@เรื่อง”ยาเสพติด” ยังเป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างปัญหาให้กับ”ประเทศชาติ”ที่สำคัญที่สุด และหาก รัฐบาล ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมีนโยบายในการแก้ปัญหาแบบ”มะงุมมะงาหรา”ไม่มี”ศูนย์รวม”ไม่มี”ยุทธศาสตร์”และ ขาด”กลยุทธ์” อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เชื่อเถอะความ”สำเร็จ”ของการแก้ปัญหา”ยาเสพติด” ยัง”ห่างไกล”จากความจริงยิ่งนัก….หลังเกิด”โศกนาฏกรรม” ที่ “ศูนย์เด็กเล็ก” ที่ อบต.”อุทัยสวรรค์” อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ทั้ง”ตำรวจ,ปกครอง” ใน”ภูมิภาค” ต่าง”แข่งขัน” กัน”โชว์พราว” ด้วยการ”จับกุม” บรรดา”ผู้ค้า” ในพื้นที่เป็นการใหญ่ แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ใน”ภูมิภาค” ในแต่ละ “จังหวัด” แต่ละ”อำเภอ” ต่างรู้ว่า “ใคร” เป็น”ผู้ค้า” จึงทำการ”เชือด” เพื่อ”เอาใจ” ผู้นำประเทศ และหลังจากนี้อีก 1 เดือน ทุกอย่างก็จะเข้าสู่”โหมดปกติ” คือ”ใครใคร่ค้าค้า” และ”ใคร่ใคร่เสพ เสพ” แต่มี”ข้อแม้”คือต้องมีการ”จ่ายส่วย” ให้กับ”หัวเบี้ย”ในแต่ละพื้นที่ เพื่อ”นำส่ง” และ”ส่วย” เหล่านี้ก็จะ”กระจาย” ไปสู่” หน่วยงานไหนบ้าง”…วันนี้ เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น”ตำรวจ,ปกครอง” และ “ปปส.” รัฐบาล ต้องทำการ”ตรวจสอบ” รายได้และ”ทรัพย์สิน”เป็นการ”ย้อนหลัง”ว่ามีความ”ร่ำรวย” ผิด”ปกติ” หรือไม่ และความ”ร่ำรวย” มาจากอะไร….และเชื่อเถอะ ถ้ามีการ”ตรวจสอบ” จะมีคนถูก”ยึดทรัพย์” เพราะไม่สามารถ”ชี้แจง” ที่มาของ”ทรัพย์สิน” ที่”ครอบครอง” เกินฐานะความเป็นจริง ….
@ภาคใต้ตอนล่าง คือ”ขุมทรัพย์”ของ”ยาเสพติด” ที่ใหญ่ที่สุด และมีผู้”ติดยา” ที่”มากที่สุด” 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาความไม่สงบ 18 ปีเต็มๆ แต่คนในพื้นที่ส่วนใหญ่”ร่ำรวย”จากการ”ค้ายาเสพติด” ไม่มีใคร”ยากจน” จาก ปัญหา”ความไม่สงบ” เพราะมีการ”แปรวิกฤต” ที่เกิดจากความไม่สงบ มาเป็น”โอกาส” ในการ”ค้ายาเสพติด” และ คนจน” ส่วนหนึ่งที่”ว่างงาน”เพราะไม่มีการ”ลงทุน” ในด้าน”อุตสาหกรรม” ในพื้นที่ เนื่องจากปัญหา”ความไม่สงบ” เยาวชนชาย-หญิง ถูกนำเข้าสู่”ขบวนการค้ายาเสพติด” เพื่อให้”ติดยา” และเพื่อให้คนที่”ติดยา” เป็น”เครื่องมือ” ในการ”ค้ายา” คนที่”ติดยา” คือคนที่ไม่มี”งานทำ” และคนที่”ติดยา” คือคนที่”ขี้เกียจ” ไม่ยากทำงานหนัก ดังนั้นงานที่คน”ติดยา” ทำคือการ”ขายยา” ให้กับ”ชาวบ้าน” ใน “หมู่บ้าน,ตำบล.” จนถึง ระดับอำเภอ และจังหวัด จนกลายเป็น”เครือข่าย” ของ ขบวนการ”ค้ายาเสพติด” ที่อยู่เหนือ”กฎหมาย” คน”ติดยา” ที่ไม่”ขายยา” มีเพียงกลุ่มเดียวคือ”คนรวย” เท่านั้น….การแก้ปัญหา”ยาเสพติด” จึงเป็นงานที่”ละเอียด” และ”รู้ปัญหา”ที่เป็น”ของจริง” การรู้ปัญหาแบบ”นักวิชาการ” ที่อยู่ใน”ห้องแอร์” และ รู้แบบ”นักการเมือง” ที่เรียกว่า”นกแก้วนกขุนทอง” ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหา”ยาเสพติด” ที่”ระบาด”ในประเทศไทยได้….
@การแก้ปัญหาที่ได้ผลคือต้องทำให้”ยาเสพติดหายไปจากตลาด” คนที่”เสพยา” เมื่อผ่านการ”บำบัด” ต้องไม่กลับไป”เสพอีก” ที่ สำคัญ คน”ว่างงาน” คนที่จบการศึกษาต้องมี”งานทำ”….แต่ที่ผ่านมา “รัฐบาล” ของ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ นายกรัฐมนตรี “ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ์ “ รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน”คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( กพต.) และ” เหล่าผู้แทนราษฎร” ในพื้นที่ ไม่ได้”กระตือรือล้น” ที่จะ”ผลักดัน” การ”ลงทุน” เพื่อ”สร้างงาน สร้างอาชีพ “ และ”สร้างเงิน” ให้กับ พื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ”ภาคใต้ตอนล่าง” ยกตัวอย่าง”เมืองต้นแบบที่ 3 “ ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่ “รัฐบาล” มอบให้”สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”( สศช.) เป็นผู้รับผิดชอบในการ”ขับเคลื่อน”ผ่านไปแล้ว 4 ปี ไม่มีอะไรที่จับต้องได้นอกจาก”แผนงานในกระดาษ” ยังไม่มี”ของจริง” เกิดขึ้นแม้แต่โครงการเดียว….