สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่า สำนักงานเขตโดเนตสก์ของยูเครน รายงานว่ากองทัพรัสเซียควบคุม “ตัวประกัน” ประมาณ 400 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรการแพทย์ และผู้ป่วยของโรงพยาบาลบำบัดผู้ป่วยวิกฤติ ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา โดยทุกคนอยู่ที่ชั้นใต้ดินของตัวอาคาร ขณะที่ภายนอกอาคารยังคงมีการสู้รบกันอย่างหนัก
⚡️Donetsk Oblast Governor: Russia takes patients, medical staff hostage in Mariupol.
— The Kyiv Independent (@KyivIndependent) March 15, 2022
Governor Pavlo Kyrylenko says Russian troops entered a hospital on the outskirts of Mariupol.
“Russians drove 400 people from neighbouring houses to the hospital and they can’t leave,” he said.
ขณะที่กองทัพรัสเซียยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการต่อเรื่องนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียว หลังเหตุโจมตีโรงพยาบาลแม่และเด็กในเมืองมาริอูโปล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า อาคารที่เกิดเหตุ “เคยเป็นโรงพยาบาล” แต่เมื่อไม่นานมานี้ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของ “กองกำลังนีโอนาซี” ซึ่งขับไล่บุคลากรการแพทย์และผู้ป่วยออกไปจนหมด
Ukrainian officials say three people, including a child, were killed in a Russian airstrike on a children's hospital in Mariupol, calling it a war crime.
— DW News (@dwnews) March 10, 2022
Russia claims the hospital was a base for Ukraine nationalists and no patients or staff were present at the time. pic.twitter.com/ybGTrcfJXu
นับตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียยิงระเบิดโจมตีเมืองมาริอูโปลไปแล้วหลายร้อยครั้ง สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็น น้ำ ไฟ อาหาร ยารักษาโรค และกระแสไฟฟ้า ไม่สามารถใช้การได้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำเนินชีวิตของชาวเมือง ซึ่งยังคงตกค้างอยู่ในพื้นที่อีกมากกว่า 300,000 คน
ทั้งนี้ เมืองมาริอูโปลมีความสำคัญอย่างมากในสมรภูมิยูเครน โดยไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่าขนาดใหญ่สุด ที่ตั้งอยู่ริมทะเลอาซอฟ เพื่อออกสู่ทะเลดำเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของภูมิภาคโดเนตสก์ และประชากรส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซียด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS



