เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบสิ่งปลูกสร้างที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน ถูกทิ้งร้างกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถือว่าเป็นการผลาญงบประมาณ เม็ดเงินจากภาษีประชาชนที่สังคมควรให้ความสนใจและเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยทีมข่าวเฉพาะกิจ “เดลินิวส์” สำรวจข้อมูลทั่วประเทศ มีหลายโครงการปล่อยรกร้างไว้อย่างน่าตื่นตะลึง เช่น อควาเรียมหอยสังข์ ที่ใช้งบประมาณไปแล้ว 1,400 ล้านบาท ก่อสร้างมากว่า 14 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ
โดยวันที่ 20 ส.ค. นายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา เปิดเผยว่า ศูนย์การเพาะเลี้ยงน้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรียมหอยสังข์ ตั้งอยู่ในวิทยาลัยประมงตินสูลานนท์ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ทางจังหวัดได้เชิญทุกฝ่ายหารือแล้วในวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมชี้แจงปัญหาและแนวทางแก้ไข และมี นายปรีชา สุขเกษม ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองสงขลาและแกนนำภาคประชาชนร่วมรับฟังด้วย

นายสุเทพ กล่าวว่า โครงการอควาเรียมหอยสังข์ เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2549 ตั้งงบประมาณก่อสร้างไว้ 1,500 ล้านบาท ขณะนั้นหาผู้รับเหมาไม่ได้ จึงมีการแก้ไขแบบแปลนสุดท้ายทำให้ชะงัก ก่อสร้างไม่เสร็จ เรื่องนี้ผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้พยายามขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง วางแผนไว้ 6 แนวทาง สืบสานเจตนารมณ์เดิมเป็นอควาเรียม หรือปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ ได้แก่ เดินหน้าเป็น “อวาเรียม” เหมือนเดิม หรือเป็น “อควาเรียม” โดยใช้เทคโนโลยีผสมผสานให้เสมือนของจริง, เปลี่ยนเป็นศูนย์พฤษาศาสตร์, เปลี่ยนเป็นศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นอาคารวัฒนธรรมพื้นถิ่น และ ศูนย์แสดงสินค้า, ศูนย์การท่องเที่ยวทะเลสาบ/แสดงสินค้าวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญใน 3 แนวทาง คือให้เป็นศูนย์อควาเรียมแบบผสมผสาน ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และอควาเรียมขนาดย่อม ใช้เทคโนโลยีอควาเรียมเสมือนจริง การจัดทำศูนย์ฝึกอบรมกึ่งพฤกษศาสตร์ให้เยาวชนเรียนรู้ และศูนย์การท่องเที่ยวทะเลสาบสงขลา ศูนย์แสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ การแสดงสินค้าวัฒนธรรมท้องถิ่น
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ไม่ว่าภาคประชาชนคนสงขลาจะเลือกแนวทางไหนก็จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติว่าจะคงวัตถุประสงค์เดิม หรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์ใหม่ รวมถึงการพิจารณาออกแบบตามแนวทางที่ต้องการ พร้อมพิจารณาอนุมัติงบประมาณในการดำเนินการ และจะยังอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ หรือถ่ายโอนไปเป็นขององค์กรอื่นๆ โดยจะดำเนินการหลังจากนี้ ยืนยันว่าไม่เคยทิ้งโครงการ ยังมีการขับเคลื่อนต่อเนื่อง
ขณะที่ นายปรีชา กล่าวว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลให้กับชาวสงขลาอย่างมาก หากมีการทุจริตก็ขอให้ตรวจสอบกันไป แต่โครงการต้องสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ให้ได้ ยืนยันว่าโครงการนี้คนสงขลาไม่ได้เกี่ยวข้องกับทุจริต ดังนั้นจึงไม่สมควรที่จะต้องมารับผิดชอบกับซากอาคารอควาเรียมหอยสังข์ แต่เท่าที่รับฟังเลขาฯ สอศ. แล้วยังไม่ชัดเจนเรื่องไทม์ไลน์ ที่จะนำทางเลือกต่างๆ เข้าสู่ ครม. ก่อนหน้านี้ที่ยื่นหนังสือร้องเรียนไปนั้นเพื่อต้องการจะทราบว่าอควาเรียมหอยสังข์จะเป็นไปในทิศทางใด ดังนั้นควรจะกำหนดไทม์ไลน์ให้ชัดเจนกว่านี้
“หากไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนได้ ยังยืนยันในข้อเรียกร้องที่จะให้ปลด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และในวันที่ 26 ส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ จ.สงขลา ผมและตัวแทนชาวสงขลาจะขอเข้าพบเพื่อขอให้นายกฯรับปากด้วยตัวเองว่าอควาเรียมหอยสังข์จะขับเคลื่อนหรือแก้ไขปัญหาทางใดได้บ้าง” นายปรีชา กล่าว.



