid 56 ตัวอย่าง คิดเป็น 93.33%, สาร Ethion ตัวอย่าง คิดเป็น 86.67% และ สาร Profenofos ตัวอย่าง คิดเป็น 81.67% ส่วนสารป้องกันและกำจัดโรคพืชคือสาร Benomyl /Carbendazim 48 ตัวอย่าง คิดเป็น 80.0% สาร Hexaconazole 42 ตัวอย่าง คิดเป็น 70.0% และ สาร Prochloraz 31 ตัวอย่าง คิดเป็น 51.67% สารกำจัดไรที่พบตกค้างมากสุด คือ Propargite พบใน 31 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น 51.67% นอกจากนี้ยังพบสาร Chlorpyrifos-ethyl ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ที่มีการยกเลิกการใช้แล้วถึง 50% ของกลุ่มตัวอย่าง โดยตกค้างในส้มที่ผลิตในประเทศ 22 ตัวอย่าง และส้มนำเข้า 8 ตัวอย่าง จึงเป็นไปได้ที่จะมีการลักลอบนำเข้า

นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขควรดำเนินการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในน้ำส้มและผลิตภัณฑ์น้ำผักผลไม้อย่างต่อเนื่อง และประกาศให้ผู้บริโภครับทราบ ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรควบคุมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการผลิตพืชอาหารอย่างเข้มงวดอาหาร โดยเฉพาะสารเคมีที่ไทยยกเลิกการใช้หรือไม่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากการใช้สารเคมีตั้งแต่ต้นทางการผลิต และขอให้ปฏิรูประบบการรับรอง GAP ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรรมอินทรีย์ ส่วนข้อเสนอต่อผู้ผลิต จำหน่าย ควรสนับสนุนข้อมูลที่มาของส้มที่นำมาจำหน่ายอย่างโปร่งใส สะดวกด้วยเทคโนโลยีเช่นการสแกนคิวอาร์โค้ด การนำผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย ควรคำนึงถึงแหล่งที่มา คัดเลือกวัตถุดิบอย่างเป็นระบบเพื่อลดปัญหาการปนเปื้อนสารพิษตกค้างในผลิตภัณฑ์ ขณะที่ผู้บริโภคควรเลือกและสนับสนุนส้มที่มาจากแหล่งผลิตที่ปลอดภัย.