2 ปีกว่าๆที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ ที่เป็นองค์กรขนาดเล็ก ดำเนินธุรกิจแบบ “เอสเอ็มอี”จำนวนมากไม่สามารถไปต่อไหว ต้อง “โบกมือลา” ยอม “ยกธงขาว” ปิดกิจการไป
ส่วนที่ยังอยู่ก็มีไม่น้อยที่กลายเป็น “ซอมบี้” เรียกว่า “ไม่ตาย ก็ไม่โต” ต้องหาหนทางประคับประครองกันไป รอวันที่ธุรกิจจะ “โผ่ลพ้นน้ำ” หรือ “ยิ่งจมดิ่งลึกลงไป” ก็เป็นเรื่องที่ต้อง “วัดฝีมือ”กันไป!!
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วย ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี สามารถฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปได้ คือ การพัฒนาทักษะ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและ พัฒนาให้เหมาะสมกับ ธุรกิจของตนเอง
ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทาง “กูเกิล” ยักษ์ไอทีระดับโลกก็ได้ร่วมมือกับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และพันธมิตร จัดทำโครงการ สะพานดิจิทัล (Saphan Digital) ขึ้น เพื่อช่วยเหลือในการช่วยฝึกฝนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เพิ่มทักษะด้านดิจิทัล ในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการช่วยทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
“อภิชญา เตชะมหพันธ์” หัวหน้าฝ่าย กูเกิล คัชโตเมอร์ โซลูชั่น ของกูเกิล ประจำประเทศไทย บอกว่า การโรคระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ จีดีพีทำให้ของประเทศไทยลดลง 6.1 %ในปี 64 ถือเป็นการหดตัวครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 40 ขณะที่ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทยที่มีจำนวนประมาณ 3 ล้านราย มีส่วนช่วยสนับสนุน จีดีพี ของประเทศไทย สัดส่วนถึง 45% นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดจ้างงานถึง 86%

แต่การระบาดของโควิด-19 ได่ส่งผลกระทบวงกว้าง โดยทาง สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ได้ประเมินว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกว่า 1.34 ล้านรายได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 !!
ทางกูเกิล ที่ได้มีแนวคิด Leave No Thai Behind ที่จะไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลัง จึงได้ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ ทำโครงการ สะพานดิจิทัล ขึ้น และได้ช่วยฝึกฝนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสำเร็จแล้วกว่า 100,000 ราย จากยอดผู้เข้าฝึกอบรมทั้งหมดกว่า 120,000 ราย
ขณะที่ ผู้บริหารหน่วยงานรัฐ ที่เป็นผู้ร่วมดำเนินโครงการ คือ “ทศพล ทังสุบุตร” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บอกว่า การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจและผู้บริโภคต้องปรับตัว ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ การค้าออนไลน์ หรือ อี คอมเมิร์ซนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ตอบสนองความต้องการ ผู้บริโภคยุคนิว นอร์มัล ได้
“กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีภารกิจในการส่งเสริมการค้าผ่านระบบออนไลน์เพื่อขับเคลื่อนการทำธุรกิจ อี คอมเมิร์ซ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และการมีส่วนร่วมของชุมชนบนพื้นฐานการใช้เทคโนโลยี เพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มการตลาดออนไลน์ตลอดจนสร้างต้นแบบความสำเร็จด้วยการพัฒนาเชิงลึกตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป”

สำหรับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป ในโครงการ จะแบ่งการอบรมออกเป็น 3 หลักสูตร คือ 1. การสร้างร้านค้าออนไลน์ “e-Commerce track” เป็นการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการทำการค้า บนโลกออนไลน์ และการสร้างหน้าร้านบนโลกออนไลน์ หรือเว็บไซต์ 2. การพัฒนาหน้าร้านสู่โลกออนไลน์ “Digitizing storefront track” เป็นการให้ความรู้เชิงลึกกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับ การบริหารจัดการร้านค้าบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่ การปักหมุดธุรกิจ การมีระบบชำระเงิน และการส่งสินค้าออนไลน์ไว้บริการลูกค้า
และ 3. การทำโฆษณาสำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร “NGO track” เป็นหลักสูตรที่จัดทำให้สำหรับ NGO ที่มีส่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี ให้สามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ในกูเกิล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามสำหรับการดำเนินโครงการสะพานดิจิทัล ระยะที่ 1 ระหว่าง 27 ส.ค – 21 ธ.ค. 63 มีผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาด้านการค้าออนไลน์ในหลักสูตรปกติ ออน-ดีมาน เรียนได้ทุกเวลาที่ต้องการ จำนวน 11,826 ราย แยกเป็น ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี 3,748 ราย บุคคลธรรมดา 7,979 ราย และ เอ็นจีโอ 100 ราย ซึ่งสามารถนำความรู้จากการอบรมช่วยฟื้นฟูธุรกิจให้แข็งแกร่ง ตลอดจนพัฒนาศักยภาพธุรกิจ ให้เดินไปข้างหน้า ด้วยความมั่นคง
ส่วนโครงการระยะที่ 2 ตั้งแต่เดือน มี.ค.64 – 31 มี.ค. 65 มีผู้ประกอบการและผู้สนใจเข้าอบรม จากทั่วประเทศทั้งหมดจำนวน 118,642 ราย แบ่งเป็น 1. หลักสูตรปกติ จำนวน 50,874 ราย โดยแยกเป็น ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี 31,113 ราย บุคคลธรรมดา 19,638 ราย และ เอ็นจีโอ 123 ราย และ 2.หลักสูตรไลฟ์ สตรีม จำนวน 67,768 ราย ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จของโครงการจากความร่วมมือร่วมใจกันของทุกภาคส่วน

อีกหนึ่งผู้บริหารจาก กูเกิล “ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย” หัวหน้าฝ่ายการตลาด กูเกิล ประเทศไทย ได้ฉายภาพความสำเร็จของโครงการ ว่า จากรายงานของ คันตาร์ ที่ร่วมกับกูเกิล ทำการสำรวจเอสเอ็มอี ที่ร่วมโครงการพบว่า 99% ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรม 120,000 ราย 50 % เป็นผู้หญิง โดย 22% มาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล รองลงมาเป็นเชียงใหม่ 9% ลพบุรี ภูเก็ต และขอนแก่น จังหวัดละ 3%
สำหรับผู้ประกอบการ 1 แสนราย ที่เข้าร่วมโครงการนั้น เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจประเภทอาหาร และเครื่องดื่ม 33% รองลงมาเป็นแฟชั่น 24% ค้าปลีก 13% การบริการ 11% และสุขภาพความงาม 9%
“ข้อมูลจากการสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการพบว่า 99% ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บอกว่า ได้เรียนรู้ ทักษะดิจิทัลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และ 75% กล่าวว่าโครงการนี้ได้ช่วยให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ในช่วงโควิด-19 และ 85% ได้สร้าง หรือปรับปรุงร้านค้าออนไลน์ของตนเอง เพื่อให้สามารถทำธุรกิจออนไลน์ได้ ในช่วงวิกฤติโควิด-19 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของตัวโครงการในการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”

สำหรับสิ่งที่จะดำเนินการต่อจากนี้ ผู้บริหารของกูเกิล บอกว่า จะมีการพัฒนาเนื้อหาการอบรม ให้หลากหลาย มากขึ้น รวมถึงขยายโอกาสไปยังเอสเอ็มอีที่อยู่ตามจังหวัดเล็กๆ ให้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมอบรมส่วนใหญ่ จะเป็นเอสเอ็มอีที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑล และตามหัวเมืองใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาส ให้เอสเอ็มอีในจังหวัดเล็กๆ ได้มีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของตนเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจ สามารถ ลงทะเบียน เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://saphandigital.moc.go.th/
ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล เพื่อนำความรู้และทักษะใหม่ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง พร้อมปรับตัวนำพาธุรกิจให้อยู่รอดในวิกฤติโควิด-19.
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