ไม่ต่างจาก “เมืองต้นแบบที่ 4” หรือ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ที่ จ.สงขลา ที่ วันนี้”ถ่ายโอน” จาก”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ไปอยู่ภายในการ”บริหารจัดการ”ของ”สภาพัฒน์” ก็มี”สภาพ” ที่ไม่ต่างกับ “เมืองต้นแบบที่ 3 “ ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพราะ 2 ปี ที่ “สภาพัฒน์” เข้ามาเป็น”ผู้รับผิดชอบ” ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ “เมืองต้นแบบที่ 4 “ ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นการลงทุนของ”เอกชน” ในวงเงิน 600,000 ล้าน ซึ่งใน”สภาวะ” ที่”รัฐบาล”อยู่ในสภาพของประเทศที่”ถังแตก” ควรจะเร่งรัดในการ”ส่งเสริม”และ”สนับสนุน” ให้ “เอกชน”ขับเคลื่อน” โครงการใหญ่ๆ ได้อย่าง”รวดเร็ว” เพราะมองเห็นความ”สำเร็จ” ที่จะสามารถ”สร้างงาน,สร้างเงิน” ให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะคน”ว่างงาน”และ นักเรียนนักศึกษาที่”จบใหม่” และที่”จบมาแล้ว” แต่ยังไม่มีงานทำ เพื่ออย่าให้”ความจน”และ”ว่างงาน” เป็นตัว”ชักนำ” ให้เข้าสู่ขบวนการ”ค้ายาเสพติด” และ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”….
@การ”ผลักดัน” ให้เกิด”เมืองต้นแบบที่ 4” หรือ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” มองเห็นความ”สำเร็จแค่เอื้อม” ที่ทำได้”รวดเร็ว”กว่าโครงการ”แลนด์บริจด์” ของ กระทรวง”คมนาคม” ในภาคใต้ตอนบน เพื่อเชื่อม”ทะเล” ฝั่งตะวันออก กับ ตะวันตก ที่ จ.ชุมพร และ จังหวัด ระนอง ซึ่งต้องใช้เงินกว่า 400,000 ล้าน และเป็น “งบประมาณ”ของ”รัฐบาล” ที่สำคัญในขณะที่ประเทศไทย”จนทั้งแผ่นดิน” จะไปเอา”งบประมาณ” มาจากไหนในการลงทุน….ส่วน “เมืองต้นแบบที่ 4 “ ปัญญามีอยู่เรื่องเดียวคือการ”คัดค้าน”ของ”เอ็นจีโอ” และ”ชาวประมงชายฝั่ง” ไม่ถึง 200 คน ส่วนคนในพื้นที่ 90 % เห็นด้วย วันนี้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงมีคำถามว่า”ประยุทธ์,ประวิตร” คิดอย่างไรกับโครงการที่”รัฐบาล” และ” กพต.” ผลักดันให้เกิดขึ้นมากับ”กับมือ”ของ”รัฐบาล” แต่สุดท้าย ทั้ง”สองพลเอก” กลัว”เอ็นจีโอ” จนยอมทุกอย่าง แม้แต่การ”ทอดทิ้ง” ให้พื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้อง”จมปลัก” อยู่กับปัญหา”ยาเสพติด” และการ”แบ่งแยกดินแดน”….เห็น “นโยบาย” ของ พล.ท.ศานติ สกุนตนาค แม่ทั้งภาค 4 “ป้ายแดง” เรื่องการ”แก้ปัญหายาเสพติด” เห็นด้วยนะ เพราะ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” เป็นหน่วยงานด้าน”ความมั่นคง” ที่มี”ศักยภาพ”มีกำลัง พล มีงบประมาณ แต่สิ่งที่ต้องการเห็นคือ”รายละเอียด”ที่เป็น”ยุทธศาสตร์” ของการแก้ปัญหาที่ “เป็นไปได้” หรือ”จับต้องได้” เพราะ”บทเรียน” เรื่องการ”แก้ปัญหายาเสพติด” ที่ผ่านมาของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าที่ใช้”งบประมาณ” ไปแล้วไม่น้อยแต่ยังไม่”ตอบโจทย์” กับการแก้ปัญหา”ยาเสพติด” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่”ละเลย”ไม่ได้….
@พูดถึงเรื่อง”กองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แล้ว ก็อดเป็นห่วง และต้องถามถึง”มาตรการ” เรื่องของ”การข่าว” และการ”ป้องกัน” การก่อการร้ายจาก”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ในห้วงของการประชุม”กลุ่มประเทศเอเปค”ระหว่างวันที่ 17-18 เดือนพฤศจิกายน ที่ กทม. ที่จะถึงนี้ อย่าเชื่อว่า”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น” รวมทั้ง “กลุ่มอื่นๆ” จะไม่มี”แผน” และไม่มี”ขีดความสามารถ” ในการ”ก่อการร้าย” ใน “กรุงเทพฯ” ในห้วงเวลาที่มีการประชุม เพราะเรื่องอย่างนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว หลายครั้ง พล.ท.อุทิศ อนันตนานนท์ แม่ทัพน้อยที่ 4 ซึ่งรับผิดชอบงาน ”การข่าว”ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อย่า”ประมาท”เด็ดขาด…..