สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในเมืองมาริอูโปล ซึ่งเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และถูกปิดล้อมตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า “เหลือแต่ซาก” ตอนนี้ยังมีผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในอีกราว 300,000 คน ขาดแคลนน้ำ อาหาร และเชื้อเพลิง

ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนให้ข้อมูลด้วยว่า ประชาชนอีกประมาณ 100,000 คน แสดงความจำนงว่าต้องการอพยพออกจากเมืองมาริอูโปล แต่ยังไม่สามารถเดินทางออกได้สะดวก เนื่องจากไม่มีเส้นทางมนุษยธรรมที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง จึงขอเรียกร้องไปยังกองทัพรัสเซีย ให้การันตีความปลอดภัยและเปิดโอกาสให้พลเรือนที่ต้องการเดินทางออก ได้อพยพออกจากพื้นที่ด้วย เนื่องจากการไม่รับประกันความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ทำให้ประชาชนต้องเดินเท้าฝ่าแนวรบออกไปเอง เป็นระยะทางไกล 10-20 กิโลเมตร
In badly damaged Mariupol, residents bury their neighbors by the roadside while others hiding in basements fear food shortages.
— DW News (@dwnews) March 23, 2022
Ukrainian forces in the city have refused to surrender, as President Zelenskyy says his country would not bow to ultimatums from Russia. pic.twitter.com/ZB64qBa3EB
WARNING: GRAPHIC CONTENT – Ukrainian President Zelenskiy said it would not be possible to negotiate an end to the war without meeting Russian President Putin. The city of Mariupol has become a focal point of Russia's assault and lies largely in ruins https://t.co/6yCv8pYqjr pic.twitter.com/0wJKJLMQCM
— Reuters (@Reuters) March 22, 2022
ขณะที่สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมืองเคียร์ซอน ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลดำ ทางตอนใต้ และมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมต่อเรือในยูเครนนั้น รัฐบาลเคียฟอ้างว่า “วิกฤติไม่แพ้กัน” เนื่องจากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมยังไม่สามารถเข้าถึงได้มากนัก ประชากรประมาณ 283,000 คน ยังคงรอการอพยพ แต่ทหารรัสเซียยังไม่อนุญาต

ด้านรัสเซียยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อการเรียกร้องเปิดทางกับเมืองทั้งสองแห่ง ทั้งนี้ การควบคุมเมืองสำคัญตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของยูเครนให้ได้ ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของกองทัพรัสเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการเคลื่อนกำลังพลและสรรพาวุธเพิ่มเติม จากฐานทัพในคาบสมุทรไครเมีย.
เครดิตภาพ : REUTERS



