เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่าย ค.ร.อ.ท.เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เข้าร่วมการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ. … หัวข้อ “ทิศทางอนาคตครู อาจารย์อาชีวศึกษา” ร่วมกับกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษา ถึงประเด็นการบริหารงานบุคลากรในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งบุคลากรของอาชีวศึกษามีความต่างจากการศึกษาขั้นพื้นฐานดังนั้นจึงร่วมสมาชิกเครือข่าย ค.ร.อ.ท. โดยมีความเห็นร่วมกันว่าจะต้องมีการแยกการบริหารงานบุคคล ออกจากการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมี ก.ค.ศ.ของอาชีวศึกษาโดยตรง
ประธาน ค.ร.อ.ท.กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่สมาชิกเห็นชอบเสนอให้กรรมาธิการได้นำไปบรรจุในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ เนื่องจากอาชีวศึกษาใช้บุคลากรทำการสอนตามร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพ.ศ. … ม.8(6)(ก)(7) นั่นคือตั้งแต่ช่วงชั้นที่ 6 ซึ่งอยู่ในการศึกษาภาคบังคับและรวมถึงจัดการสอนในระดับปริญญาตรีอยู่ในระดับอุดมศึกษา จึงต้องมีบุคลากรที่เป็นข้าราชการครูและอาจารย์ ซึ่งจะต้องมีการจัดทำหรือกำหนดวิทยฐานะที่แตกต่างจากการศึกษาขั้นพื้นฐานออกไป โดยเสนอแนวทางการบริหารงานบุคลากรในรูปแบบเหมือนมหาวิทยาลัยการกีฬาหรือสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ น่าจะเป็นประโยชน์กับคนของอาชีวะในด้านความมั่นคงและความก้าวหน้า ข้าราชการครูก็ทำวิทยฐานะชำนาญการ, ชำนาญการพิเศษ, เชี่ยวชาญ, เชี่ยวชาญพิเศษได้ ส่วนอาจารย์หรือผู้สอนระดับปริญญาก็สามารถทำผลงานวิชาการ ผศ., รศ., ศ.ได้
‘การบริหารงานบุคคลของข้าราชการในอาชีวศึกษาจะเป็นไปได้และเกิดการเปลี่ยนแปลงต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ โดยข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะต้องออกมาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและต้องได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดร่วมผลักดันจึงจะเกิดผลสำเร็จ’ นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าว



