นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมประชุมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดรับข้อมูลและปัญหาที่สมาคมกีฬาแห่งชาติต่อการพัฒนาระบบการบริหารงาน และศักยภาพนักกีฬา ที่ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อาคาร C ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 69 โดยมีสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่เป็นตัวแทนสมาคมกีฬาฯ เข้าร่วม 17 สมาคม พร้อมด้วย ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการบริหารฯ เข้าร่วมด้วย

สำหรับสาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือ การเปิดโอกาสให้แต่ละสมาคมกีฬาฯ เปิดใจถึงปัญหาและอุปสรรคในการบริหารงานสมาคมฯ และการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา โดยเฉพาะปัญหาจากการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย ไม่เพียงพอ ล่าช้า โดยทุกสมาคมฯ ได้แจ้งให้ประธานทราบในทิศทางเดียวกัน คือ การได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนฯ ค่อนข้างน้อย บางสมาคมฯ ก็ไม่ได้เลย และการตั้งเงื่อนไขที่ทำให้เข้าถึงเงินกองทุนยาก

ทั้งที่จุดประสงค์หลักในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คือ การสนับสนุนกิจกรรมสมาคมกีฬาเพื่อพัฒนานักกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศ แต่ปัจจุบันกองทุนฯ กลับหันไปสนับสนุนการจัดอีเวนต์กีฬาที่มีภาคเอกชนเข้ามาจัดการแข่งขันในรายการกีฬาที่ไม่ได้อยู่ในระบบการแข่งขันในมหกรรมกีฬาอย่าง โอลิมปิกเกมส์, เอเชียนเกมส์ หรือแม้แต่ในซีเกมส์ โดยที่สมาคมกีฬาฯ ที่รับผิดชอบกีฬาประเภทนั้นๆ ไม่ทราบเรื่อง และในขณะที่นักกีฬาที่สมาคมกีฬาฯ ดูแลอยู่ กลับถูกตัดและลดงบประมาณ โดยเฉพาะเบี้ยเลี้ยงเก็บตัวนักกีฬาที่ถูกลดจำนวนวันลง อย่างล่าสุด ยูธโอลิมปิก กลับให้เก็บตัวเพียงแค่ 1 เดือนก่อนแข่ง ซึ่งรัฐมนตรีได้แจ้งให้เสนอขอมาใหม่ รวมทั้งจะติดตามเงินสนับสนุนค้างจ่ายในปี 67-68 อีกด้วย

ทั้งนี้ทุกสมาคมกีฬาฯ เห็นพ้องให้มีการใช้เงินจากกองทุนฯ ให้ถูกวิธี ไม่เสียเปล่า และไม่ซ้ำซ้อน โดยการจัดวางโครงสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนากีฬาของประเทศ ที่ต้องให้ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นแกนกลาง ทำงานคู่ขนานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน กับภาคเอกชน มีภาครัฐ คือ การกีฬาแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุน กำหนดนโยบายการจัดสรรเงินกองทุนฯ, กำกับ, ติดตาม และ ประเมินผล การจัดลำดับความสำคัญในการสนับสนุน คือ มหกรรมกีฬาภายใต้ขบวนการโอลิมปิก, การแข่งขันของสหพันธ์กีฬานานาชาติ, ระบบการสร้างนักกีฬาทีมชาติ และการพัฒนาศักยภาพของสมาคมกีฬา ซึ่งทุกสมาคมกีฬาฯ เห็นพ้องกันว่า เงินกองทุนฯ ควรถูกใช้เพื่อสร้างระบบมากกว่าสนับสนุนกิจกรรม

หลังจากประชุมร่วมกันนานเกือบ 3 ชั่วโมง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ได้พูดคุยปัญหากับสมาคมกีฬาฯ ก็พบว่า ปัญหาหลักคือเรื่องโครงสร้างของการใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่ต้องมีการปรับให้กลับมาเป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมาย ตรงตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนฯ และวางนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนสมาคมกีฬาฯ ให้บริหารงานและส่งเสริมนักกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศอย่างมีศักยภาพ
“ปัญหานี้มีความยืดเยื้อมายาวนานเกือบ 10 ปี ผ่านรัฐมนตรีมาถึงผมก็ 5 รัฐมนตรีแล้ว ผมก็จะพยายามเต็มที่ที่จะทำให้เงินกองทุนฯ 4 พันกว่าล้านบาทนี้ ถูกจัดสรรใช้จ่ายอย่างเหมาะสมและไม่ทำเกิดผลกระทบต่อการสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมกีฬาฯ”

ด้าน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ต่องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่รับฟังปัญหาของสมาคมกีฬาฯ เข้าใจในปัญหา และพร้อมที่จะนำแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะการติดกระดุมเม็ดแรกผิด ถ้ากลับมาแก้ไขโครงสร้างของกองทุนฯ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คือ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ต้องอยู่ในการกีฬาแห่งประเทศไทย และจัดวางโครงสร้างการบริหารไปตามที่ พ.ร.บ. กำหนด ตนก็เชื่อว่าทุกอย่างจะเข้าที่และการบริหารงานของทุกสมาคมกีฬาฯ ก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น




