สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่า การฆ่าตัวตายมีประวัติมายาวนานในญี่ปุ่น โดยเป็นวิธีหลบเลี่ยงความอับอาย และความเสียเกียรติ สถิติการฆ่าตัวตายของญี่ปุ่น อยู่อันดับสูงสุดของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ จี7 มานาน แต่ความร่วมมือของหลายฝ่ายในประเทศ ทำให้สถิติลดลงประมาณ 40% ในระยะ 15 ปี แต่สูงขึ้นอีกในปี 2563 จากความเครียด ที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19
จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น จำนวนประชาชนฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น อยู่ที่ 21,007 ราย ในปี 2564 ลดลง 74 ราย จากปีก่อนหน้า แต่จำนวนผู้หญิงฆ่าตัวตายอยู่ที่ 7,068 ราย เพิ่มขึ้น 42 ราย จากปี 2563 และเป็นตัวเลขสูงขึ้น 2 ปีติดต่อกัน

ในทางตรงกันข้าม จำนวนผู้ชายฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น ตลอดปีที่แล้วรวม 13,939 ราย ลดลง 116 ราย จากปี 2563
เบื้องต้นยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ สำหรับตัวเลขที่สวนทางกัน ระหว่างการปลิดชีพตนเองของผู้หญิงและผู้ชาย แต่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเผยก่อนหน้านี้ว่า การระบาดของโควิด-19 สร้างแรงกดดันมากเป็นพิเศษต่อผู้หญิง ด้วยหลายเหตุผล รวมถึง ทำให้ตกงาน ในภาคบริการและค้าปลีก ซึ่งผู้หญิงในญี่ปุ่นจำนวนมากประกอบอาชีพ
จำนวนฆ่าตัวตายในญี่ปุ่น ขึ้นสู่จุดสูงสุด 34,427 ราย ในปี 2546 สร้างความตกใจแก่รัฐบาล ซึ่งได้ระดมสมอง และเริ่มโครงการป้องกันแบบครอบคลุมในปี 2550 จนถึงปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนฆ่าตัวตายลดลงเหลือกว่า 20,000 ราย.
เครดิตภาพ – Reuters
เครดิตคลิป – VICE News



