@จากการ”ก่อวินาศกรรม” ที่”แฟลตตำรวจ” อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อ”สัปดาห์ก่อน” ที่ทำให้มี เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ”สัญญาบัตร” เสียชีวิต 1 ศพ และ มีผู้”บาดเจ็บ” ที่เป็นทั้ง”ตำรวจ”และ”ครอบครัวตำรวจ” รวมทั้ง”ประชานรวม 45 ราย….มาสู่การ”ก่อวินาศกรรมเส้นทางรถไฟ “ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ “ ที่ หมู่ 2 ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นเหตุให้”ขบวนรถบรรทุกสินค้า” ตกราง สร้างความ”เสียหาย” ทั้งกับ”รางรถไฟ” และ”ตู้บรรทุกสินค้า” ที่เป็น”ยางพารา” เพื่อการ”ส่งออก” ไปทาง”ท่าเรือปีนัง” ประเทศมาเลเซีย เสียหาย”ยับเยิน” และที่ต้อง”ตำหนิ” คือ เจ้าหน้าที่”ชุดตรวจสอบวัตถุระเบิด” ที่ไม่มีการ”ตรวจตรา” หา”วัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุให้”รอบคอบ” เพราะหลังเกิด”ระเบิด” เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.” ปรากฏว่าวันที่ 6 ธ.ค. มี”ระเบิด”เกิดขึ้น”ซ้ำสอง” ห่างจากจุดเดิมเพียง 200 เมตร ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ของรถไฟ ซึ่ง ปฏิบัติหน้าที่”ในจุดที่ เกิดเหตุ บาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ด้วยกัน ซึ่งขอแสดงความเสียใจกับผู้”เสียชีวิต” และผู้ที่”บาดเจ็บ”ในการ “ปฏิบัติหน้า”เพื่อ”ซ่อมสร้าง”เส้นทางรางรถไฟ ไว้ ณ ที่นี่ด้วย….

@การก่อ”วินาศกรรม” ทั้ง ที่ “แฟลตตำรวจ” และที่เส้นทางรถไฟ”หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์” ไม่มีอะไรที่”ซับซ้อน”  1.เป็นฝีมือของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น” 2. เป็นการทำลาย”เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว” ซึ่งเป็น”ธงนำ” ที่เป็น”ยุทธศาสตร์” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่มีการประกาศอย่าง”ชัดเจน” 3. เป็นการ”ขยายพื้นที่”ของการ”แบ่งแยกดินแดน” จาก 3 จังหวัด คือ ปัตตานี,ยะลา”นราธิวาส” และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ จะนะ,นาทวี,เทพา, และ”สะบ้ายย้อย มาเป็น 5 อำเภอ ของ จ.สงขลา คือการเพิ่ม” อ.สะเดา  เพราะเป็นพื้นที่มีชายแดนติดต่อกับ”มาเลเซีย” เข้าไปด้วย  รวมทั้งการประกาศ”ผนวก” พื้นที่  จ.สตูล รวมเป็น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่ไม่ใช่เรื่องของ”การข่าว” แต่เป็นเรื่อง”ธรรมนูญฉบับใหม่” ของ ขบวนการ”บีอาร์เอ็น” ที่เขียนไว้ชัดเจน ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องทำการ”ศึกษา” และ”วิเคราะห์” สถานการณ์ให้ชัดเจน….”บีอาร์เอ็น” เลือก เวลา ได้เหมาะสม ในการก่อ”วินาศกรรม” ในห้วงเวลา”ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่” ที่จะมี”นักท่องเที่ยว” ทั้งจาก”มาเลเซีย” และจาก”ต่างจังหวัดของไทย ที่จะเดินทางมา”ท่องเที่ยว”ใน เมืองชายแดนของจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส  โดยเฉพาะจะมี”ขบวนรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว” จากประเทศมาเลเซีย ที่จะ”เดินรถนำนักท่องเที่ยว”จาก”มาเลเซีย” มายัง สถานี”ชุมทางหาดใหญ่” ถึง 3  ขบวนในเดือน”ธันวาคม” นี้ ที่ ต้อง”ยกเลิก” โดยสิ้นเชิง และจำนวน”นักท่องเที่ยว” ที่จะเดินทางเข้ามา”หาดใหญ่” ก็จะไม่”คึกคัก” เหมือนเดิม….

