เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พ.ต.อ.พีรพัฒน์ บุญพุทธ ผกก.สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย พร้อม พ.ต.ท.เทวินทร์ ไชยยา รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.สุภาพ เขื่อนแก้ว รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ต.สรัญญู บุรีแก้ว สว.สส.สภ.บ้านดู่ ร่วมแถลงจับกุมนาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ข้อหาลักทรัพย์ หลังเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ 2 แห่ง ในพื้นที่ ต.บ้านดู่ และพื้นที่ ต.ท่าสุด ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือ 38 เครื่อง และตู้เซฟ 1 ตู้ รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท

สืบเนื่องจากครั้งแรกเวลา 02.00 น. วันที่ 17 มี.ค. นายเอ ขับรถตระเวนหาร้านโทรศัพท์มือถือละแวกที่พักอาศัย กระทั่งพบร้านเป้าหมายใกล้กับตลาดสดบ้านดู่ จึงแอบย่องเบาปีนเข้าไปในร้านทางช่องระบายอากาศ แล้วขโมยโทรศัพท์มือถือไป 38 เครื่อง ก่อนนำไปกระจายขายตามร้านโทรศัพท์มือถือจังหวัดต่างๆ โดยที่กรุงเทพฯ 4 เครื่อง สุพรรณบุรี 2 เครื่อง ลำปาง 5 เครื่อง ลพบุรี 11 เครื่อง นครสวรรค์ 6 เครื่อง และเชียงใหม่ 10 เครื่อง

ส่วนรายที่สอง เวลา 02.00 น. วันที่ 4 เม.ย. กลับมาก่อเหตุที่ร้านเดิมอีกครั้ง แต่พบว่ามีคนอยู่ในร้านจึงวิ่งหนีออกมา และวันที่ 7 เม.ย. ได้ลักลอบเข้าไปในร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ หน้ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยเข้าไปทางช่องลม มีเป้าหมายจะไปขโมยโทรศัพท์มือถือ แต่เห็นตู้เซฟก่อนจึงเปลี่ยนใจขโมยตู้เซฟไปแทน และก่อนที่จะออกจากร้านได้ทิ้งบัตรประชาชนคนอื่นไว้ในร้าน อำพรางเจ้าหน้าที่ให้หลงทางเพื่อยากต่อการติดตามจับกุม โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านดู่

เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนรวบรวมหลักฐานพบว่า มีการเปิดใช้โทรศัพท์ในพื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จึงติดตามไปตรวจสอบ โดยผู้ใช้งานให้ความร่วมมือ ว่าซื้อมาจากร้านจำหน่ายโทรศัพท์ โดยพบว่ามีการขายต่อมาเป็นทอดที่ 4 แล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามเส้นทางโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในห้องพักในพื้นที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย สอบปากคำเบื้องต้นทราบว่า นายเอ ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ติดพนันออนไลน์เป็นเงินประมาณ 400,000 บาท จึงต้องการเงินไปใช้หนี้ เพราะถูกติดตามทวงหนี้อย่างหนักจนเกิดความกลัว จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



