น.ส.อภิชญา เตชะมหพันธ์ หัวหน้าฝ่าย กูเกิล คัชโตเมอร์ โซลูชั่น ของ กูเกิล ประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย ได้รับผลกระทบในการประกอบธุรกิจมากว่า 1 ล้านราย ทางกูเกิล จึงได้ร่วมมือกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และพันธมิตร จัดทำโครงการสะพาน ดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือในการช่วยฝึกฝนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เพิ่มทักษะด้านดิจิทัลในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการช่วยทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการทำอีคอมเมิร์ซ การเปิดร้านค้าออนไลน์ ฯลฯ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมา สามารถอบรมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้แล้ว 1 แสนราย จากยอดผู้เข้าฝึกอบรมทั้งหมดกว่า 120,000 ราย
นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การค้ายุคดิจิทัลเป็นความท้าท้ายของธุรกิจ ที่ต้องปรับตัว เพื่อสร้างเธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยื่น ซึ่งในอุตสาหกรรม 4.0 รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ธุรกิจต้องนำ เทคโนโลยีมาปรับใช้อย่างรวดเร็ว ซึ่งความร่วมมือกับกูเกิล เป็นการสนับสนุนให้คนไทยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือด้านดิจิทัลต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม ช่วยผลักดันนโยบายภาครัฐให้มีการทำงาน ร่วมกับภาคเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และส่งเสริมการพัฒนาในมิติ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ไปสู่ภาคประชาชน

ด้าน นางศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย หัวหน้าฝ่ายการตลาด กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า จากรายงานของ คันตาร์ ที่ร่วมกับกูเกิล ทำการสำรวจเอสเอ็มอี ที่ร่วมโครงการ พบว่า 99% ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บอกว่า ได้เรียนรู้ทักษะดิจิทัลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และ 75% กล่าวว่าโครงการนี้ได้ช่วยให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ในช่วงโควิด-19 และ 85% ได้สร้าง หรือปรับปรุงร้านค้าออนไลน์ของตนเอง เพื่อให้สามารถทำธุรกิจออนไลน์ได้ ในช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของตัวโครงการในการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ อย่างไรก็ตามทางโครงการจะมีการพัฒนาเนื้อหาการอบรมให้หลากหลากมากขึ้น รวมถึงขยายโอกาสไปยังเอสเอ็มอีที่อยู่ตามจังหวัดเล็กๆ ให้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมอบรม จะเป็นเอสเอ็มอีที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑล 22% และ ต่างจังหวัดในเมืองใหญ่อีก 78% เพื่อเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีในจังหวัดเล็กๆ ได้มีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของตนเองมากยิ่งขึ้น