@ก็ไม่อยากจะ”ซ้ำเติม” ใคร แต่ก็ต้องถาม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่าที่”พวกท่าน” ทั้ง 3 -4 แม่ทัพที่ผ่านมา ตั้งแต่”แม่ทัพอาร์ท์ ,แม่ทัพเดฟ “และ” แม่ทัพเกรียง” ที่ บอกว่า”สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น” ดีอย่างไร ดีตรงไหน  ที่สำคัญ”สันติวิธี” ที่นำมาเป็น”จุดแข็ง” ของการ”ดับไฟใต้” เป็นการสร้าง”สันติวิธี” ที่ถูกจุด และ”ตรงประเด็น”หรือไม่ หรือเป็นเรื่องที่ต้องการ”ใช้งบประมาณ” มากกว่าการ”ดับไฟใต้”….สำหรับ” พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค “ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 “ป้ายแดง” ต้องมี”ยุทธศาสตร์” ในการ”รับมือ”กับการ”ขยายพื้นที่” ของ”บีอาร์เอ็น” และ”จุดบอด” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” คืองาน”การข่าว” จะมีการ”ปรับปรุง” อย่างไรเพื่อที่จะ”ลดความสูญเสีย” จากการ”ก่อวินาศกรรม” ที่ นับวันยิ่งจะเพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้น….โดยเฉพาะในวันที่”พรรคพาส” ที่มี”ฐานที่มั่น” ใน รัฐกลันตัน ,ตรังตานู ที่ให้การ สนับสนุนขบวนการ”บีอาร์เอ็น” ให้ตั้ง”ฐานที่มั่น” ในทั้ง 2 รัฐดังกล่าว ได้ขยายจำนวน สส. เข้ามา”ยึดครอง” พื้นที่ในรัฐ”เปอร์ลิส” และรัฐ” เคดาห์” ที่มีชายแดนติดกับ อ.สะเดา,นาทวี.สะบ้าย้อย และติดกับ อ.ควนโดน จ.สตูล ต่อไปการ”เคลื่อนย้าย” อุปกรณ์ที่นำมาผลิต”ระเบิดแสวงเครื่อง” จากฝั่ง”มาเลเซีย”ของทั้ง 2 รัฐ จะง่ายยิ่งขึ้น ถ้า”ทหาร”ยังเป็น”พระเอก” ในการ”ดับไฟใต้” เพียงหน่วยงาน ส่วนฝ่าย”ปกครอง” และ”ตำรวจ” ต้องเดินตาม”ต้อยๆ” โดยที่ไม่มี”ยุทธศาสตร์”ด้าน”ความมั่นคง”เป็นของตนเอง  อย่างที่เป็นอยู่ เชื่อเถอะ”ไฟใต้” มีแต่จะ”โชนแสง” แรงขึ้นทุกขณะ”….ก่อน”สิ้นปี” อาจจะมี” ระเบิดแสวงเครื่อง” ในพื้นที่ซึ่งเป็น”แหล่งเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว” ตามมาก็ได้ถ้างาน”การข่าว” และงาน”ป้องกัน” ยังเป็น”หน้าที่”ของ”ทหาร” อย่างที่เป็นอยู่

@เปล่าไม่ได้”ดูหมิ่นดูแคลน” ฝีมือของ”ทหาร” แต่เห็นว่าเรื่อง”ความมั่นคง” เป็นเรื่องที่”ทุกฝ่าย” ต้องมีส่วนในการ”รับผิดชอบ” มีการแบ่ง”หน้าที่ชัดเจน….เรื่องอย่างนี้ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้อง”สั่งการ” ให้ ผวจ. ในแต่ละจังหวัดต้องมี”ยุทธศาสตร์” ด้านความมั่นคง เพื่อ”รับมือ”กับการ”ขยายพื้นที่”การก่อการร้ายของ”บีอาร์เอ็น” เชื่อเถอะ ถ้าการ”ดับไฟใต้” มีเพียง”ยุทธวิธี” แต่ไม่มี”ยุทธศาสตร์” และ”ขาดความร่วมมือ จาก”หน่วยงานอื่น” การดับ”ไฟใต้” จะมีแต่”เจ๋ง”กับ”เจ๊า” เท่านั้น และสิ่งที่” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ทำได้ดีที่สุดคือ”วิสามัญฆาตกรรม” สมาชิกของ”บีอาร์เอ็น” เพื่อให้เป็นไปตามแผน”ตาย1  เกิด 10 “ ที่ “บีอาร์เอ็นวางไว้….ส่วนเรื่องการหวังว่า “การพูดคุยสันติสุข” กับ”บีอาร์เอ็น” โดยผ่านทาง”รัฐบาลมาเลเซีย” ที่เป็น”ผู้อำนวยความสะดวก” และมี”เจนีวาคอลล์” องค์การ”เอ็นจีโอ” จาก”ประเทศตะวันตก” เป็น”พี่เลี้ยง” ไม่ใช่”ทางออก” ของการ”ยุติ” สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพราะจุดจบของการ”เจรจา” รัฐไทยต้องเสียอย่างหนึ่งอย่างใดให้กับ”บีอาร์เอ็น” ตามความเห็นของ”มาเลเซีย” และของ”เจนีวาคอลล์” นั้นคือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าไม่เป็น”เขตปกครองพิเศษ” ก็เป็น”เขตปกครองตนเอง”ไม่มีหรอกการ”เจรจา”ในเรื่องการ”แบ่งแยกดินแดน” ที่”รัฐไทย” จะไม่เสียอะไรเลย …

@แน่นอนถ้าถามคนในพื้นที่ จชต. ซึ่งมีคน”มุสลิม” อาศัยอยู่กว่า 90% ย่อม”เห็นด้วย” กับการเป็น”เขตปกครองพิเศษ”หรือ”ปกครองตนเอง” แต่”ประเทศนี้ไม่ได้มีแค่คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นต้องถาม”คนไทย” ทั้งประเทศด้วยว่าจะ”ยอมหรือไม่”ที่จะให้” จังหวัดชายแดนภาคใต้” มีการ”เปลี่ยนแปลง  เรื่องอย่างนี้ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ”เจรจา” อย่า”ซี้ซั้ว” ไป”ลงนาม” ในข้อตกลงกับ”บีอาร์เอ็น” โดย”พละการ” และ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ”นายกรัฐมนตรี” และ”รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม” ต้องหยุดเรื่อง”การเมือง” เรื่อง”ตั้งพรรคการเมืองใหม่” และ”เดินสาย” แสวงหา”คะแนนเสียง”เพื่อเป็น”นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 “ มาดูเรื่องของ”ไฟใต้” อย่าง”จริงจัง” อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องของ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพียงอย่างเดียว เพราะจะ”เสียหาย” ต่อประเทศชาติ…..

@นี่ก็อาจจะเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่ทำให้การ”ดับไฟใต้” ในพื้นที่ของ จ.สงขลา”อ่อนยวบยาบ” เพราะมี”เสียงครวญจาก”ตำรวจตะเวนชายแดน”ชั้นผู้น้อย ที่รับผิดชอบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ที่”ขาดแคลน” แม้กระทั้ง”งบประมาณ” ในการ”ซ่อมบำรุงยานพาหนะ” ขาดแคลน”น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่จำเป็นต้องใช้ในการ”ปฏิบัติภารกิจ” ที่สำคัญกำลังพล”มีบัญชีผี” จำนวนมาก เพราะ”ตัวจริง” อยู่ที่”ภาค” อยู่ที่ “กองกำกับ” เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ ผบช.ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 คนใหม่ พล.ต.ต.สมกูล การญจนอุดมการ” ต้อง”ตรวจสอบ” และ”เติมเต็ม” เพื่อให้ กำลังพล ของ ตชด. ในพื้นที่ มีประสิทธิภาพมากกว่านี้….เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ยงศักดิ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผบ.ตชด.กองร้อย 437 อ.สะเดา จ.สงขลา ที่รับผิดชอบ “ชายแดน” ไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีหลายพื้นที่ เป็นที่”เคลื่อนไหว” ของ”แนวร่วม” ขบวนการ”บีอาร์เอ็น” ที่ต้อง”ใส่ใจ” กับงาน”การข่าว” ให้มากกว่าเรื่อง “ผลประโยชน์” จาก ขบวนการค้าของเถื่อน ในพื้นที่….อีกเรื่องที่ติดตามมานาน คืองาน”การข่าว” ของ”ตำรวจสันติบาล” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่มีความ”โดดเด่น” ไม่มี”นักการข่าว” ที่เป็น”มือดี” และ”มืออาชีพ”เหมือนในอดีต ทั้งที่งานของ”ตำรวจสันติบาล” ควรจะเป็น”พระเอก” ในเรื่องของ”การข่าวความมั่นคง” เรื่องนี้ พล.ต.ท.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบช.ตำรวจสันติบาล   ควรจะเพิ่มขีดความสามารถ หรือ”งบการข่าว” ให้”สันติบาล” ในพื้นที่ของ จชต.ด้วย อาจจะทำให้”การข่าว” เข้าได้ถึง”ชั้นความลับ” ของ”บีอาร์เอ็น” มากกว่านี้ …..

@ฝนตกน้ำท่วมกลายเป็นเรื่อง”ปกติ” สำหรับหน้า”มรสุม” ของ ภาคใต้ เพราะ”พื้นที่รับน้ำ” กลายเป็น”ชุมชนเมือง” ในขณะที่”คู คลอง” คับแคบตื้นเขิน ขาดการ”ขุดลอก” ป่าไม้ถูกทำลาย การป้องกัน”ล้มเหลว” เกษตรกรยังนิยม”ปลูกพืชเชิงเดี่ยว” ดังนั้น”มวลน้ำ” ทั้งหมด ก็ต้อง”ไหลบ่า” เข้าสู่ตัวเมือง ถนนกลายเป็น”ลำคลอง” บ้านเรือน”จมน้ำ” เดือดร้อนไปทั่ว เรื่องนี้ต้องโทษ ”กฎหมายผังเมือง” ที่ไม่”ศักดิ์สิทธิ์” รวมทั้ง”กฎหมาย”เรื่อง”ป่าสงวน” และ”ป่าชายเลน” ที่ ปล่อยให้มีการ”สร้างโรงแรม” สร้าง”รีสอร์ท” โดยไม่มี”ใบอนุญาต” ก็”เปิดได้” ยกตัวอย่างโรงแรมใหญ่บางแห่งใน จ.สงขลา ซึ่ง เจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา รู้ดีว่ามีอยู่กี่แห่ง และเป็นของใคร ที่สร้างแล้วเปิดแล้ว แต่ไม่มี”ใบอนุญาต” ก็ไม่เห็นว่า”กฎหมาย” จะทำอะไรกับ”คนใหญ่คนโต” เหล่านี้ได้ ….

@ภาคใต้ตอนล่าง ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็น”สตรี” 2 คนด้วยกัน รายแรก” พาตีเมาะ สะดียามู” เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด ปัตตานี รายที่สอง นิศากร วิศิษฐ์สรอรรถ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง แน่นอนว่า คนทั้งสองจังหวัด จะได้เห็น”ความต่าง” ของการบริหารราชการแผ่นดิน และการ”เข้าถึงประชาชน” ของ ผู้ว่าราชการจังหวัดหญิง ว่า”แตกต่าง” กับ”ผู้ว่าราชการจังหวัดชาย อย่างไร และ สำหรับ”พาตีเมาะ” เป็นความ”คาดหวัง”ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สูงมาก ในฐานะที่เป็น”ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็น”มุสลิม”เพียงหนึ่งเดี่ยวที่ได้รับตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ในปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดมีความ”พยายาม”ที่จะให้เกิด”ดราม่า”ขึ้นกับ”ผู้ว่า พาติเมาะ” ในภาพถ่ายการ”ยกมือไหว้พระภิกษุชั้นผู้ใหญ่”ของ จ.ปัตตานี ….

@เห็นใจ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ 3 ปี ที่ผ่านมามีการ”ผลักดัน”ในเรื่องของ”เศรษฐกิจ”ที่สำคัญๆ หลายโครงการ เพื่อให้เกิดการ”ลงทุน” จาก”ภายนอก”จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องของ”อุตสาหกรรม” และ” โรงไฟฟ้าชีวภาพ ชีวมวล” เพื่อให้เกิดขึ้น 100 โรงในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา แต่การก่อ”วินาศกรรม”ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ และ ใน 2 พื้นที่ ทั้งที่ จ.นราธิวาส” และที่ อ.สะเดา จ.สงขลา คงทำให้”นักลงทุน” คิดหนัก  เชื่อเถอะ ถ้าเรื่องของ”ความมั่นคง” ยัง”ย่ำเท้าอยู่กับที่  มีเสียงระเบิดแสวงเครื่อง”ผสม”คาร์บอมบ์ และการ”วิสามัญ” กองกำลังติดอาวุธ” เกิดขึ้น ถี่ๆ รวมทั้งการ”ไอโอ” ของภาคประชาสังคม ที่”โจมตี” เจ้าหน้าที่รัฐโอกาสที่จะ”พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดย กลุ่มทุนจาก”ภายนอก” เกิดขึ้นได้ยาก….วันนี้ ศอ.บต. จึง”เน้น” ในการ”ส่งเสริม” เรื่องของ”กาแฟโรบัสต้า” เรื่องของ”วิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย”การ”แปรรูปอาหารทะเล” ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นการ”ขับเคลื่อน” จาก กลุ่มเกษตรกร กลุ่มประมง ในพื้นที่  รวมทั้งการ”ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน” ใน อ.เบตง จ.ยะลา และที่ อ.สุคินริน จ.นราธิวาส ให้เป็น”แหล่งท่องเที่ยว”ใหม่ ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังประสำความสำเร็จจาก”สกายวอร์ค” ที่”อัยเยอร์เวง” อ.เบตง จ.ยะลา มาแล้ว….

