วันนี้ (24 มี.ค.) นายณภัทร วินิจฉัยกุล กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ กสทช. หรือ ซูเปอร์บอร์ด กสทช. เปิดเผยว่า ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) โดยมี พล.ต.ต.เลิศศักดิ์ วิทยาพันธุ์ เลขานุการประธาน กสทช. เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อขอให้คณะกรรมการ กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่กฎหมาย และยกเลิกประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อมีคำสั่งไม่ให้มีการควบรวมควบกิจการของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นสูงสุดกับประเทศ ประชาชน และผู้ใช้บริการ
“ในความเห็นส่วนตัว หาก กสทช. ปล่อยให้เกิดการควบรวมของสองบริษัท ก็เป็นเรื่องเคลือบแคลงน่าสงสัยและสุ่มเสี่ยงที่ กสทช. จะทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 รวมถึงประกาศที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด คือ มีบทบัญญัติหลักคือ รัฐธรรญนูญฉบับปัจจุบันที่เขียนเอาไว้ มาตรา 60 ที่คลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติ การนำคลื่นความถี่มาใช้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ พี่น้องประชาชน ประโยชน์สาธารณะ และความมั่งของรัฐ ถ้ามีการดำเนินการใด ๆ ที่ส่งผลกระทบ จึงขัดกับหลักกฎหมายเหล่านี้”
นายณภัทร กล่าวต่อว่า การทักท้วงในเรื่องนี้ เพื่อต้องการให้ทาง กสทช. ดำเนินการตามหน้าที่ ตามบทบัญญ้ติกฎหมายและประโยชน์สูงสุด จึงอยากให้ทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ สถาบันการศึกษา สภาคุ้มครองผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชน ได้ตระหนักว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้มีการนำประเด็นต่าง ๆ มาพูดคุยถกเถียงในแบบสาธารณะ ได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร กระบวนการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้ได้บทสรุปเป็นสาธารณะว่า เรื่องนี้ควรจะดำเนินการเป็นอย่างไร เพราะตามกฎหมายของ กสทช. จะต้องมีการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนรวมในการประชาพิจารณ์ด้วย แต่ที่ผ่านมา ทาง กสทช. มีเปิดโอกาสให้เพียงผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่มีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนด้วย

“ที่ผ่านมาเฝ้าจับตาและติดตามข้อมูลมาโดยตลอด และวันนี้บ้านเมืองต้องการความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ วันนี้ไม่ได้ชี้ว่าใครกระทำผิด เพียงแต่ทักท้วงทาง กสทช. ว่า ท่านอย่าทำผิด ต้องตระหนักในเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของชาติ ประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ ที่เป็นหัวใจสำคัญ โดยไม่ควรจะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อ และเปิดโอกาสให้ กสทช. ชุดใหม่ ที่ผ่านการสรรหา และรอโปรดเกล้าฯ เข้ามาดำเนินการพิจารณาในเรื่องนี้”
นายณภัทร กล่าวต่อว่า การยื่นหนังสือทักท้วงในเรื่อง คงอยู่ที่ กสทช. จะพิจารณาตามหรือไม่ เพราะซูเปอร์บอร์ดไม่มีอำนาจบังคับ เพียงแต่เสนอแนะและทักท้วง หากเห็นว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง และทำรายงานเพื่อเสนอรัฐสภาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระบวนการของภาคเอกชนที่จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัท เพื่อขอความเห็นชอบในการควบรวมครั้งนี้ ในวันที่ 4 เม.ย. ก็เป็นกระบวนการของเอกชน ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เป็นอำนาจของ กสทช. ที่กำกับดูแล ให้ดำเนินการในเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย และสื่อสารเป็นสาธารณะให้ประชาชนและสังคมรับรู้ด้วย