ทั้งเรื่อง”การก่อการร้าย” เรื่อง”การพูดคุยสันติสุข” และเรื่องปัญหา”ยาเสพติด” เป็นเรื่องเดียวกันที่เป็น”ปัญหา” เป็น”เงื่อนปม” ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องมีการใช้”ยุทธวิธี” ในการ ป้องกันการก่อการร้าย ป้องกัน”ชีวิต” และ”ทรัพย์สิน” ของประชาชนและการใช้”สันติวิธี” เพื่อการ”ลดความขัดแย้ง”การ”ลดความรุนแรง” และ”สร้างความเข้าใจ” ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทราบว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 คือ พล.ต.วรเดช เดชรักษา ผบ.กองกำลังเทพสตรี และ ผบ.พล ร 5 ให้เป็น ผอ.ศูนย์สันติวิธี และ รับผิดชอบงานของ “ สล. 3 “ ที่เป็นหน่วยงาน”ภาคประชาสังคม” ด้วย”หน่วยก้าน” ด้วย”ความรู้” และ”ความเข้าใจ” สถานการณ์ในพื้นที่ และ สถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้ง สถานการณ์โลก เชื่อว่าจะสามารถเป็น”ส่วนหนึ่ง” ในการสร้าง”สันติสุข” ในพื้นที่ให้เกิดขึ้นได้ ข้อสำคัญเรื่องของ”ภาคประชาสังคม” ใน”สล. 3 “ ต้องมีการ”ปรับปรุง” ทั้งตัว”บุคคล” และ”นโยบาย” ที่เห็นมา”ส่วนหนึ่ง” ไม่ได้เข้ามาเพื่อ สร้าง”สันติสุข” แต่เข้ามาเพื่อหวังได้”งบประมาณ” ไปทำโครงการ”ที่ตอบโจทย์”ปากท้อง” ซึ่งแต่ละโครงการก็”ซ้ำซาก” ไม่เป็น”มรรคเป็นผล” กับการ”ดับไฟใต้”…หลายนโยบายที่ต้องเปลี่ยน วันนี้ควรจะ”เลิกหิ้วกระเช้า” ไปเยี่ยมคำนับ” นายหน้าค้าสงคราม” ในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น”ผู้นำหน่วยไหน” เพราะถ้าการ”หิ้วกระเช้า” ไปเพื่อ”คำนับ” และ”แลกเปลี่ยนความคิดเห็น” เป็นวิธีที่”ดับไฟใต้” ได้ผล เชื่อ เถอะ “ไฟใต้” ดับไปนานแล้ว ที่สำคัญที่อยากจะบอกก็คือ”นายหน้าค้าสงคราม”เหล่านี้ รู้ดีว่าถ้า”ไฟใต้” สงบจบเมื่อไหร่ “ทางการ” จะไม่ให้ความสำคัญกับเขา”กระเช้า”ก็ไม่มา”การ”คำนับ” ก็จะไม่มี ดังนั้น”นายหน้าค้าสงคราม” จึงไม่ยอมให้”ไฟใต้” ”มอดดับ”…..
@ติดตามมาหลายปีกับกรณี “เรือประมงคราดหอยจากประเทศเวียดนามที่ ” ล่วงล้ำ”น่านน้ำไทย” เพื่อเข้ามา”คราดหอย” จนกลายเป็น”ภารกิจหลัก” ของ กองทัพเรือภาคที่ 2 สงขลา ที่ต้องสูญเสีย”งบประมาณ” กับการ จับกุมเรือประมงเวียดนาม ปีละมหาศาล ล่าสุด พล.ร.ท.จรัสเกียรติ ไชยพันธ์ ผบ.กองทัพเรือภาคที่ 2 ก็ จับกุมได้อีกหลายลำ ถามว่า นอกจากการ”จับกุม” แล้ว ประเทศไทย มีวิธีอื่นๆ ในการ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ เช่น”ทางการทูต” ระหว่างประเทศ หรือในระดับ”กรมประมง” ด้วยกัน เพราะ ปัญหานี้เกิดมาเป็น 10 ปี แล้ว ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีต่างประเทศ ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้เลยหรือไร….กลับมาแล้วคือเรื่องของ”น้ำมันเถื่อน” กลางทะเล หลังจาก โยกย้าย แต่งตั้ง ใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใน กองทัพเรือ กองทัพบก เสร็จสิ้นเรียบร้อย วันนี้”เรือบรรทุกน้ำมัน” ที่ทำการ”ดัดแปลง” มาจาก”เรือประมง” แล่นกันว่อน” ในทะเลฝั่งอ่าวไทย และ อันดามัน เพราะเริ่มที่จะได้”ไฟเขียว” จากผู้ที่ถือ”อำนาจ,หน้าที่” ในเรื่องการปราบปราม”น้ำมันเถื่อน” เสี่ยศักดิ์ “เจ้าพ่อเมือง”หอยใหญ่”,และ” โกหวัด” เจ้าพ่อ” เมืองพระ,” และ “เสี่ย ส.” จาก ควนลัง สงขลา รวมทั้ง “เสี่ย ช.”เจ้าของธุรกิจ”ปั้นน้ำเป็นตัว” ที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา “ซึ่งเป็น”นอมีนี”ของ”เสี่ยโจ้”ปัตตานี “ขยับขับเคลื่อน”แล้ว เรื่องนี้เชื่อว่า ไม่พ้น”หูตา” ของ”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ยกเว้นจะทำเป็น”ไม่รู้ไม่เห็น” เพราะมอบหน้าที่ให้”คนใกล้ชิด” ไปแล้ว….ส่วนการขนน้ำมันเถื่อนทาง”ภาคพื้นดิน” จาก”ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งจาก ชายแดน อ.ควนโดน จ.สตูล และชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา ก็มี”ไฟกะพริบๆ” แล้ว คนในขบวนการนี้ อยู่ภายใต้การ”จัดการ”ของ”โจ้ ถุงดำ” และถึงแม้ว่า”โจ้ ถุงดำ” จะ “ติดคุก”ไปแล้ว แต่ยังมี”มือซ้าย,มือขวา” ทำหน้าที่แทน และ “น้ำมันเถื่อน” ที่ ถูกนำเข้ามา ก็ส่งขายให้กับ”เสี่ยยุทธ” แห่งอาณาจักร”กังหันลม” ที่มี “คอก” รับซื้อน้ำมันเถื่อนหลายแห่งใน จ.สงขลา และ”คอก”ที่ สำคัญ” อยู่หลัง”ป้อมยาม” ของ ตำรวจ ในท้องที่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ก็ฝากเรื่อง”คอกน้ำมันเถื่อน” ให้กับ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา คนใหม่ ช่วย”จัดการ” กวาดล้างให้สิ้นซากด้วย…..
@ก็”อะลุ่มอล่วย” กันไปพักใหญ่แล้ว เพื่อหวัง”กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” ของ อ.หาดใหญ่,และ ชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา หลังการ”เปิดเมือง” จากเรื่อง”โควิด 19 “ ที่ ยอมให้ ร้านอาหาร ที่”กลายร่าง” เป็น”ผับ”เป็น”บาร์” และให้เปิด”เกินเวลา” เพื่อ”เอาใจ” นักท่องเที่ยว แต่วันนี้เห็นว่า”ชักเลยเถิด” ไปใหญ่แล้ว เพราะกลายเป็น”ช่องทาง” ในการ”ทำมาหากิน” ทั้งของ”นายทุน” และเจ้าหน้าที่ทั้ง”ตำรวจ”และ”ปกครอง” ในการรับ”เรียกส่วย”จาก “ผับ” ที่ไม่มี”อนุญาต” และจากการ”เปิดเกินเวลา”…ที่ หาดใหญ่ มีร้านอาหารที่เปิดเป็น”ผับ” มี สุรา ,นารี,ดนตรี,นักร้อง นับ 100 แห่ง ที่ทำผิด”กฎหมาย” คือไม่มี”ใบอนุญาต” เท่าที่ทราบมี”ผับ” ที่เปิดถูกต้องตาม”กฎหมาย” ใน จ.สงขลาไม่เกิน 10 แห่ง นอกนั้น”เถื่อน” ล้วนๆ…ที่ สำคัญ การเปิดเกินเวลามีการ”จ่าย”กันเป็น”รายชั่วโมง ใครเป็น”คนจ่าย” ใครเป็น”คนรับ” เจษฎา จิตรัตน์ “พ่อเมืองสงขลา”ซึ่งกำกับดูแลหน่วยงาน”ฝ่ายปกครอง” และ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล” ตำรวจ” ตรวจสอบเอาเอง และอีกเรื่อง สถานบันเทิง จำนวนมาก ทั้งที่ “หาดใหญ่” และที่”ด่านนอก” เมืองชายแดน อ.สะเดา ปล่อยให้เป็น”แหล่งมั่วสุม” มีการ”เสพยา-ขายยา” โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวชาว”ต่างชาติ” และ เจ้าหน้าที่ ไม่มีการ “ตรวจค้น” ไม่มีการ”ตรวจฉี่” กลายเป็นที่”ปลอดกฎหมาย” เพียงหวังต้องการเห็น”เศรษฐกิจฟื้น” โดยไม่ได้คำนึงถึง”ผลร้าย” ที่เกิดขึ้นกับ”สังคม” และ”ประเทศชาติ” ก็ฝากถึง หน่วยงานและ”ผู้หลักผู้ใหญ่”ฝ่ายการเมือง”ทั้งที่เป็น สส. และ โดยเฉพาะ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่ ใน ฐานะที่เป็น อดีตนายตำรวจใหญ่ ซึ่งรู้ปัญหาของ”ยาเสพติด” และเรื่องของ”กฎหมาย”เป็นอย่างดี….
@แจกอีกหนึ่งใบแดง จาก กกต.จ.สงขลา ผู้”โชคดี” เอ้ย “โชคร้าย” คือ” สุวัฒน์ เลิศจิตต์ธรรม” นายกเทศบาลตำบลคลองแงะ ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เดินตาม”รุ่นพี่” อย่าง “ศรัญ บิลพัฒน์” ที่ กลายเป็น อดีต นายกเทศบาลนครสงขลา ไปแล้ว และ “จักรธร สุริแสง” นายยกเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ที่รอฟังคำตัดสินจาก”ศาล”ว่าจะให้”หยุดปฏิบัติหน้าที่” หรือ”ไปต่อ” เส้นทางนี้ ไม่”เงียบเหงา” สำหรับ”นักการเมืองท้องถิ่น” จ.สงขลา เพราะยังมีคนรอ”ใบแดง” อีกหลายคน….และเป็นเป็นไปตาม”กฎหมาย” เมื่อ” พิบูลย์ รัชกิจประการ” สส.เขต 1 จ.สตูล พรรคภูมิใจไทย น้องชายขชอง”พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา “แกนนำ” พรรคภูมิใจไทย ในภาคใต้ ถูก ศาลอาญาทุจริตประพฤตมิชอบฯภาค 9 ตัดสินให้มีความผิดในการ อนุญาต ให้สร้าง โรงแรม”สินเกียรติธานี” สมัยที่เป็น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูล” โดยโทษจำให้”รอลงอาญา” และเสีย”ค่าปรับ” ครึ่งหนึ่ง แต่ก็คงมีผลกระทบกับการ”เลือกตั้ง” สส.ของ”ภูมิใจไทย” ที่ เขต 1 จ.สตูล ที่หวังจะ”กวาด” ทั้ง 2 ที่นั่ง เหมือนที่ผ่านมาคงต้อง”คิดใหม่” ….และน่าจะเป็น “โอกาส” ของ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ในการ”ทวงคืน” ที่นั่งใน เขต 1 แต่นั้นก็ต้องดูว่า “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค จะใช้” กลยุทธ์” อะไรในการนำเอา”แฟรานุแฟน” ของพรรคประชาธิปัตย์กลับคืนมา เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่า”มนต์ขลัง” ของ”ท่านชวน หลักภัย” ที่เป็น”เสาหลัก”ของ”ประชาธิปัตย์” ไม่”ขลัง” เหมือนในอดีตแล้ว….เช่นเดียวกับการเลือกตั้งซ่อม ส.อบจ. ที่ จ.ตรัง เมื่อ ปณต ศิริเสถียร ส.อบจ. เขต 4 อ.เมือง ได้”ใบแดง” ต้องส่ง อารีรัตน์ ศิริเสถียร ลงสนามแทน โดยมี ด.ต.ชัยวัฒน์ เส้งนุ้ย”เป็น”ด่านปราการ”ในการ”สกัดกั้น” ที่ สำคัญ และ สมเกียรติ จีนหมั้น ส.อ.บจ.เขต 1 อ.วังวิเศษ ได้”ใบเหลือง” แม้จะลง สนามแข่งได้ แต่ก็ต้องเจอ “คู่ปรับเก่า” อย่าง เทพวิทูล ม้าฤทธิ์ และสมพล สินไชย ทั้ง 2 สนาม ต่างฝ่ายต่างมี”กองหนุน” ที่เป็น นักการเมือง” ระดับชาติ เป็น”แบคอัพ” ก็หวังว่า กกต.คงไม่ต้องให้”ใบแดง,ใบเหลือง” เป็น ครั้งที่ 2 นะ….
@ส่วน นริศ ขำนุรักษ์ สส เขต 3 จ.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็น สส. 5 สมัย ที่”ชนะโหวต” ถูกเสนอชื่อให้เป็น รมช. มหาดไทย แทน นิพนธ์ บุญญามณี ที่ ลาออกจากตำแหน่ง มท.2 ซึ่งอาจจะเข้าข่าย ”บุญมีและกรรมบัง” โดยที่”บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยอมที่จะ”ปรับ ครม.เพื่อพรรคประชาธิปัตย์ เพียงพรรคเดียว “นริศ” ก็จะได้”เข้าป้าย”เป็น ”รมต.แบบ”สมใจนึกบางลำพู” แต่ถ้า”บิ๊กตู่” ทำเฉยๆ “ลากยาว”ไปจนมีการประชุม”เอเปก” เสร็จสิ้น” และทำการ”ยุบสภา” คนที่ต้อง”กินแห้ว” ก็คือ”นริศ” ความหวังที่จะใช้ตำแหน่ง”รมช.มหาดไทย เพื่อทำให้”คะแนนเสียง”ในการ เลือกตั้ง ในครั้งหน้า เพื่อนำผู้สมัครของ”ประชาธิปัตย์”ที่ พัทลุง เพื่อ”กวาด” ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งตามที่หวัง ก็”แห้ว”ไปด้วย จะ”ออกหัวหรือออกก้อย” สำหรับตำแหน่ง “รมต.ของ”นริศ” ก็ต้องติดตามกันต่อไป….
@เรื่อง”ไข้ดิน” ที่เกิดในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา ที่มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง และมีผู้”เสียชีวิต”ไปแล้ว 5 คน ใน ระยะเวลาสั้นๆ “โรคไข้ดิน” ไม่ใช่”โรคอุบัติใหม่”แต่มีการพบในทุกภาคของประเทศไทย เป็น”เชื้อแบคทีเรีย”ในดิน ที่มากับ”น้ำ” ใน ฤดูฝน ที่ต้องมีการ”ป้องกัน.ซึ่ง ขณะนี้ สิทธิชัย เทพภูษา นายอำเภอเทพา ได้สั่งการให้ วีรศักดิ์ เบ็ญอาหลี “สาสุข” อำเภอ และหน่วยงาน”ฝ่ายปกครอง” ทำการ”ชี้แจง” ให้ ประชาชน รู้จักป้องกันตนเอง ส่วน”ผู้ป่วย”ถ้ารู้ตัวต้องรีบ”พบแพทย์”เพื่อที่จะรักษาได้ถูกวิธี….เรื่อง”เก่าๆ” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังไม่มี”ข้อยุติ” คือการ”ตรวจดีเอ็นเอ”ของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่มีต่อ”ประชาชน” ที่เป็น”กลุ่มเป้าหมาย” ของ”การก่อการร้าย” ล่าสุดมีการขอ”ตรวจดีเอ็นเอ” ของ”ทารก” ที่เป็นลูกของ”ผู้ก่อการร้าย” หรือ”แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่อยู่ระหว่าง”หลบหนี” แต่ผู้เป็น”มารดา” ไม่ยินยอม และมี”นักสิทธิมนุษย์ชน” ให้การ”หนุน” ว่าการกระทำของ”เจ้าหน้าที่”เป็นการ”ละเมิด” ในเรื่องของ”สิทธิมนุษย์ชน” จนถูกนำมาเป็นประเด็นที่” ฝ่ายตรงข้ามนำไปทำ”ไอโอ” เพื่อ”โจมตี” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ ประชาชน เข้าใจผิด และ “เกลียดชัง”….โดยข้อเท็จจริง เรื่องการ”ตรวจดีเอ็นเอ” ไม่ใช่เรื่อง”เสียหาย”และไม่”น่ากลัว” ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ทำผิด”กฎหมาย” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีปัญหาเรื่อง”การก่อความไม่สงบ” และ”การแบ่งแยกดินแดน” การตรวจ”ดีเอ็นเอ” คนในพื้นที่มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหา”ความไม่สงบ” เพียงแต่ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ได้”จัดลำดับความสำคัญ”ของแต่ละเรื่องเพื่อทำความเข้าใจอย่าง”จริงจัง” กับ”ภาคส่วน” ที่เกี่ยวข้อง จนกลายเป็นเรื่อง”ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” เดินหน้าไม่ได้ ถอยหลังไม่ถูก ผ่านไปแล้ว 18 ปี เรื่องนี้เรื่องเดียว” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยัง”เกาไม่ถูกที่คัน” เรื่องอย่างนี้แหละที่ “ผู้แทนพิเศษรัฐบาล” ต้องเข้ามาช่วยแก้ และเรื่องแบบนี้แหละที่”สล. 3” ต้องเข้าไปมี”บทบาท” เพื่อการสร้างความ”เข้าใจ” ที่”ถูกต้อง”ให้กับ”ประชาชน” ว่าเป็นความ”จำเป็น” ในสถานการณ์ของ”ปัจจุบัน” ถ้า ทุกคนต้องการที่จะเห็น”สันติสุข ที่ปลายด้ามขวาน” แห่งนี้ จริง หรือ ไม่จริง พล.ท.ศานติ สกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 และ บรรดาที่ปรึกษา ซึ่งมี พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ เป็นประธาน ต้องนำไป”ตรองดู” ว่า ใช่หรือไม่ใช่ และ ถ้าใช้ จะ เดินไปสู่”หมุดหมาย” ของความ”สำเร็จ” อย่างไร….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ
————————————————————–
ไชยยงค์ มณีพิลึก