@น่าเสียดายที่ สนามบิน อ.เบตง จ.ยะลา ไปต่อไม่ได้ เพราะจำนวนผู้ใช้บริการที่เป็น”คนเบตง” มีน้อยวันละไม่ถึง 20 คน สุดที่”สายการบินนกแอร์” แบกการ”ขาดทุน” ไว้ได้ เรื่อง”สนามบินเบตง” เป็นเรื่อง”ระดับชาติ” ที่เกินความสามารถของ”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต.)  จะทำการ”แบกรับ” กับ หลายยกหลายปัญหา หลายหลายหน่วยงาน ที่ต้อง”บูรณาการ”ด้วยกัน….เรื่อง”สร้างแล้ว” ใช้ไม่ได้” อย่าง”สนามบินเบตง” ควรเป็น”บทเรียน”ให้กับ การผลักดันให้มีสนามบินที่ จ.สตูล และที่ จ.พัทลุง ซึ่งมี สนามบินที่ อ.หาดใหญ่ และ ที่ สนามบันจังหวัดตรัง อยู่ใกล้ๆ ถ้ามีการ”สนามบิน”เกิดขึ้น ตามความต้องการจริง อาจจะเป็นเช่นเดียวกับ”สนามบินเบตง” ก็เป็นไปได้  ซึ่งเป็นการ”สูญเปล่า” ในเรื่องการใช้”งบประมาณ” ที่ไม่คุ้มค่า สุดท้าย”สนามบิน” กลายเป็นที่”ปล่อยสัตว์เลี้ยง” เหมือกับ”สนามบิน”หลายแห่งของ”ประเทศไทย” ,,,,, พูดถึงเรื่อง”เศรษฐกิจ” ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะ”ฟื้น” การ”พัฒนา” อย่างเต็มรูปแบบ ก็มีอยู่ นั่นคือ”เมืองต้นแบบที่ 4 จะนะ” หรือ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ซึ่งเป็น”โครงการ” ของ”เอกชน” ในวงเงิน 600,000 ล้าน เป็น”อุตสาหกรรม”ที่ใช้”นวัตกรรม” แบบใหม่ ไม่มี”ปิโตรเคมี” และเป็นโครงการที่” รัฐบาล” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้”( กพต. ) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน “ผลักดัน” ให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพื่อ”พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” แบบ”ครบวงจร” โดยเฉพาะจะมี”ท่าเทียบเรือน้ำลึก “ จำนวน 2  แห่ง ซึ่งเป็นความต้องการของผู้”ส่งออก” ในภาคใต้,…. 

@ ซึ่งหลังจากที่ “รัฐบาล” มีคำสั่งให้ ศอ.บต. หยุดการ”ขับเคลื่อน” โครงการนี้ และมอบหมายให้”สภาพัฒนาสังคมเศรษฐกิจแห่งชาติ “(สศช ) ทำหน้าที่ในการ”ขับเคลื่อน” แทน โครงการนี้ก็เดินไปแบบ”หอยทาก” เพราะต้องใช้เวลา 3 ปี ในการ “ศึกษาสิ่งแวดล้อม” ถ้า “รัฐบาล” จริงใจกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง  ก็ควรจะให้ดำเนินการอย่าง”เร่งด่วน” เพื่อให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มี”ทางออก” ของการ”พัฒนา” เพื่อแก้ปัญหา”คนว่างงาน”และ”ความยากจน” และการ”ต่อยอด”ของนักลงทุนในพื้นที่ จากโครงการนี้   ไม่ใช่”กลัวคุณพ่อเอ็นจีโอ” จะออกมา”คัดค้าน” ทำให้”คะแนนเสียง” เสียหาย โดยไม่คำนึงถึงความ”เสียหาย” ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้อง”จ่อมจม” อยู่กับปัญหาความ”ยากจน” และคน”ว่างงาน”….ในขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ ของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ น่าจะประกาศให้พรรคเป็น”ตัวเลือก” ในเรื่องของการ”พัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ ด้วยการ”ชูธง” ในการ”ขับเคลื่อน” เมืองต้นแบบที่ 4”  แห่งนี้ ซึ่งต้องได้รับการ”สนับสนุน” จาก ประชาชน และ นักลงทุน ในพื้นที่ เพราะชัดเจนแล้วว่า จำนวนผู้”สนับสนุน” โครงการ” เมืองต้นแบบที่ 4” มีจำนวนมากมาย ในขณะผู้ที่ออกมา”ต่อต้าน” มีเพียง 200 กว่าคนเท่านั้น….

