ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามปุสกัส อารีนา กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาร์เซนอล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีคิวลงดวลเกือกกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เก่าจากฝรั่งเศส
เกมนี้ อาร์เซนอล ออกตัวแรง เมื่อพังประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 6 จากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนี ลากบอลเข้าไปยิงมุมแคบเสยเพดานตาข่ายเข้าไปอย่างสุดงาม และนับเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงดำ หลังเคยยิงประตูชัยให้ เชลซี ดับ แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-0 มาแล้ว เมื่อปี 2021

เข้าสู่ครึ่งหลัง แซงต์ แชร์กแมง ลุยแหลก และมาได้จุดโทษในนาทีที่ 65 เมื่อ คริสเตียน มอสเกรา กองหลังอาร์เซนอล เข้าบอลไม่ระวัง และไปหวด ควิชา ควารัตสเคเลีย ล้มคว่ำในเขตโทษ ก่อนที่ อุสมาน เดมเบเล จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดช่วยให้ เปแอสเช ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ

จากนั้นนาทีที่ 78 เปแอสเช เกือบพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ เมื่อ ควารัตสเคเลีย ยิงมุมแคบไปแฉลบเท้า ไมล์ส ลูอิส สเกลลี ก่อนที่บอลจะพุ่งไปชนเสาอย่างจัง
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีใครทำอะไรกันได้อีก จบ 90 นาที อาร์เซนอล เสมอ เปแอสเช 1-1 ต้องไปสู้กันในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที ซึ่งก็ยังไม่มีใครทำอะไรกันเพิ่มได้เหมือนเดิม

จบ 120 นาที อาร์เซนอล เสมอ เปแอสเช 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ ผลปรากฏว่า เปแอสเช ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปได้ 4-3 โดยคนสุดท้ายของ อาร์เซนอล ที่ยิงพลาดในช่วงซัดเดนเดธคือ กาเบรียล มากัลเญส ส่งผลให้ แซงต์ แชร์กแมง ป้องกันแชมป์ได้ำเสร็จ.

ภาพ REUTERS