เครื่องหมายสังกัด. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ติดเข็มเครื่องหมายสังกัด ศอ.บต. แก่ ข้าราชการโอนย้ายและบรรจุใหม่ พร้อมย้ำให้ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา

กำลังใจ. พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เดินทางไปเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจ นางประทุม นักทอง หรือ”ป้านิ่ม”ที่สูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง จากจากที่”แนวร่วม”ขบวนการก่อการร้ายลอบวางระเบิด ณ รพ.ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ประกวดเรือพระ. บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง พระราชวรากร เจ้าคณะจังหวัดตรัง วัดกระพังสุรินทร์ อารามหลวง เป็นประธานตัดสินการประกวดเรือพระ ในประเพณีชักพระ ณ ลานเรือพระทุ่งแจ้ง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งมีเรือพระเข้าประกวด 72 วัด โดยเรือพระที่ชนะเลิศเป็นของวัดควน (นาแค.)ได้รับรางวัล 120,000 บาท

มอบรางวัล. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มอบรางวัลให้กับ คณะมโนราห์ ที่แสดงในงานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดพรหมนิวาส ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่ง เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในพิธีทอดกฐินในครั้งนี้ด้วย

ศาสตร์พระราชา. พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผบ.กองพลทหารราบที่ 15 นำกำลังพล ทำกิจกรรมปลูกข้าวพันธุ์พระราชทาน โดยวิธีปักดำ น้อมนำศาสตร์พระราชา สืบสานเศรษฐกิจพอเพียง ณ แปลงนาสาธิต กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ประชุมผู้บริหาร. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)เป็นประธานประชุมผู้บริหารและหน่วยงานขึ้นตรง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า ศอ.บต. อ. เมือง จ.ยะลา

