สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า กองทัพรัสเซียเปิดฉาก “ปฏิบัติการขั้นที่สองอย่างเป็นทางการ” ในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งในภาคตะวันออกของยูเครน โดยเสียงปืนและเสียงระเบิดดังสนั่นตลอดแนวรบแดนหน้า

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงตรวจสอบอาคารหลังหนึ่ง ในเมืองลวีฟ ที่ถูกโจมตีจนเสียหายยับเยิน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน


นอกจากบรรยากาศสู้รบในเขตโดเนตสก์และเขตลูฮันสก์ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลันแล้ว การโจมตีของกองทัพรัสเซียยกระดับอย่างชัดเจน ในเมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออก เมืองมารินกา เมืองครามาทอร์สก์ เมืองมิโคลาอิฟ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า สถานที่หลายแห่งในเมืองลวีฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันตก ถูกโจมตีอย่างหนักเช่นกัน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสวมกอดปลอมโยนหญิงสาว ซึ่งสูญเสียบิดา ที่ได้รับลูกหลงจากการยิงปืนใหญ่ระหว่างกองทัพรัสเซียกับกองทัพยูเครน ที่เมืองคาร์คิฟ


ขณะที่กองทัพรัสเซีย ซึ่งถอยร่นออกจากพื้นที่ชานกรุงเคียฟ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ยังไม่ได้ให้ความเห็นโดยตรงต่อเรื่องนี้ แต่รายงานการปูพรมปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายอย่างน้อย 315 แห่ง ใน 108 เมืองทั่วยูเครน ทั้งที่อยู่ในภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศ โดยรวมถึงการทำลาย “เป้าหมายทางยุทธศาสตร์” รวมอย่างน้อย 16 แห่ง ในเมืองคาร์คิฟ เมืองซาโปริชเชีย เมืองโดเนตสก์ และเมืองเนียโปเปทรอฟสก์

ทั้งนี้ รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า รัฐบาลมอสโก “ไม่มีทางเลือกอื่น” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต).

เครดิตภาพ : REUTERS