@ก่อนการ”เลือกตั้งใหญ่” มีอะไรที่เป็นการ”สร้างคะแนนเสียง” ก็งัดกันออกมา อย่าง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ “ หรือ”เสี่ยเกียร์”รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา    พยายามผลักดันให้เปิด”สถานบันเทิง”ใน จังหวัดที่เป็น”แหล่งท่องเที่ยว” ถึง ตี 4  ที่นี้เสนอให้เปิดถึง”สว่างเว้ง” จะดีไหม ในเมื่อ “ปัจจุบัน” สถานบันเทิง” ที่มี”เส้นสาย” ลูกหลานของคน”มีสี “เป็น”หุ้นส่วน เช่นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมือง”ด่านนอก” อ.สะเดา จ.สงขลา และ เมืองท่องเที่ยวอีกหลายเมืองก็”เปิดเกินเวลา”ที่”กฎหมาย”กำหนดกันทั้งนั้น โดยใช้วิธีการ”จ่ายเงิน” ให้กับ “โรงพัก” และ”ปกครอง” ที่มีคนทำหน้าที่”แม่บ้าน” ดำเนินการให้เรียบร้อย….แต่ มี นะ คือสถานบันเทิงเหล่านั้น ต้องไม่เป็น”แหล่งมั่วสุม” ในการจัด”ปาร์ตี้ยาเสพติด” และไม่เป็นแหล่ง”ขายตัว”มั่วเซ็กส์ “  ตำรวจ และ ปกครอง รวมถึง “รัฐมนตรี” รับปากได้มั้ยว่าทำได้…เพราะตัวอย่างที่มีการใช้”สถานบันเทิง” เป็นที่จัด”ปาร์ตี้ยาเสพติด” และ”เป็นที่”ขายตัว มั่วเซ็กส์” มีมากมาย ทั้งที่”เป็นข่าว” และไม่”เป็นข่าว” อย่างที่”ย่านทุ่งรี” ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มีการเช่า”ห้องวีไอพี” จัด”ปาร์ตี้ยาเสพติด” กลุ่มวัยรุ่น เป็นกลุ่มๆ ซึ่ง พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ตร.จว.สงขลา นำกำลังเข้าจับกุมได้”วัยรุ่น” ชาย-หญิง 17 คน และมีคำสั่ง”ปิดสถานบันเทิง” ดังกล่าวไปแล้ว….ส่วนที่”ด่านนอก”  ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา มีข่าวว่า แต่ละคืนจะมี”ตำรวจ” มาทำการ” อารักขา” ซอยต่างๆ ที่มีการจัด”ปาร์ตี้ยาเสพติด” เพื่อ ป้องกัน”หน่วยอื่น” เข้ามา”จับกุม” หรือขอ”มีเอี่ยว” กับ ผลประโยชน์ ก็ขอฝากให้ พ.ต.อ.ธนวัต เซ้งสุย ผกก.สืบสงขลา เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย….

@บ่นกันมาจาก ผู้ใช้บริการ”ส่งสินค้า” ในนามของ”แฟลช” และของ”เคอรี่” เมื่อก่อน “รวดเร็วทันใจ” แต่เดี่ยวนี้ แค่ส่งจาก”หาดใหญ่” ไป”ภูเก็ต” 10 วัน สินค้ายังไม่ถึงผู้รับ” สอบถามไปตอบคำเดียวว่า”ไม่มีพนักงานส่งของ” เมื่อสอบถามบ่อยๆ ก็”ปิดสาย” ใครเป็น”เจ้าของ” ก็ฝากให้”ปรับปรุงด้วย ก่อนที่จะมีคนเลิกใช้บริการ…..

