สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่านายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน วัย 69 ปี อดีตนักกีฬาคริกเกตทีมชาติปากีสถาน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ว่าเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับการที่ “ประเทศแห่งหนึ่ง” ให้ความเห็นที่เข้าข่ายเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของปากีสถาน
แม้ข่านพยายามเลี่ยงเอ่ยชื่อประเทศนั้น แต่ในช่วงหนึ่งของการแถลง ผู้นำปากีสถาน “พลั้งปาก” กล่าวออกไปว่า “อเมริกา” ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของสื่อท้องถิ่นหลายแห่งในปากีสถาน ที่อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าข่านได้รับข้อมูลผ่านเอกสารทางการทูต หรือ “เคเบิล” จากสถานเอกอัครราชทูตปากีสถานประจำกรุงวอชิงตัน ว่า “เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐ” มีความเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ “จะดีกว่านี้” หากนายกรัฐมนตรีของปากีสถาน “เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่อิมราน ข่าน”
US denies claims of meddling in Pakistan's politics, saying there is "no truth" to PM Imran Khan's allegations of hatching conspiracy with opposition parties against his government https://t.co/saClPBAuQF
— TRT World (@trtworld) March 31, 2022
การแถลงดังกล่าวของผู้นำปากีสถานเกิดขึ้น ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเตรียมอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจต่อข่าน ในวันอาทิตย์ที่ 3 เม.ย. นี้ เดิมทีกำหนดการคือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ประธานสภาเลื่อนกำหนดการอย่างกะทันหัน
#Gravitas | Pakistan Prime Minister @ImranKhanPTI refuses to resign ahead of no-trust vote, brands opposition leaders as "Western stooges."
— WION (@WIONews) March 31, 2022
"Will play till the last ball," says Khan, in his address to the nation.@AnasMallick joins @palkisu with more details from Islamabad pic.twitter.com/XdIGeDcBm2
ทั้งนี้ ฝ่ายค้านของปากีสถานพยายามผลักดันญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อข่าน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งตั้งแต่ปี 2561 โดยให้เหตุผว่า เนื่องจากบริหารจัดการนโยบายด้านการต่างประเทศและเศรษฐกิจ “ไม่มีประสิทธิภาพจนถึงขั้นผิดพลาด” ของผู้นำคนปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน การดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลปากีสถานชุดนี้ เป็นที่น่าจับตามากขึ้นกว่าเดิมจากสหรัฐ เมื่อข่านเยือนกรุงมอสโก เพียงวันเดียวหลังรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน และนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2561 รัฐบาลวอชิงตันวิจารณ์ข่านมาตลอด ว่า “ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ” กับนโยบายความมั่นคงของสหรัฐในเอเชียใต้
อย่างไรก็ตาม ข่านได้รับความสนับสนุนค่อนข้างชัดเจนจากกองทัพ จึงมีการวิเคราะห์ว่า หากสภาลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นผลสำเร็จ การเมืองในปากีสถานจะกลับมาไม่มีเสถียรภาพอีกครั้ง.
เครดิตภาพ : REUTERS