ผู้บำเพ็ญประโยชน์. เฉลิมพล เรืองเริงกุลฤทธิ์ รอง นายก อบจ.ยะลา รับมอบโล่เกียรติคุณในฐานะผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมจาก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวันตำรวจ ณ ห้องประชุม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มอบน้ำดื่ม. กำซานี มะเร๊ะ หัวหน้างานประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ พร้อมด้วย วันชัย เจ๊ะ หัวหน้างานรักษาความปลอดภัย กองโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง เป็นผู้แทนมอบมอบน้ำดื่มให้ เทศบาลตำบลเขื่อนบางลาง เพื่อใช้ในกิจกรรม เมาลิดสัมพันธ์ สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ประจำปี 2565 โดยมี อับดุลรอแม อาดี ตัวแทนเทศบาลเขื่อนบางลางเป็นผู้รับมอบ ณ ที่ทำการไฟฟ้าเขื่อนบางลาง จ.ยะลา

ร่วมงานเมาลิด. พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ ร่วมงานเมลิดนบี พร้อมให้กำลังใจ ผู้นำศาสนา ณ สมาคมอิหม่าม อ.มายอ จ.ปัตตานี โดยมีเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายก อบจ.ปัตตานี และ บาฮารุดดิน ยูโซ๊ะ ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จ.ปัตตานี ให้การต้อนรับ

