สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า แหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ “ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ” ว่าปฏิบัติการของกองทัพเมียนมา ในรัฐยะไข่ เมื่อกลางปี 2560 ถือเป็น “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” หรือ “มาตรการกวาดล้างทางชาติพันธุ์” และ “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” กับชาวโรฮีนจา
แม้สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ยังคงดำเนินอยู่ แต่แหล่งข่าวอธิบายว่า การพิจารณาส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะปี 2560 หรือประมาณ 4 ปีก่อนเกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ซึ่งเป็นระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น หลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐอย่างเป็นทางการ
Violence committed against Rohingya minority by Myanmar's military amounts to genocide, Biden administration has formally determined and will announce it on Monday, US officials say https://t.co/US24FZEOrE
— TRT World (@trtworld) March 20, 2022
ทั้งนี้ นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ จะเป็นผู้ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็ววันนี้ พร้อมทั้งการจัดสรรงบประมาณอีก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.38 ล้านบาท) เข้าสู่ “กลไกการสอบสวนอิสระสำหรับเมียนมา” ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่
The same army that drove the Rohingya out of Myanmar in 2017 has now taken power in the country. Here's what the coup could mean for the Rohingya. pic.twitter.com/EUx1wWe8Ly
— DW News (@dwnews) February 3, 2021
อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันชุดก่อนหน้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นบัญชีดำทหารระดับสูง 4 นาย ของกองทัพเมียนมา ได้แก่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาหารทหารสูงสุด, พล.อ.ซอ วิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พ.อ.พิเศษ ถั่น โอ และ พ.อ.พิเศษ ออง ออง จากการใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ตั้งแต่กลางปี 2560 ส่งผลให้เกิดคลื่นผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาหลั่งไหลไปยังบังกลาเทศ จนมีจำนวนสะสมประมาณ 1 ล้านคนในปัจจุบัน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



