เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ร.ต.อ.กฤษณะ สระบัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนรับแจ้งเหตุมีคนกินยาฆ่าตัวตาย 2 ราย ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแจ้งแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณเตียงนอนเล่นหน้าประตูทางเข้าบ้าน พบศพ นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี สภาพศพนอนหงายอยู่บนเตียงนอนเล่น บริเวณข้างศีรษะ มีห่อยาฆ่าแมลงพร้อมแก้วน้ำพลาสติกและขวดน้ำอัดลม ส่วนภายในบ้านพบศพ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี นอนตะแคงคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่กับพื้นห้อง โดยทั้งสองศพไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงสันนิษฐานว่า ทั้งสองน่าจะกินยาฆ่าแมลงเข้าไปเพื่อฆ่าตัวตาย
จากการสอบสวน ด.ช.แดง (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี บุตรชายคนเล็กของ นางเอ ให้การอ้างว่า พ่อตนเสียชีวิตมานานกว่า 10 ปีแล้ว ทำให้แม่ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายหมูปิ้งตามตลาดนัดทั่วไป แต่เพราะแม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ต้องไปหาหมอกินยาอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้แม่ยังมีหนี้สินจากการไปกู้ยืมเงิน ซึ่งมักจะบ่นว่าไม่รู้จะหาเงินจากไหนไปชดใช้เจ้าหนี้ ขณะที่ น.ส.บี พี่สาว ก็เป็นผู้พิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก่อนหน้านี้พี่สาวคนโตก็มาเสียชีวิตเพราะป่วยเป็นโรคทางสมอง ยิ่งทำให้แม่เครียด ถึงกับเปรยว่า “…อยากตาย อยู่ไปก็ทุกข์ทรมาน มีแต่ปัญหา…” ซึ่งตนไม่คิดว่าแม่จะทำเช่นนั้นจริง พยายามให้กำลังใจและช่วยแม่ทำงานทุกอย่าง ก่อนเกิดเหตุตนไปหาเพื่อน ก่อนจะกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อซ้อมฟุตบอลช่วงเย็น แต่ก็พบว่าแม่กินยาฆ่าตัวตายพร้อมกับพี่สาวเสียแล้ว จึงได้แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ส่งศพไปตรวจผ่าชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป.



