สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่านางแคร์รี แลม แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าเธอจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชิงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน หรืออีก 5 ปี หลังอยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2560
“This is not a question of evaluating my performance or the performance of the Hong Kong SAR government in this term.”
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) April 4, 2022
LATEST: Hong Kong leader Carrie Lam says she will not seek a 2nd term as chief executive “based on family consideration" https://t.co/0DF1uL5dfK pic.twitter.com/pewSEpUbKy
แลม วัย 64 ปี ไม่ได้ให้เหตุผลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการสละสิทธิครั้งสำคัญนี้ แต่กล่าวว่า ได้มีการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดเป็นการภายใน ทั้งกับครอบครัว และสมาชิกในคณะผู้บริหารแล้ว
นอกจากนี้ เธอได้แจ้งให้รัฐบาลปักกิ่งรับทราบอย่างเป็นทางการ “เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว” ซึ่งน่าจะหมายความถึงการที่เธอเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และหมายความว่า เมื่อครบวาระการดำรงตำแหน่งสมัยปัจจุบัน ในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ เส้นทางการเมืองอันยาวนาน 42 ปีของแลม “จะยุติอย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน”
Chinese President Xi Jinping met with Hong Kong’s leader Carrie Lam in Beijing days after the city’s Legislative Council election. He praised her government’s work for bringing “chaos under control”. pic.twitter.com/4dIn1yPGK1
— South China Morning Post (@SCMPNews) December 23, 2021
การแถลงของแลมเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเกาะ ว่านายจอห์น ลี หัวหน้าคณะรัฐมนตรีฮ่องกง ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดอันดับสองรองจากหัวหน้าคณะผู้บริหาร เตรียมลาออกจากตำแหน่ง เพื่อลงชิงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารคนต่อไป ซึ่งจะมีการลงคะแนน ในวันที่ 8 พ.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง มาจากการหยั่งเสียงเป็นการภายใน โดยคณะกรรมาธิการพิเศษ 1,500 คน ซึ่งผ่านการคัดสรรตามแนวทางของแผ่นดินใหญ่ ว่าเป็นบุคคลที่ “ต้องมีจิตวิญญาณของความรักชาติ” และผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับบรรดานายทุน “จะมีบทบาทน้อยลง”
ทั้งนี้ นับตั้งแต่สหราชอาณาจักรส่งมอบฮ่องกงกลับคืนสู่จีน เมื่อปี 2540 เขตบริหารพิเศษแห่งนี้มีหัวหน้าคณะผู้บริหาร หรือผู้ว่าการมาแล้ว 4 คน รวมถึงแลมซึ่งเป็นคนปัจจุบัน โดยผู้นำฮ่องกงทุกคนล้วนมีจุดยืนทางการเมืองแนวอนุรักษนิยม และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลปักกิ่ง.
เครดิตภาพ : REUTERS



