สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่า นายสุพรหมณยัม ชัยศังกร รมว.ต่างประเทศอินเดีย กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานโลกว่า โดยส่วนตัว เขาเพิ่งอ่านรายงานฉบับหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ว่าเฉพาะเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ยุโรปนำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นอีก 15% เมื่อเทียบกับสถิติของเดือน ก.พ.
EAM of #India @DrSJaishankar: In March, #Europe has bought 15% more oil and gas from #Russia compared to what they did month before. We buy bulk of our energy supplies from Middle East, about 7.5-8% of our oil from #USA, in the past less than 1% from #Russia. pic.twitter.com/0mTd4m6s05
— Mohit Yadav,IFS (@MohitYadavIFS) April 1, 2022
???? Russian Foreign Minister Sergey Lavrov Meets External Affairs Minister S Jaishankar
— NDTV (@ndtv) April 1, 2022
NDTV's Vishnu Som reports
Live updates: https://t.co/AWHdYQDi9M pic.twitter.com/HlX0PS6Xkd
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จนถึงตอนนี้ ยุโรปยังคงเป็นผู้อุดหนุนพลังงานรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ขณะที่ท่ามกลางภาวะราคาพลังงานโลกยังคงลอยตัวอยู่ในระดับสูง “จึงเป็นเรื่องปกติ” กับทุกประเทศ ในการแสวงหาเงื่อนไขและข้อตกลงดีที่สุดให้กับตัวเอง

ทั้งนี้ อินเดียซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ซื้อน้ำมันจากรัสเซียไปแล้วอย่างน้อย 13 ล้านบาร์เรล ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับสถิติตลอดทั้งปี 2564 ซึ่งอินเดียสั่งซื้อน้ำมันจากรัสเซียเกือบ 16 ล้านบาร์เรล ขณะที่มีรายงานว่า รัสเซียเสนอลดราคาน้ำมันให้อินเดียเป็นพิเศษ ที่สูงสุด 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 1,170.40 บาท)
ในอีกด้านหนึ่ง นายดาลีป สิงห์ รองที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เรียกร้องอินเดียไม่ควรเพิ่มโควตานำเข้าพลังงานจากรัสเซียอีก และเตือนการดำเนินการในทางใดก็ตามของอินเดีย ที่อาจกลายเป็นการ “บ่อนทำลาย” เงินดอลลาร์สหรัฐ หลังมีกระแสข่าวหนาหูมากขึ้นว่า อินเดียและรัสเซียเตรียมใช้ระบบทำธุรกรรมรูปี-รูเบิล เพื่อซื้อขายพลังงาน.
เครดิตภาพ : REUTERS