กฐินสามัคคี…ชยุต ขุนรักษาพล นายกเทศมนตรีตำบลสทิงพระ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการและพนักงานเทศบาลตำบลสทิงพระ ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคี ณ วัดจะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา

แถลงข่าว . ไพโรจน์ รัตนภิรมย์ นายกสมาคมส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา และประธานชมรมเรือพายจังหวัดสงขลาได้ร่วมแถลงข่าวกิจกรรมและเป็นเจ้าภาพงาน”ล่องเรือทอดกฐินวันลอยกระทง”ประจำปี2565ณ วัดแหลมพ้อตำบลเกาะยออำเภอเมืองจังหวัดสงขลา ในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายนนี้

ร่วมบุญกฐิน. ว่าที่ รต.ไกรธนู แกล้วทนงค์ สจ.เขต อ.ระโนด จ.สงขลา ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมพิธีทอดกฐิน ณ วัดหนองถ้วย อ.ระโนด จ.สงขลา ท่ามกลางพุทธบริษัท จำนวนมาก ที่ ร่วมสืบสานประเพณีทางศาสนา

ศิลปนิพนธ์. ผศ.นิชาภัทรชย์ รวิชาติ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นประธานเปิดนิทรรศการศิลปนิพนธ์ Deadline : Thesis Exhibition 2022 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเข้าร่วมชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ Deadline : Thesis Exhibition 2022 ณ ห้องกระจกใต้หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมือง จ.ยะลา

แข่งกีฬา. ธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล 4 ตำบลคัพ ประจำปี 2565 พร้อมร่วมมอบรางวัลให้กับทีมที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ โดยมี ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน เยาวชน ประชาชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณสนามฟุตบอล รร.บ้านพร่อน อ.เมือง จ.ยะลา

ต้อนรับ. ซาลี วาแมดีซา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิก พนักงานส่วน ตำบล ลูกจ้างและพนักงานจ้างให้การต้อนรับ จริยาวดี โด ซึ่งมารับตำแหน่ง จัดเก็บรายได้ณ ที่ทำการ อบต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา

โชว์ผลงาน. สนั่น พงษ์อักษร ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส น.ท.อธิวัฒน์ แสงสว่าง รอง ผบ.ฉก.น.ย. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่พร้อมผู้ต้องหา ที่ สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

มายากล. เจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา เป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์มายากลหาดใหญ่ และภาพวาดสามมิติ ณ พิพิธภัณฑ์มายากล ถนนกาญจนวนิชย์ อ.หาดใหญ่ โดยมี เยาวภา พูลพิพัฒน์ ผช.เลขาธิการ ศอ.บต.พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมี วีณา จงวิไลเกษม กรรมการผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ให้การต้อนรับ

สืบสานพุทธศาสนา. รศ.บดินทร์ รัศมีเทศ รอง เลขาธิการ ศอ.บต.ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ณ วัดอุไรรัตนาราม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา เพื่อนำปัจจัยที่ได้ไปปฏิสังขรณ์ อาคารสถานที่ต่างๆภายในวัดดังกล่าว