@เรื่อง”กัญชาเสรี” เรื่องเด็กอายุ 9 ขวบ”สูบกัญชา” ที่ ชายหาดพัทยา” กลายเป็น”ดารม่า”ว่าเป็นการ”จัดฉาก” เรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทย ต้อง“ใจกว้าง” ยอมรับความจริงว่า ตั้งแต่มีการ”ปลดล็อกกัญชา” เป็นเรื่อง”กัญชาเสรี” จำนวนของ”ผู้เสพ” มีมากขึ้นในทุกพื้นที่ และที่สำคัญ มีการ”ขายกัญชา” อย่าเสรี โดยที่ “ตำรวจ” ไม่กล้าที่จะเข้าไป”ตรวจสอบ” และ”จับกุม” ประเด็นนี้ต่างหาก ที่”พรรคการเมือง” ทุกพรรคควร”ใส่ใจ” และร่วมกัน”หาทางออก”ด้วยกัน อย่าเอาเรื่อง”สำคัญของชาติ”เพื่อโจมตี พรรคการเมืองอื่นๆ ที่นำเอาเรื่อง”กัญชาเสรี” ว่าเป็นการ”ดิสเครดิส”ของพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้”เสี่ยหนู”  อนุทิน ชาญวีรกุล รมต.สาธารณสุข และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องมาดู”ของจริง” และต้องกล้ารับ”ความจริง” ว่า “กัญชาเสรี”ให้”โทษ”มากว่าให้”คุณ”….

@มีผู้สนใจที่ติดตามข่าวการจับกุม”เสี่ยวจาง” นายทุนจีนมาเลเซีย เจ้าของ โรงแรม ธุรกิจบันเทิง และอื่นๆในเครือถึง 13 บริษัท” หลัง”เสี่ยวจาง” ถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. จับกุม ตามหมาย”อินเตอร์โพล”ของประเทศจีน  ในส่วน”ทรัพย์สิน” และ”ธุรกิจ” ของ”เสี่ยวจาง” ซึ่งคนไทยเป็น”นอมินี” เหมือนกับคดีของ”ตู้ห่าว” จะดำเนินการอย่างไร เพราะ”สินทรัพย์” ที่มีอยู่หลายพันล้านเช่นกัน เรื่องนี้”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ผู้ที่ทำการจับกุม” เสี่ยวจาง” ช่วยแจงรายละเอียดให้สังคมได้รับทราบบ้างก็จะเป็นการดี อย่าให้เรื่องของ”เสี่ยวจาง” หายไปแบบ”ลึกลับ” …..ส่วนเรื่องการ”อายัดงูในสวนงู”ของ”ตู้ห่าว” ที่ ต.วิชิต  จ.ภูเก็ต และแจ้งข้อหา”มีสัตว์ป่าซึ่งเป็นสัตว์สงวนไว้ในครอบครอง” คนอ่านข่าว”ขำกลิ้ง” เพราะ”ตู้ห่าว” เปิด”สวนงู” มานานปี แต่”ตำรวจ” เพิ่งรู้ และตั้งข้อหา คนที่น่าจะถูก”ตั้งข้อหา” ตามม. 157 น่าจะเป็น”ตำรวจ” ในพื้นที่ ที่ปล่อยให้”ตู้ห่าว” ทำผิดกฎหมายมานานนม โดยไม่ทำการจับกุม….

