สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่าสำนักข่าวแห่งชาติของยูเออีรายงานว่า ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรีย เยือนกรุงอาบูดาบี และนครดูไบ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
#محمد_بن_زايد يستقبل الرئيس #بشار_الأسد والتي تأتي في إطار الحرص المشترك على مواصلة التشاور والتنسيق الأخوي بين البلدين حول مختلف القضايا .. معرباً سموه عن تمنياته أن تكون هذه الزيارة فاتحة خير وسلام واستقرار لسوريا الشقيقة والمنطقة جمعاء.#فيديو_وام https://t.co/d9SSBJ1jxr pic.twitter.com/pqrhzgdGac
— وكالة أنباء الإمارات (@wamnews) March 18, 2022
#محمد_بن_راشد يستقبل الرئيس بشار الأسد وذلك في استراحة سموه في المرموم بدبي، حيث تناول اللقاء مجمل العلاقات بين البلدين وآفاق توسيع دائرة التعاون بما يرقى إلى مستوى تطلعات الشعبين الشقيقين نحو المستقبل.#وام https://t.co/gYQJ1J0tV3 pic.twitter.com/hwEG6t9dgG
— وكالة أنباء الإمارات (@wamnews) March 18, 2022
ทั้งนี้ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเย็ด อัล-นาห์ยาน มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี ทรงต้อนรับอัสซาดที่กรุงอาบูดาบี โดยพระองค์รับสั่งในตอนหนึ่ง ว่าซีเรียถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของความมั่งคงอาหรับ และยูเออีพร้อมยกระดับความร่วมมือในเรื่องนี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความสัมพันธ์ และความมั่งคง ระหว่างซีเรีย กับยูเออีและประชาคมอาหรับ

ขณะที่ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล-มัคทูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีของยูเออี ทรงต้อนรับผู้นำซีเรีย ที่นครดูไบด้วย
นอกจากนี้ สื่อของยูเออีรายงานเพิ่มเติมอีก ว่าผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องการสงวนรักษา และการปกป้องอธิปไตย เอกราช และบูรณภาพแห่งดินแดนของซีเรีย และการถอนกำลังของทหาร ตลอดจนนักรบรับจ้างต่างชาติ พร้อมทั้งยังมีการหารือเกี่ยวกับการมอบความสนับสนุนด้านมนุษยธรรมสำหรับซีเรียด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอัสซาดถือว่า มีความสำคัญอย่างมากในด้านนโยบายภูมิศาสตร์การเมืองของตะวันออกกลาง เนื่องจากเป็นการเยือนยูเออีอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกของผู้นำซีเรีย นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อปี 2554
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐให้ความเห็นว่า “ผิดหวังอย่างรุนแรง” ต่อเหตุการณ์นี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังชีค อับดุลเลาะห์ บิน ซาเย็ด อัล-นาห์ยาน รมว.การต่างประเทศของยูเออี เยือนกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว.
เครดิตภาพ : REUTERS



