สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่ารายงานโดยหน่วยงานวิจัยอวกาศแห่งชาติของบราซิล (ไอเอ็นพีอี) ระบุว่า การทำลายล้างป่าไม้ในภูมิภาคแอมะซอน เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา คิดเป็นพื้นที่ 199 ตารางกิโลเมตร เพิ่มขึ้นถึง 62% จากเดือนเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงสุด อีกทั้งยังใกล้เคียงกับตัวเลขการบันทึกของเดือน ม.ค นับตั้งแต่การเริ่มเก็บข้อมูลในปี 2558/2559


ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2565 นี้ การทำลายล้างป่าสูงกว่าช่วงเดียวกันในปี 2564 ถึง 3 เท่า โดยพื้นที่ที่ถูกทำลายประมาณ 619 ตารางกิโลเมตร ซึ่งสามารถเทียบขนาดพื้นที่ได้เทียบเท่าเมืองชิคาโก


ผืนดินในบราซิลประมาณ 60% เป็นพื้นที่ของป่าแอมะซอน ป่าฝนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผืนป่าแห่งนี้มีความสำคัญต่อการควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศที่ร้ายแรง เนื่องจากเป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก


การตัดไม้ทำลายป่าในบราซิลเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ประธานาธิบดีฝ่ายขวาอย่าง นายฌาอีร์ โบลโซนารู เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2562 ซึ่งมีส่วนทำให้กาารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอ่อนแอลง จากการโต้เถียงเรื่องการทำฟาร์มเชิงพาณิชย์ และการขุดพื้นที่คุ้มครองเพื่อช่วยยกระดับพื้นที่แอมะซอนให้พ้นจากความยาก


แถลงการณ์โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของบราซิลระบุว่า ภาครัฐกำลังเตรียมการอย่างจริงจัง เพื่อต่อต้านอาชญากรรมกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในปีนี้ โดยประสานความช่วยเหลือจากกองกำลังด้านสิ่งแวดล้อมตำรวจและการป้องกันประเทศ


ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์กังวลว่า การทำลายล้างนี้เป็นการผลักดันป่าแอมะซอนไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งหลังจากป่าแอมะซอนแห้งแล้งและกลายเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาแล้ว มันจะปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลออกมา


ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวรสาร “Nature Climate” เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่กว่า 3 ใน 4 ของป่าแอมะซอนได้สูญเสียความสามารถในการฟื้นตัวจากเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น ภัยแล้งและไฟป่า


ขณะที่รายงานจากมหาวิทยาลัยเอ็กซ์เตอร์ ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า การตัดไม้ทำลายป่าและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งฤดูแล้งที่ยาวนานขึ้น อาจทำให้ป่าแอมะซอนเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า “การตายของป่าฝน”


ทั้งนี้ ศ.คาร์ลอส ซูซา จูเนียร์ นักวิจัยจากสถาบันสิ่งแวดล้อมอิมาซอน (Imazon) ระบุว่า การตัดไม้ทำลายป่าจะเพิ่มขึ้นอีก ในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ ในเดือน ต.ค.นี้ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นแล้วกับการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ดูแลกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มผ่อนปรนมาตรการ ด้วยความกังวลว่า จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่พอใจ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES