บริษัทไฟเซอร์และเบเยอร์แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ทั้งสองบริษัทจะยังคงจัดส่งเวชภัณฑ์และยารักษาโรคแก่รัสเซียในปริมาณเท่าเดิม แต่จะงดการลงทุนเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็นในรัสเซียเอาไว้ก่อน ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากบรรดาผู้บริโภคในชาติตะวันตกให้แสดงจุดยืนว่าต่อต้านการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
อัลเบิร์ต เบอร์ลา ซีอีโอของไฟเซอร์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคไม่เหมือนสินค้าประเภทอื่น และไม่สามารถงดการจำหน่ายได้ ตามหลักการบอยคอต ยารักษาโรคคือข้อยกเว้น การหยุดส่งยารักษาโรคซึ่งรวมถึงตัวยาที่ใช้ในการรักษาโรคร้ายแรงและเรื้อรัง เช่น มะเร็งและโรคหลอดเลือดหัวใจ อาจส่งผลให้ผู้ป่วยในรัสเซียต้องทนทุกข์และเสี่ยงต่อการเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้ผลิตยาระดับโลกจะไม่มีการเริ่มต้นโครงการทดลองเชิงคลินิกโครงการใหม่ หรือรับสมัครผู้ป่วยในกรณีศึกษาในรัสเซีย นอกจากนี้ยังจะหยุดการลงทุนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาในรัสเซีย ขณะที่ เบอร์ลา ประกาศว่า จะบริจาคผลกำไรที่ได้จากการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทในรัสเซียให้องค์กรด้นสิทธิมนุษยชนที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนชาวยูเครน
ทางด้าน บริษัทเบเยอร์ ผู้ผลิตยารักษาโรคจากเยอรมนี ก็แถลงว่า บริษัทจะหยุดการลงทุนต่าง ๆ ในรัสเซีย และเบลารุส อันเป็นประเทศพันธมิตรในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าที่จำเป็นต่อสุขภาพและการเกษตร เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนของบริษัทว่าไม่เห็นด้วยต่อ ‘ปฏิบัติการพิเศษ’ ของรัสเซียต่อยูเครน
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เบเยอร์ กล่าวว่า บริษัทได้จัดหาสิ่งจำเป็นทางด้านการเกษตรแก่เกษตรกรชาวรัสเซียสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกในปีนี้เรียบร้อยแล้ว เพื่อ ‘บรรเทาแรงกดดันที่อาจเพิ่มขึ้นต่อระบบวงจรอาหารของโลก’ แต่บริษัทจะตัดสินใจเกี่ยวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่จะจำหน่ายในปี 2566 อีกครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของรัสเซียต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน
อนึ่ง รายได้จากการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ในรัสเซียนับเป็น 2% ของยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัท
เครดิตภาพ : Reuters



