สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในเมืองมาริอูโปล ซึ่งเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และถูกปิดล้อมตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า “เหลือแต่ซาก” ตอนนี้ยังมีผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในอีกราว 300,000 คน ขาดแคลนน้ำ อาหาร และเชื้อเพลิง

ประชาชนในเมืองมาริอูโปล ทางตอนใต้ของยูเครน ช่วยกันขุดหลุมฝังศพผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ ระหว่างกองทัพรัสเซียกับกองทัพยูเครน


ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนให้ข้อมูลด้วยว่า ประชาชนอีกประมาณ 100,000 คน แสดงความจำนงว่าต้องการอพยพออกจากเมืองมาริอูโปล แต่ยังไม่สามารถเดินทางออกได้สะดวก เนื่องจากไม่มีเส้นทางมนุษยธรรมที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง จึงขอเรียกร้องไปยังกองทัพรัสเซีย ให้การันตีความปลอดภัยและเปิดโอกาสให้พลเรือนที่ต้องการเดินทางออก ได้อพยพออกจากพื้นที่ด้วย เนื่องจากการไม่รับประกันความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ทำให้ประชาชนต้องเดินเท้าฝ่าแนวรบออกไปเอง เป็นระยะทางไกล 10-20 กิโลเมตร


ขณะที่สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมืองเคียร์ซอน ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลดำ ทางตอนใต้ และมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมต่อเรือในยูเครนนั้น รัฐบาลเคียฟอ้างว่า “วิกฤติไม่แพ้กัน” เนื่องจากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมยังไม่สามารถเข้าถึงได้มากนัก ประชากรประมาณ 283,000 คน ยังคงรอการอพยพ แต่ทหารรัสเซียยังไม่อนุญาต

สมาชิกกองกำลังนิยมรัสเซีย บนยานยนต์หุ้มเกราะคันหนึ่ง ที่เมืองมาริอูโปล


ด้านรัสเซียยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อการเรียกร้องเปิดทางกับเมืองทั้งสองแห่ง ทั้งนี้ การควบคุมเมืองสำคัญตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครนให้ได้ ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของกองทัพรัสเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการเคลื่อนกำลังพลและสรรพาวุธเพิ่มเติม จากฐานทัพในคาบสมุทรไครเมีย.

เครดิตภาพ : REUTERS