@ ณ เวลานี้เรื่องของการออกกฎกระทรวงประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อให้”ต่างชาติ” ซื้อที่ดิน 1 ไร่ โดยให้มีการลงทุนในประเทศไทย 40 ล้านบาท กลายเป็นเรื่องที่ ”ร้อนแรง” ที่มีการ”วิพากษ์วิจารณ์” การบริหารประเทศของ”ลูงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่าง”สาดเสียเทเสีย” และมีความเห็นตรงกันว่า การที่ต้องออก”กฎกระทรวง”นี้เป็นเพราะ การบริหาร”เศรษฐกิจ” ที่ผิดพลาด จนประเทศ”เจ๊งบ้ง” ต้อง “ขายแผ่นดิน” ให้กับ”คนต่างด้าว ท้าวต่างเมือง” เพื่อให้ได้เงินเข้าประเทศ ก่อนที่ เศรษฐกิจของประเทศจะ”ฝืดเคือง” ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ ….ส่วนในเรื่องของ”ประโยชน์” กับการออก”กฎกระทรวง” ในเรื่อง”ขายที่ดินให้ต่างชาติ” ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แม้แต่”รัฐบาล” ก็ขาดการ”ชี้แจง”และ”ลงลึก” ในรายละเอียดให้”ประชาชน” รับรู้และเข้าใจ จึงทำให้”กระแส” การออก”กฎกระทรวง” เพื่อให้”ต่างชาติ” ถือครอง”ที่ดิน”ได้คนละ 1 ไร่ เพื่อแลกเปลี่ยนการลงทุนในประเทศ 40 ล้านบาทกลายเป็น”ปีศาจร้าย” ที่มี”นายกรัฐมนตรีเป็น”จำเลย” ก็ต้อง ติดตามกันต่อไปว่า” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จะ”เดินหน้า” หรือ”ถอยหลัง” แต่ไม่ว่า”กฎหมาย” นี้ จะ”ไปต่อ” หรือ”หยุดพัก” สำหรับ”วิถีทางการเมือง” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี เปรียบเหมือน”ไต่เส้นลวดบนปากเหวทางการเมือง”แล้วนั่นเอง….
@ความจริง แม้จะไม่มีการออก”กฎกระทรวง”ในเรื่อง”ประมวลกฎหมายที่ดิน” เพื่อให้”ต่างชาติ” ซื้อที่ดินได้ “ต่างชาติ” ก็”มีสิทธิ์” ในการ”ถือครอง” ทั้งที่ดิน คอนโดมิเนียม และ อื่นๆ ตามที่”กฎหมาย” อนุญาตให้”คนต่างด้าว” ถือครอง”สินทรัพย์”ได้ 49 % ของ “สินทรัพย์อยู่แล้ว รวมทั้งมี”ต่างชาติ” จำนวนมาก ที่ถือครอง”ที่ดิน” และ”สินทรัพย์”อื่นๆโดย”นอมีนี” ยกตัวอย่างในพื้นที่ภาคใต้ “ภูเก็ต,พังงา”,กระบี่,สมุย “และ เมืองชายแดนอย่าง”ด่านนอก” อ.สะเดา จ.สงขลา คนที่”ถือครอง” ที่ดิน” และ”สินทรัพย์” เป็นคน”ต่างชาติ” ทั้งสิ้น “รัฐบาล” จึงไม่จำเป็นที่จะต้องออก”กฎหมาย” ที่ถูก”ตราหน้า” ว่าเป็นการออกกฎหมาย”ขายชาติ” หรือ”ขายแผ่นดิน” คน”ต่างด้าว” ก็มีสิทธิ์ใน”อสังหาริมทรัพย์” และ “สินทรัพย์” อื่นๆอยู่แล้ว ที่สำคัญ แม้จะไม่ออก”กฎหมาย” หรือ”กฎกระทรวง”ในเรื่อง”ประมวลกฎหมายที่ดิน” คนที่”กุมเศรษฐกิจ” ของ”ประเทศไทย” ก็คือ”ต่างชาติ” …..
@รายได้ที่นักลงทุน”ต่างชาติ”ทำการ”กอบโกย”ไปจาก”ประเทศไทย” ถูกส่งกลับไป”เมืองแม่” ให้ดูตัวอย่าง”ธุรกิจศูนย์เหรียญ” ที่ดำเนินการโดย”กลุ่มทุนจากประเทศจีน”เป็นตัวอย่าง และเป็นการนำไปสู่ความ”หายนะ”ของประเทศ ที่”รัฐบาล” ยังไม่ได้แก้ไข หรือ ป้องกัน วันนี้”รัฐบาล”กำลัง”เปิดช่อง” ให้มีการ ถือครอง ที่ถูกต้อง”ตามกฎหมาย” น่าจะเป็นการสร้าง”หายนะ”ที่ซ้อน”หายนะ” มากกว่าที่จะเป็น”ประโยชน์”กับ”ประเทศชาติ” และกับ”คนไทย” ทั้งประเทศ….ที่สำคัญ”เมื่อ”ต่างชาติ” เข้ามา”ถือครอง” ที่ดินได้ “อนาคต” ราคา”ที่ดิน” จะแพงมากขึ้น “คนไทย” ลูกหลานไทย ก็จะ”หมดสิทธิ์” ที่จะเป็น”เจ้าของที่ดิน” ในประเทศของตนเอง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ”การเมือง” และไม่ใช่เรื่องของ”ฝ่ายค้าน” แต่เป็นเรื่องที่”คนไทย” ทั้งประเทศจะต้อง”รับรู้” และต้อง”แสดงความคิดเห็น” ว่า”เอา” หรือ”ไม่เอา” กับ “กฎกระทรวง” ฉบับ”ขายแผ่นดินให้ต่างชาติ”….และที่”ทุเรศ” คือ การอ้างว่าในอดีต รัฐบาล”ไทยรักไทย” ก็เคยทำ ในยุคที่”ไอเอ็มเอ็ฟ” เข้ามา “ควบคุม” นโยบาย”การเงิน” ถามว่าเมื่อรู้ว่า รัฐบาล ที่ผ่านมา”ทำชั่ว” ทำในสิ่งที่”ผิดพลาด” ทำไมรัฐบาลนี้จะต้อง”ทำตาม”ด้วย….
@วันนี้ “ภาคใต้” มี”ข่าวฉาวโฉ่” เกิดขึ้นอย่าง”ต่อเนื่อง” จากเรื่อง “เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง” ที่”เจษฎา จิตรัตน์” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตั้งมากับมือในการปราบปราม”ยาเสพติด”และ “การันตี” ว่า “ผลงานดี” ไม่มี”ด่างพร้อย” และ”ปลัดกระทรวงมหาดไทย” ก็ออกมา”ชื่นชม”ว่าเป็นชุด”ปฏิบัติการ” ที่ เก่ง กล้า แต่วันนี้ ชุดปฏิบัติการที่”เจษฎา จิตรัตน์” ตั้งมากับมือ และไม่”ด้างพร้อย” กลายเป็น”ผู้ต้องหา” ในการ”ตบทรัพย์” จาก”ขบวนการค้ายาเสพติด”ไปแล้ว ….ถัดมาไม่กี่วัน” “จ่าเบิร์ด” ตำรวจ จากหน่วย”สวาท”ของ ภ.จว.ตรัง ก็ก่อคดียิง”นักเที่ยว นักดื่ม” ใน”ผับ” แห่งหนึ่ง กลางเมืองตรัง เพราะการถูกหยาม”ศักดิ์ศรี” จากคนใน”ซุ้มการเมือง” เรื่อง”จ่าเบิร์ด” กับสถานที่”อโคจร” ยังไม่ทันจบ” ร.ต.ท. จาก ตำรวจ ท่องเที่ยว และ “นายดาบ” จาก กองกำกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สงขลา ที่รับผิดชอบในพื้นที่ “ด่านนอก” ชายแดนไทยมาเลเซีย เขตเทศบาลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ก็”รวมหัวกัน” ก่อคดี”อุ้ม” นักธุรกิจ”สีเทาๆ” ชาวมาเลเซีย แต่”เหยื่อดิ้นหลุด” และนำมาสู่การ”แจ้งความ” สุดท้าย 1 หมวด 1 ดาบ”จาก”ผู้รักษากฎหมาย” กลายเป็น”ผู้ร้าย” ที่ต้องเข้าสู่ขบวนการ”ยุติธรรม” ….
@แม้ว่า ทุกคดี พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 และตำรวจใน”ท้องที่” และที่เดินทางมาจาก”ส่วนกลาง” จะ “คลี่คลาย”คดีได้หมด จับกุมได้ทุกคดี และไม่มีการ”ช่วยเหลือ”คน”สีเดียวกัน” แต่ สิ่งที่เกิดขึ้น บอกให้รู้ว่า ณ วันนี้ ทั้ง”ฝ่ายปกครอง” และ”ตำรวจ” รวมทั้ง หน่วยงานอื่นๆ ที่ยังไม่”เกิดเรื่องฉาวโฉ่” มี “พฤติกรรม” ในการหา”ผลประโยชน์” จากเรื่องของ”ยาเสพติด,อาวุธปืน .อบายมุข,การพนันออนไลน์ ,เรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องสินค้าหนีภาษี เรื่อง”น้ำมันเถื่อน ” ที่”นายกรัฐมนตรี” จะต้องสั่งการให้มีการ”สังคายนา” หน่วยงานของรัฐกัน”ยกใหญ่” โดยเฉพาะ”ฝ่ายปกครอง” ที่ในอดีตไม่ค่อยมีเรื่อง”เสื่อมเสีย” แต่วันนี้”ตำรวจ” มีผลประโยชน์อะไร ,ศุลกากร.มีผลประโยชน์อะไร “สรรพสามิต” มีผลประโยชน์อะไร “เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง”ก็เรียกรับผลประโยชน์เท่าเทียมกัน,,,, ความ”เสื่อมเสีย” ทั้งหมดทั้งปวงที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัส ผบ.ตร. และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้อง”เอาจริง” ต้อง”สังคายนา” หน่วยงานของท่านอย่าง”เร่งด่วน” ที่เกิดขึ้นเป็นข่าว”ฉาวโฉ่” เป็นแค่”ขยะ” ที่ ซ่อนอยู่”ริมพรม” ส่วนที่”ซ่อนอยู่ใต้พรม” มีอีกมากมายที่กำลังโผล่ขึ้นมา ถ้ายังไม่มีการ”สังคายนา”....
@สำหรับที่ จ.สงขลา ก็ถือว่าเป็นการ”ทดสอบ” ฝีมือของ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันทร์ “ผบก.ภ.จว.สงขลา คนใหม่ ว่าจะ”เอาอยู่” กับเรื่องการ”ปราบปราม” และเรื่อง”ผลประโยชน์” ที่”ลูกน้อง” ในทุกพื้นที่มีการ”เก็บส่วย” จากทุกวงการ เน้นพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา เอาเฉพาะ”ส่วยอนุบาล” จาก “สถานบันเทิง” ที่”ไม่มีใบอนุญาต” และขอ”เปิดเกินเวลา” ที่”กฎหมายกำหนด”ไว้ ทุกแห่งต้องจ่ายเป็น”รายเดือน” ส่วนการเปิด”เกินเวลา” ต้องจ่ายเป็น”รายชั่วโมง” และ สถานที่ดังกล่าว”ส่วนใหญ่” อยู่ในพื้นที่ของ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ ….ส่วนที่”ด่านนอก” อัครมหาสถาน “เมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย” ที่ วันนี้ ถูก”ยึดครอง”โดย”ต่างชาติ” ชาติแรก”ชาติจีน”ยึดเอา”ฝั่งขวา”ของถนน เป็นที่”ทำมาหากิน” ที่ดิน สินทรัพย์ มากมายมี”คนไทย”เป็น”นอมินี”ในการ”ถือครอง” ส่วน”ฝั่งซ้าย” ตั้งแต่”ซอย 6-ซอย 4 มี”แขกอินเดีย” ที่เป็น”มาเฟียใหญ่” เป็นผู้”ถือครอง” มีนักการเมือง”ท้องถิ่น”ให้การ”โอบอุ้ม”….พนักงาน ,แรงงาน” เป็น”คนต่างด้าว” เกือบทั้งหมด แม้จะเดินทางเข้ามาถูกต้อง แต่ไม่มีอนุญาตในการ”ทำงาน” และไม่มีอนุญาตในการ”ค้าประเวณี” เพราะ พนักงานส่วนใหญ่ มีอาชีพ”ค้าประเวณี” ผ่านวิธีการต่างๆ เช่น”ร้านคาราโอเกะ,ร้านนวด.ห้องอาหาร .ผับ.บาร์ และ ฯลฯ….
@ก็รู้กันทั้ง “ตำรวจ.ปกครอง.และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง”ว่า ชาวมาเลเซีย ที่เข้ามายัง”ด่านนอก” เทศบาลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา มีวัตถุประสงค์แค่ 2 อย่าง 1 มา”เที่ยวผู้หญิง”2 มาเพื่อ”เสพยาเสพติด” ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องรองลงมา….ที่น่าเกลียด”กลางคืน” มีการ”ปิดซอย” โดยมี”ตำรวจ” เป็นผู้”คุ้มครอง” เพื่อให้ทำในสิ่งที่”ผิดกฎหมาย” ได้โดยเฉพาะ …. และเพราะสภาพของสถานบันเทิง”ด่านนอก” เป็นอย่างนี้นี่เอง จึงเป็น”ช่องว่าง” ให้“นักบิน” จากสารพัดหน่วยงาน สามารถ”ตักตวง”ผลประโยชน์ โดยการ”สมยอม” จาก เจ้าของธุรกิจ ใคร”ดื้อ” ก็ถูก”จับกุม” และสุดท้ายคือ”อุ้ม” แต่เผอิญว่าคนที่”ถูกอุ้ม” มีผู้”คุ้มครอง”เป็น”นักการเมือง” คนอุ้มที่เป็น “ตำรวจ” จึงกลายเป็น”คนร้าย” ในที่สุด ,,, แต่เชื่อเถอะ สุดท้ายคดีนี้ ยกมือไหว้”ขอโทษ” ก็จบ เพราะ ธุรกิจ”สีเทา” ที่”ด่านนอก” เป็นเรื่อง”น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า” เจ้าหน้าที่รัฐ กับ เจ้าของธุรกิจ”สีเทา” ใช้เงิน”กระเป๋าเดียวกัน” แต่ที่ต้องมามาเขียนให้”เห็นภาพ” เสีย”ยืดยาว” เพียงแต่อย่างถาม “เจษฎา จิตรัตน์” คนเป็น”พ่อเมืองสงขลา” และ “พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ “ผบก.ภ.จว.สงขลา ที่เป็นผู้ รักษากฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อยของ”บ้านเมือง” ว่า ท่านจะแก้ปัญหานี้ เพื่อให้”กฎหมาย” เป็น”กฎหมาย” และให้”บ้านเมือง” มีความสงบ อย่างไร และ ท่านมองถึง “อนาคต” ของชาติ จาก ปัญหา”ยาเสพติด” ปัญหา”อบายมุข” ที่มี”เยาวชน” และ คนในพื้นที่ ซึ่งเป็น”ลูกหลานไทย” ได้รับอย่างไร…..ขอ เถอะ อย่าได้อ้างว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการ”กระตุ้น” เศรษฐกิจ,การท่องเที่ยว” หลังจากที่”ซบเซา” มาแล้ว 2 ปี เพราะถ้า บ้านเมืองเต็มไปด้วย”ยาเสพติด” เต็มไปด้วยแหล่ง”อบายมุข” เพื่อแลกกับ”การท่องเที่ยว” ก็ต้องถามว่า”รายได้” จากการ”ท่องเที่ยว” ที่มาจากสิ่ง”ผิดกฎหมาย” เป็นรายได้ของ”คนรากหญ้า” หรือเป็น”รายได้”ของ”นายทุน” และ “เจ้าหน้าที่รัฐ” กลุ่มหนึ่งเท่านั้น….
@เรื่องของ”ส่วย” ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่ ที่เป็น”เส้นทาง”สินค้าเถื่อน” ที่ผ่านมาจากประเทศ มาเลเซีย และ น้ำมันเถื่อน ทั้งจาก”มาเลเซีย” และทะเล”อ่าวไทย,และ”ทะเล”อันดามัน” โดยอาศัยผู้มี”อิทธิพล” เป็นผู้”เคลียร์เส้นทาง” เพื่อ”จ่ายส่วย” ให้กับ เจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ จังหวัดชายแดน จนถึง “ปลายทาง”ของทุกพื้นที่…. วันนี้ “ปปช. ชี้มูล”ผู้กำกับโจ้” ที่ เจ้าตัวอยู่ใน”เรือนจำ” ในข้อหา “ร่ำรวยผิดปกติ” ให้ยึดทรัพย์ 1,000 ล้านเป็นของแผ่นดิน” เงินส่วนนี้ มาจากการรับ”เคลียร์เส้นทาง” ธุรกิจผิดกฎหมายจากภาคใต้ โดยเฉพาะ”ส่วยน้ำมันเถื่อน” ที่ ณ วันนี้ แม้”โจ้ ถุงดำ” จะอยู่ใน”เรือนจำ” แต่ คนของ”ผู้กำกับโจ้” ยังดำเนินการ”รับส่วย” จากผู้”ค้าน้ำมันเถื่อน” เพื่อ”จ่ายส่วย” ให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น วันนี้ “เส้นทาง” ของ”น้ำมันเถื่อน” ยังมีการ”ขนถ่าย” และบรรทุกด้วย”รถหัวลาก”ไปได้ในทุก”ปลายทาง” ของประเทศไทย ก็ต้องติดตามดูว่า” บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” รอง ผบ.ตร. ฝ่าย สืบสวนฯ จะมี นโยบาย อย่างไรกับ ปัญหาของ”ส่วยน้ำมันเถื่อน”…..และอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญ ที่ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ต้องเร่ง”สอบสวนสะสาง” คือเรื่องของ”คนเถื่อน” จากหลายชาติ” ทั้ง “เมียนม่าร์,จีนแผ่นดินใหญ่, แขกดำ,แขกขาว, ลาว,มอญ ที่เข้ามาทำ”ธุรกิจ” ทั้งที่ให้คนไทยเป็น”นอมินี” และที่เป็น”อาชญากร” ที่ หลบหนีคดี เข้ามา “ทำงานหากิน” ในภาคใต้ ตั้งแต่”สงขลา” จนถึง “ภูเก็ต” นี้เป็นเรื่อง”ใหญ่โต” เป็นเรื่อง”อาชญากรข้ามชาติ” เป็นเรื่อง”ความมั่นคงของประเทศชาติ” ที่นอกจากเป็น”หน้าที่”ของ “ตำรวจ”แล้ว ยังเป็นเรื่องของ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะของ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงของประเทศอีกด้วย เพราะลำพังแต่ พล.ต.ต. ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง “ ตม.6 “ คง “รับมือ”กับปัญหานี้ไม่ไหว แค่”ควบคุม” เจ้าหน้าที่ของ “ตรวจคนเข้าเมือง” ให้อยู่ใน”ลู่” อย่าเรียกรับ”ผลประโยชน์” ของ”ต่างชาติ” ที่ “หลบหนีเข้าเมือง” และที่”โอเวอร์สะเตย์” ก็เหมือน”จับปูใส่กระด้ง”อยู่แล้ว ….
@มีผู้สอบถามเรื่องคดีการ”ทำลายโบราณสถาน” ที่”เขาแดง-เขาน้อย” อ.สิงหนคร จ.สงขลา ว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ก็แจ้งให้ทราบในฐานะของ”คนข่าว”ว่า ผู้ต้องหาชุดแรก จำนวน 3 คน ได้มีการส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดสงขลา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ต้องหาชุดที่ 2 -3 สำนวนยังอยู่ในมือของ”อัยการ” ถ้าภาคประชาสังคม และ “เอ็นจีโอ”มีความ”สงสัย” และเห็นว่า”ล่าช้า” ก็ไปสอบถามจาก”อัยการจังหวัดสงขลา” ได้ เพราะยุคนี้เป็นยุคที่” ปิดบังอำพราง” กันไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องให้เวลา พนักงานอัยการให้มาก เพราะ”สำนวน” คดีนี้สูง 1 เมตร และที่สำคัญจุด”พลิกผัน” ของคดีมีหลายจุด โดยเฉพาะ “โบราณสถาน” แห่งนี้ไม่มีการแสดง “หลักเขต” ที่ชัดเจน และถ้าสอบถามจากชาวบ้านข้างเคียง ก็ไม่มีใครตอบได้ว่า “หลักเขต”ของ”โบราณสถาน” อยู่ตรงไหน ดังนั้น พนักงานอัยการ จึงต้องให้ความ”ละเอียดรอบคอบ” ในการ”สอบเพิ่ม” และหา”หลักฐาน”เพิ่ม เพื่อให้”ผู้ต้องหา” ดิ้นไม่หลุด….
@สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีเหตุ”ก่อกวน” ด้วยการ”วางระเบิด” และ”ยิงฐานปฏิบัติการ” ของเจ้าหน้าที่ เป็นการ”ปฏิบัติการ” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” เพื่อการรักษา”สถิติ” ให้ เห็นว่าความรุนแรงยังมีอยู่ ในขณะที่หน่วยงานความมั่นคงก็ยังบังคับใช้”กฎหมาย” ด้วยการ”ปิดล้อม,ตรวจค้น” บุคคลตาม”หมายจับ” เพิ่มนำเข้าสู่”ขบวนการยุติธรรม” เพราะถ้าไม่จับกุมเพราะกลัวการ”ตอบโต้” จาก”กองกำลังติดอาวุธ” ก็เท่ากับ”กฎหมาย” ใช้ไม่ได้กับพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งก็เหมือนกับได้ “สูญเสีย” อธิปไตย ให้กับ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนไปแล้วนั่นเอง….ส่วน เรื่อง การ “ปิดล้อม,ตรวจค้น” เพื่อ”จับกุม”คนผิดมาลงโทษ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เห็นด้วยกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และเห็นด้วยในการที่จะไม่ให้เหตุการณ์”ปิดล้อม-ตรวจค้น” จบลงที่”วิสามัญ” เพราะยังมี “ช่องทาง” และ วิธีการ ที่จะ”จับเป็น”ได้อีกหลายวิธี…. ส่วนเรื่อง”การพูดคุยสันติสุข” หรือการ”เจรจา”สันติภาพ” นั่น ก็น่าจะเป็นไปตามที่ได้กล่าวถึงเมื่อ”สัปดาห์ก่อน” ว่า ต้อง “เลื่อน” ออกไป เพราะ”มาเลเซีย” กำลังเข้าสู่”โหมดของการเลือกตั้ง” และ”บีอาร์เอ็น” กำลังไม่พอใจกับการที่”แกนนำ” คนหนึ่ง เสียชีวิต โดยเชื่อว่า “เจ้าหน้าที่ไทย” อยู่เบื้องหลัง….ก็เป็นการดี ที่การ”เจรจา”เลื่อนออกไปด้วยเหตุผลทาง”การเมือง” และด้วยความไม่พอใจของ”บีอาร์เอ็น” เพราะมองเห็น”ชัดแจ๋วแวววาว” ว่า การ”เจรจา”ที่เกิดขึ้น”รัฐไทย” ไม่มีความได้เปรียบ ดังนั้นในห้วงเวลา ที่มีการ”หยุดพัก” การ”เจรจา” พล.อ.พัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ”พูดคุย” และ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ที่ปรึกษาใหญ่ของคณะพูดคุย จะได้มีเวลา ในการ”ปรับขบวนทัศน์”ของการ”พูดคุย” เสียใหม่ เพื่อให้การ”พูดคุย” มี ผลประโยชน์ กับ ประเทศไทย และทำอย่างไร ที่จะไม่ต้อง”ถูกต้อน” ให้ต้อง”ลงนาม” เพื่อเป็น”เงื่อนไข” ให้นำไปสู่”เขตการปกครองตนเอง” หรือ”เขตการปกครองพิเศษ” ของดินแดน 3 จังหวัด และ 5 อำเภอ ของ จังหวัดสงขลา ข้อสำคัญ พล.อ.พัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุย ต้องเปิดเผย”ความริเริ่มเบอร์ลิน” ซึ่งกลายเป็น”พันธกรณี” ระหว่าง “รัฐไทย”กับ”บีอาร์เอ็น” โดยมี” องค์กรต่างชาติ” เป็น”สักขีพยาน “ ให้”คนไทยทั้งประเทศได้รับทราบ อย่ารอให้”บีอาร์เอ็น” เป็นผู้นำมาเปิดเผย เพราะจะไม่เป็นผลดี กับ”รัฐไทย”…..
@มาที่การเมืองท้องถิ่นที่ จ.สงขลา กันบ้าง ก็ไม่เสียที ที่ วันชัย ปริญญาศิริ ยอม”ละทิ้ง” ตำแหน่ง สส.ผู้ทรงเกียรติ เขต 1 สงขลา เพื่อมาสมัครเป็น “นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา” เพราะข่าวว่า ณ วันนี้เซียนการเมืองให้”เป็นต่อ” และให้ “สมศักดิ์ ตันติเศรณี “อดีตนายฯเป็นรอง”หลายขุม” แต่นั้นแหละ”การเมือง” ไม่มีอะไรแน่นอน ก่อนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่เป็นวัน”หย่อนบัตรเลือกตั้ง” ยังมีเวลาที่จะ”พลิกไปพลิกมา” อีกหลายตลบ เพราะข่าว”วงใน”ว่า “อดีตนายกบ่าว” สมศักดิ์ ตันติเศรณี ต้องการที่จะให้”กระแสเป็นรอง” เพื่อการ”พลิกกลับ” ในโค้งสุดท้าย เพราะมี”กลุ่มหนุนหลัง” เป็นถึง “รองอธิบดีกรม จุดๆๆๆ เป็นผู้จัดการใหญ่…..
@ส่วนการเลือกตั้ง “ระดับชาติ” ที่ จะมีขึ้นใน”ปีหน้า” เขตเลือกตั้งที่ไม่”หวือหวา”มาแต่ไหนแต่ไร ครั้งนี้ให้”จับตา”คือเขตเลือกตั้งที่ 8 อ.จะนะ-เทพา จ.สงขลา ซึ่งทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง”พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.หลายสมัยของ “ประชาธิปัตย์” จะ”นอนมา” เพราะไม่มี”คู่แข่ง” ที่มี”บารมี”เพียงพอ แต่เลือกตั้งครั้งนี้ “พลังประชารัฐ” ส่ง “สมหมาย ขวัญทองยิ้ม อดีต ผอ.โรงเรียนอนุบาลสงขลา และอดีต รอง นายก อบจ.สงขลา ซึ่งเป็น”ไทยพุทธ” คนเดียว ลงแข่งกับผู้สมัครที่เป็น”มุสลิม” 5 คน นี่ถ้า”พลังประชารัฐ” ยัง”ไม่”แตกจนเละเทะ” รับรองว่า” สุรินทร์” มีหนาว แต่ถ้า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐมีการบริหารจัดการที่ดี มี”กระสุน” พร้อมที่จะยิง ก็ไม่แน่ “สุรินทร์” มีเสียวได้แหละ ที่สำคัญ เขตนี้ “เอ็นจีโอ” และ”กลุ่มผู้ต่อต้าน”เมืองต้นแบบที่ 4 “ หรือ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ “ มีเฮ เมื่อ “มังโสด หมะเตะ” เจ้าของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ประกาศ”สวมเสื้อ” ของ”ประชาชาติ” ลงเลือกตั้ง ด้วยนโยบาย” ต่อต้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ดังนั้น หลังนับคะแนน ก็จะได้ยึดเป็น”ข้อมูล” ว่า คนใน 2 อำเภอ ในเขตเลือกตั้งที่ 7 มีผู้ที่”ต่อต้าน” การเกิดขึ้นของ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” จำนวนเท่าไหร่…..
@ในการประชุมคะที่ปรึกษาและกรรมการ กอ.รมน.จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม “ซีอีโอ” ศาลากลางจังหวัด มีการ”หยิบยก” เรื่อง”ยาเสพติด” ที่กลายเป็นปัญหาสำคัญที่”เร่งด่วน” ของ จ.สงขลา ขึ้นมาเพื่อหาทางแก้ไข ซึ่งตัวแทน”อัยการจังหวัด” กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จับได้แต่”ปลาซิวปลาสร้อย” ส่วน”นายทุน” ที่อยู่เบื้องหลังกลายเป็น”เศรษฐีใหม่” บางคนอายุ 20 กว่า มี ทรัพย์สินเป็น”1,000 ล้าน เงินจาก”ยาเสพติด” โยงไปที่”บ่อนการพนันออนไลน์” และ ธุรกิจอื่นๆ เจ้าหน้าที่และ”กฎหมาย” เอื้อมไปไม่ถึง,,,, เชื่อเถอะเรื่องนี้ กอ.รมน.ก็ไม่มี”ปัญญา” ในการ”จัดการ” ผู้เขียน”เห็นมากับตา” และเก็บหลักฐานไว้กับมือ หยิบยกให้เห็นเป็น”น้ำจิ้ม” แค่ 2 เรื่อง เรื่องแรก เมื่อหลายปีก่อน มีการเข้า ตรวจค้นที่พักเพื่อจับกุม”เสี่ยโจ้” ราชาน้ำมันเถื่อนที่ จ.ปัตตานี หัวหน้าทีมเป็น”รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในบรรดาของกลางที่ยึดได้ มี”เอกสาร” เกี่ยวกับการ”ส่งส่วย” เป็น”รายเดือน” ให้กับ เจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่ ตำรวจบก ตำรวจน้ำ ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร สรรพสามิต ตั้งแต่ระดับ”ผู้การ” จนถึง หัวหน้าหน่วย ไม่ต่ำกว่า 50 คน มีรายชื่อ มีหมายเลขบัญชี ระบุธนาคาร และตัวเงิน กลมๆ รวมทั้งมีชื่อ”หลังบ้าน” ของ เจ้าหน้าที่เหล่านี้ ที่เป็นหน่วยทำหน้าที่”จับกุมน้ำเถื่อน” แต่ในการ ดำเนินคดี มีการดำเนินคดีกับ”เสี่ยโจ้” เพียงคนเดียว ส่วนเรื่อง”บัญชีส่วย” ไม่อยู่ใน “สำนวน” ไม่มีการ”สั่งการ” ให้”สืบสวนข้อเท็จจริง” เพื่อ”จับกุม” เจ้าหน้าที่ผู้”รับส่วย”….
@เรื่องที่ 2 ในการ”จับกุม” ผู้ต้องหาในคดี”ค้ามนุษย์” หรือ”ซ่องโสเภณี” ในชื่อใหม่ว่า”คาราโอเกะ” ที่ “ด่านนอก” ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา นอกจาก”หลักฐาน” อื่นๆแล้ว พบ”บัญชี” ในการ”ส่งส่วย” ให้เจ้าหน้าที่รัฐ 19 หน่วยงาน เหลือเพียง”ลูกเสือชาวบ้าน”เท่านั้น ที่ไม่มีชื่อในการ”รับส่วย” จากการ”ค้ากาม” แต่ก็”อีหรอบเดิม” คือดำเนินคดีกับ”แม่เล้า” เพียงคนเดียว ส่วนเรื่องของ”ส่วย” 19 หน่วยงาน ไม่มีการพูดถึง หรือมีการ”สั่งการ” ให้”สืบสวนสอบสวน”ข้อเท็จจริง เอาแต่ 2 เรื่องนี้มาเล่าให้ฟ้ง เพื่อจะบอกว่า แม้แต่ กอ.รมน. ก็ไม่ได้อยู่เหนือ”อำนาจเงิน” และก็ไม่มี”อำนาจ”อยู่จริง เพราะไม่เคย”สั่งการ” ในเรื่อง”ส่วยสาอากร” ที่เป็นการ”ทุจริต” ของ เจ้าหน้าที่”ตั้วเบ้งๆ” เช่นเดียวกับเรื่อง”ยาเสพติด” ที่ “ตำรวจ” จับได้แต่” ปลาซิวปลาสร้อย” ส่วน”ปลาช่อน ปลาชะโด” จับไม่ได้หรอก เพราะ เขาเป็นคน”ส่งส่วย” ให้ เจ้าหน้าที่ ….วันก่อน เจอ พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.สส.ภาค 9. ได้คุยกันหลายเรื่อง เกี่ยวกับ ปัญหาอาชญากร และความรุนแรง ที่มาจาก”ยาเสพติด” รวมทั้งเรื่องของ”จ่าเบิร์ด” ตำรวจ หน่วย”สวาท” ที่ก่อคดี ยิงคู่อริ ในผับกลางเมืองตรัง เพื่อที่จะ”ถอดบทเรียน” ที่เกิดขึ้นนำไปสู่การแก้ปัญหา ก็ถือว่า”ผู้การสืบภาค 9 “ เป็นผู้มี”วิศัยทัศน์” ของ”ตำรวจรุ่นใหม่” ที่ ประชาชน น่าจะ”ฝากฝีฝากไข้”ให้ได้รับการ”เยียวยา”ได้ ถือว่าเป็น”ผู้ช่วย”ในการ แบ่งเบา” ภาระ ให้กับ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ได้มาก… แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้าครับ
———————————————————-
ไชยยงค์ มณีพิลึก

กฐินพระราชทาน. ธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา มอบหมายให้ ยืนยง คิดถูก ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง และทีมงาน ร่วมขบวนแห่ผ้าพระกฐินพระราชทาน ไปยังวัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง โดยมี มนวดี เปลี่ยนบำรุง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมในพิธี ณ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง เขตเทศบาลนครยะลา อ. เมืองยะลา จ.ยะลา

สิ่งของพระราชทาน. ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รอง ผวจ.ยะลา อัญเชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบให้ อส.พท.ต่วนอานัส บาวา ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการซุ่มยิงของคนร้าย ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.ศูนย์ยะลา โดยมี ภรรยา ของผู้บาดเจ็บเป็นผู้รับมอบ

เปิดศูนย์เรียนรู้….ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี พร้อมชมนิทรรศการ โดยมีขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผวจ.ตรัง และประชาชน ให้การต้อนรับ

สานใจไทยฯ. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ร่วมพิธีเปิดโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรีเป็นประธาน ณ อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จ.ประทุมธานี

ลาดตระเวนผสม. พล.ต.เฉลิมพล เขียวขำ ผบ.กองพลทหารราบที่ 15 เป็นประธานฝ่ายไทยในการเปิดลาดตระเวนผสม ไทย-มาเลเซีย โดยมี พลจัตวา อะบู ฮัสซัน อัสซา อาริบิน กามิส ผบ.กองพลน้อยทหารราบที่ 8 เป็นประธานฝ่ายมาเลเซีย ณ ด่านศุลกากร สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ความมั่นคง. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมประชุมผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 อาคารสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน

เยี่ยมปลอมขวัญ. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มอบหมายให้ นพ.สมหมาย บุญเลี้ยง ผู้ช่วย เลขาธิการ ศอ.บต.เยี่ยมปลอบขวัญ ส.ต.อ.นำโชค สุวรรณ ตชด. ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ อ.เทพา จ.สงขลา ณ รพ.มอ. หาดใหญ่ จ.สงขลา

ประกาศเกียรติคุณ. ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดปัตตานี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธาน มอบประกาศเกียรติคุณ จากกระทรวงแรงงาน โล่ เข็ม เชิดชูเกียรติ แก่บัณฑิตแรงงานดีเด่น และอาสาสมัครแรงงานดีเด่นจังหวัดปัตตานี เพื่อเป็น ขวัญ กำลังใจ ในการ ปฏิบัติงาน ยกย่อง และ เชิดชูเกียรติในคุณงามความดีในฐานะ ผู้ทำคุณ ประโยชน์ ให้แก่กระทรวงแรงงานด้านบริการ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

มอบบ้านพัก. อับดุลเลาะ สนิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกายูบอเกาะ ร่วมด้วย บริษัทซีพีออลล์ จำกัดมหาชน และชมรมทหารผ่านศึก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้ส่งมอบบ้านพักอาศัยให้กับ มะยะโก๊ะ ยูโซ๊ะ ชาวบ้านในพื้นที่บ้านพงยือเระ หมู่ที่ 3 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา โดยมี รองเสนาธิการ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 พร้อมด้วย สมาชิก อบต.กายูบอเกาะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้นำศาสนาในพื้นที่ร่วมเป็นเกียรติในครั้งนี้อีกด้วย

ยะลา กรีนฯ. พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ร่วมปั่นจักรยาน และปลูกต้นไม้ในสวนสาธารณะใจกลางเมือง ในงานประชุมสภานายกเทศมนตรีเมืองสีเขียว โครงการพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย IMT-GT (Green Cities Mayor Council Meeting) ประเทศอินโดนีเซีย – มาเลเซีย -ไทย ณ เมืองเมดาน ประเทศอินโดนีเซีย

สมรัก-สมรส. อะหมัด รามันห์ศิริวงศ์กรรมการ บริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย /ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดยะลา ร่วมแสดงความยินดี ธมลวรรณ โอสถาน กับ อามีร ซาริคาน รอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ฉลองมงคลสมรส(นิกะห์ ) ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ โดยมี ชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธี

พบปะประชาชน. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ พบปะชาวไทยพุทธ ในงานบุญกฐินในหลายพื้นที่ของ จ.ปัตตานี เพื่อเป็นกำลังใจ และร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้

บุญกฐิน. ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี สส.สงขลา เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ร่วมเป็นเกียรติกับเพื่อนนักเรียนมหาวชิราวุธทอดกฐินสามัคคี ณ วัดโตนดด้วน ต.กระแสสินธุ์ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา.

บริจาค. ณัฐวุฒิ จันทจิต งานภาคีเครือข่ายและบุคลากร กศน.อำเภอสิงหนคร ได้เข้าร่วมกิจกรรมขอรับบริจาคเสื้อผ้ามือสองเพื่อสนับสนุนกองทุนขยะมีบุญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำไปจำหน่ายและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ณ บริเวณด้านหน้าหอประชุมจังหวัดสงขลา ศาลากลางจังหวัดสงขลา

รับฟังข้อมูล. ชนธัญ แสงพุ่ม รอง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่เยี่ยมและรับฟังข้อมูล จากเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพื่อเตรียมการส่งเสริมการเลี้ยงแพะ รองรับความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ศึกษาดูงาน มาลินี พานิชย์กรณ์ ผจก.สหกรณ์ฯ สทิงพระ ให้การต้อนรับคณะสหกรณ์การเกษตร จ.พัทลุง ที่เดินทางมาศึกษาดูงาน โครงการสร้างอาชีพของสหกรณ์การเกษตร สทิงพระ จ.สงขลา

โฉมหน้าผู้บริหาร ดลเลาะ ขะดะหลี นายกเทศบาลนาทวีนอก อ.นาทวี จ.สงขลา ได้แต่งตั้ง จิระพงษ์ จันทร์เจริญกุล เข้ารับตำแหน่ง เป็นรองนายกเทศบาลฯ แทนคนเก่าและได้ร่วมบันทึกภาพคณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน ณ.หน้าสำนักงานเทศบาลนาทวีนอก อ.นาทวี จ.สงขลา

ปลายทางชีวิต. ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี พล.ต.ท.สาคร ทองมณี และแขกผู้ เกียรติ ที่มาร่วมงานสวดพระอภิธรรม คุณแม่จิ้ว บุญญามณี มารดาของ นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ณ วัดแหลมทราย อ.เมือง จ.สงขลา



