สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของอิหร่าน หนึ่งในนั้นคือ “นูร์” ซึ่งเป็นสื่อหลักด้านความมั่นคงของรัฐบาลเตหะราน รายงานว่า “อิหร่านตัดสินใจระงับการเจรจารอบที่ 5 กับซาอุดีอาระเบีย” โดยไม่มีการระบุเหตุผล และไม่มีการบอกด้วยว่า การเจรจาครั้งดังกล่าวมีกำหนดเมื่อใด และจะมีการพบหารือรอบต่อไปหรือไม่ และเมื่อใด
The news comes a day after Saudi Arabia carried out mass executions that activists said included 41 Shi'ite Muslims, and amid stalled talks on an Iranian nuclear deal in Vienna.
— Aziz El Yaakoubi (@Elyaakoubi) March 13, 2022
Iran suspends talks with Saudi Arabia – Nour news https://t.co/7dlIYipbXE
ด้าน นายฟาอุด ฮุสเซ็น รมว.การต่างประเทศของอิรัก ประเทศซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมตลอด 4 ครั้งที่ผ่านมา กล่าวถึงเรื่องนี้เพียงว่า การพบหารือครั้งต่อไป ระหว่างผู้แทนของซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน จะเกิดขึ้นในวันพุธที่ 16 มี.ค.นี้ และรัฐบาลแบกแดดจะยังคงเป็นเจ้าภาพตามเดิม ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านและซาอุดีอาระเบียยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อรายงานที่ออกมา
ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียและอิหร่านยุติความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อปี 2559 จากกรณีรัฐบาลริยาดประหารชีวิต “ชีค นิมร์ อัล-นิมร์” นักการศาสนาชาวชีอะห์ ซึ่งอยู่เบื้องหลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ในพื้นที่ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย หลังจากนั้นเกิดเหตุบุกเผาทำลายสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบีย ประจำกรุงเตหะราน แต่กลับมาเจรจากันอีกครั้ง ตั้งแต่เดือน เม.ย.ปีที่แล้ว โดยมีอิรักเป็นคนกลาง และหารือกันในหลานเรื่อง ตั้งต่สงครามในเยเมน ไปจนถึงตลาดน้ำมัน และโครงการนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม การประกาศของสื่ออิหร่านครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังทางการอิรักรายงานว่า มีการยิงขีปนาวุธมากกว่า 10 ลูก พุ่งตรงมายังเมืองเออร์บิล เมืองเอกของเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ทางตอนเหนือของอิรัก เมื่อช่วงรุ่งสางของวันอาทิตย์ ซึ่งแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของรัฐบาลวอชิงตัน กล่าวว่า จรวดทั้งหมดมีต้นทางมาจากอิหร่าน พุ่งเป้าโจมตีสถานกงสุลใหญ่สหรัฐประจำเมืองเออร์บิล และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน
After a period of relative calm, unfortunately, another rocket attack on Erbil. Apart from damage, the 12 missiles did not cause any casualties. pic.twitter.com/XTHG984Hcu
— Hans Akerboom (@jtmakerboom) March 13, 2022
There are no US military casualties following an attack in #Erbil, capital of the Kurdish region of northern #Iraq, a US official tells Reuters, speaking on condition of anonymity.https://t.co/b1wmo55kVi
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) March 12, 2022
จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดออกมารับสมอ้าง ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยิงจรวดดังกล่าว ขณะที่สื่อท้องถิ่นของอิหร่านรานงานเพียงว่า ผู้ที่ยิงขีปนาวุธเหล่านี้ มีเป้าหมายเพื่อ “ทำลายฐานทัพลับของอิสราเอล” ที่อยู่ในอิรัก.
เครดิตภาพ : REUTERS



