สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประณามเหตุการณ์ที่มีผู้ยิงขีปนาวุธ 2 ลูก โจมตีสถานีรถไฟ ในเมืองครามาทอร์สก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของภูมิภาคโดเนตสก์ อยู่ทางตะวันออกของยูเครน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 52 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 100 คน เป็นอีกครั้งที่รัสเซียเจตนาโจมตีพลเรือน และเรียกร้องตะวันตกเพิ่มการมอบความสนับสนุนด้านอาวุธแก่ยูเครน

ขณะที่นายพาฟโล คิริเลนโก ผู้ว่าการภูมิภาคโดเนตสก์ กล่าวว่า ขีปนาวุธที่ใช้โจมตี เป็นแบบ “โทชกา-ยู” ภายในบรรจุระเบิดลูกปราย โดยขีปนาวุธระเบิดกลางอากาศ ส่งผลให้ระเบิดลูกปรายกระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้ ระเบิดลูกปรายถือเป็นอาวุธต้องห้าม ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ฉบับปี 2551 อย่างไรก็ตาม รัสเซียไม่ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงฉบับนี้
"Police, rescuers and regular workers brought to hospitals people without limbs, arms and legs."
— Bloomberg Quicktake (@Quicktake) April 8, 2022
At least 50 people were killed and hundreds wounded as Russia reportedly bombed civilians waiting to be evacuated at a train station in Kramatorsk, Ukraine https://t.co/iCNfLvVSiw pic.twitter.com/HRQTZWRs3y
ด้านกองทัพรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบัน ขีปนาวุธโทชกา-ยู “มีใช้งานเฉพาะในกองทัพยูเครน” และให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า มีการใช้ขีปนาวุธแบบเดียวกันนี้ เป็นอาวุธโจมตีเมืองแห่งหนึ่ง ในภูมิภาคโดเนตสก์ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมาด้วย การโจมตีครั้งดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 36 คน
ปัจจุบัน หลายฝ่ายโดยเฉพาะสหรัฐและยูเครน ตลอดจนองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เชื่อมั่นว่า รัสเซียอยู่ระหว่างจัดกำลังพลใหม่ โดยถอนทหารออกมาจากพื้นที่รอบกรุงเคียฟ และที่เมืองเชอร์นิฮิฟ เพื่อเตรียมปฏิบัติการทางทหาร “ระยะที่สอง” ในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งทางตะวันออกของยูเครน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



