ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เชลซี อาการยังหนัก หลังโดน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ บุกมาทุบคารัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-1 ทำสถิติแพ้รวด 6 นัดในลีก และหมดลุ้นคว้าตั๋วไปลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนแล้ว
เกมนี้ ฟอเรสต์ บุกมานำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 2 เมื่อ ดิแลน บัควา โชว์ลีลาโยกหลอก มาร์ก กูกูเรยา ทางฝั่งขวา ก่อนจะเปิดบอลให้ ไตโว อโวนิยี ที่ยืนรออยู่ที่เสาไกล โขกตุงตาข่าย

เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 15 “เจ้าป่า” มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ อโวนิยี โดน มาโล กุสโต ดึงล้มในเขตโทษ และก็เป็น อีกอร์ เชซุส ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปส่งให้ทีมเยือนนำห่าง 2-0

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+10 เชลซี มีลุ้นตีไข่แตกเมื่อได้จุดโทษคืนบ้างจากจังหวะที่ เจสส์ เดอร์รี กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปี ศีรษะไปโขกกับ แซ็ค อับบอตต์ กองหลังทีมเยือน จนต้องถูกหามออกจากสนามหลังหลังได้รับการปฐมพยาบาลร่วม 10 นาที ทว่า โคล พาลเมอร์ กลับยิงจุดโทษไปติดเซฟ มัตซ์ เซลส์ เสียอย่างนั้น

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 สถานการณ์ของ เชลซี ยิ่งทรุดหนัก เมื่อ ฟอเรสต์ ขยับหนีไปเป็น 3-0 จากจังหวะที่ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ เปิดบอลจากฝั่งขวาให้ อโวนิยี แปเข้าไปโล่ง ๆ

กระทั่งช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 เชลซี จึงตีไข่แตกไล่ขึ้นมาเป็น 1-3 ได้สำเร็จจากการโชว์ลีลาพังประตูด้วยลูกจักยานอากาศของ ชูเอา เปโดร แต่ก็ทำได้แค่นั้น

จบเกม เชลซี แพ้ ฟอเรสต์ คาบ้าน 1-3 มี 48 คะแนนจาก 35 นัดอยู่ที่ 9 ตามหลัง แอสตัน วิลลา ทีมอันดับ 5 ถึง 10 คะแนน ในขณะที่เหลือเกมอีกแค่ 3 นัด หมดลุ้นตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนแล้ว ส่วน ฟอเรสต์ มี 42 คะแนนอยู่ที่ 16 โอกาสรอดตกชั้นสุดใส หลังโกยแต้มหนี เวสต์แฮม ทีมอันดับ 18 ไปแล้ว 6 คะแนน.
ภาพ REUTERS