@เรื่องของ”คนประชาธิปัตย์” ที่ออกจากพรรค”แม่ธรณีบีบมวยผม” ไปอยู่ยังพรรคการเมืองอื่นๆ แล้วมักจะไม่”ประสพความสำเร็จทางการเมือง” เป็นเรื่องจริง อย่างเช่น” สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่กลายเป็น”นักการเมือง” ที่”ไม่มีมีราคา” แม้แต่”รวมไทยสร้างชาติ” พรรคการเมืองที่เป็น”บ้านหลังใหม่”ของ”บิ๊กตู่” ก็ ออกมา”ปัดป้อง”ว่า”เทพเทือก” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ”ตั้งพรรค” เพราะกลัว”เสีย”มากกว่า”ได้…และที่ต้อง”จับตามอง” อีกคนคือ “นิพิธ อินทรสมบัติ” สส. 7 สมัยของ จ.พัทลุง ที่ ออกจาก”ประชาธิปัตย์”ไปเป็น”รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย แต่สุดท้าย”นิพิธ” กำลังเป็นนักการเมืองที่”ไร้อนาคต” อาจจะออกจากพรรคสร้างอนาคตไทย เพื่อ”อยู่บ้าน”ดูความเปลี่ยนแปลงของการเมือง แบบ”สูงสุดคืนสู่สามัญ” อย่างที่”เจ้าตัว”โพสต์เอาไว้ใน”เฟซบุ๊ก” …ดังนั้นจึงน่าเป็นห่วงอนาคตของ”ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” ที่ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปเป็น”ที่ปรึกษา”ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมสร้าง”บ้านหลังใหม่” ทางการเมือง รวมทั้ง สส.และ อดีต สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่”เดินออกจากพรรค” เกรงว่าจะไปไม่ถึง”ฝั่งฝัน” เห็นว่าหลายคนวันนี้เริ่ม”สะบัดร้อนสะบัดหนาว” เพราะสุดท้าย”พรรคใหม่” ที่คิดว่าจะมี”ทุนรอนก้อนโต” เพื่อการ”หาเสียง” อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่”คาดหวัง” การเมืองไม่มีอะไรที่แน่นอน ที่สำคัญ”ไม่มีมิตรแท้”และ”ศัตรูถาวร” พร้อมจะ”ผสมพันธ์” กันได้ถ้า “ผลประโยชน์”ลงตัว ….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า ครับ 

————————————————————-

ไชยยงค์ มณีพิลึก

น้อมรำลึก    ศิราณี สังข์ทอง นายก อบต.นาหมอศรี อ.นาทวี จ.สงขลา พร้อมคณะผู้บริหาร จัดพีธีน้อมรำลึก ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ วัดนาทวี อ.นาทวี  จ.สงขลา 

จิตอาสา    ธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา พร้อมด้วย ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองยะลา ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง สมาชิก อส.อ.เมืองยะลา ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ปรับปรุงภูมิศน์แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านบันนังลูวา เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565 ณ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านบันนังลูวา ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา 

เยี่ยมเยือน.  โอฬาร  บิลสัน นายอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย ครอบครัว และ อภินันท์ หมวดแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, ปลัดอำเภอ, ทีมงานชมรมกำนัน – ผู้ใหญ่บ้านอำเภอยะหริ่ง เข้าเยี่ยมเยียนพบปะ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (2)/อดีต แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมมอบ​ช่อดอกไม้และกระเช้า​ของที่ระลึก ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 

ตัดริบบิ้น.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตัดริบบิ้นเปิดร้านกาแฟ ณ ร้าน CaFe AmaZan BY สวัสดิการ ศอ.บต. ด้วยการจับมือกับ กาแห อเมซอน หนุนเกษตรกรปลูกกาแฟให้เป็นพืชเศรษฐกิจชายแดนใต้ 

ยืดอกขอโทษ.   พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เยี่ยมปลอบขวัญ นักศึกษาวิชาทหาร ที่ล้มป่วยจากการฝึก พร้อมขอโทษผู้ปกครองยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส 

กาชาดออกหน่วย.  ละมัย เจริญโสภา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง มอบหมายให้  มินตรา อรทัย รอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาด สมาชิก เจ้าหน้าที่  และจิตอาสาสภากาชาดไทย ร่วมกับธนาคารเลือดโรงพยาบาลตรังออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ดวงตา  และอวัยวะ ณ ร้านมันตรา ถ.ห้วยยอด  อ.เมือง จ.ตรัง 

ยื่นหนังสือ.    นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปพบปะเยี่ยมเยือนเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย พร้อมรับหนังสือร้องเรียน ให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่และปัญหาเอกสารทางราชการในการประกอบอาชีพในประเทศมาเลเซีย 

กลุ่มเปราะบาง.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต. )เป็นประธานในการส่งครอบครัวเพื่อเดินทางไปเยี่ยมกลุ่มเปราะบางจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ โดย ศอ.บต. เป็นผู้รับผิดชอบในการเดินทางของครอบครัวผู้ต้องโทษและที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ณ  หน้าสำนักงาน ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา 

รับฟังความเห็น.   พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ธุรกิจการท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อหาทางในการแก้ไขต่อไป 

ฝึกภาคสนาม.    พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 /รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เยี่ยมชมการฝึกภาคสนามของชุดคุ้มครองตำบล  ณ ลานสนามโรงยิมกรมทหารราบที่ 153 ค่ายสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 

เปิดตลาดชุมชน.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดตลาดชุมชนของดีบ้านเขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และเทศกาลท่องเที่ยว เส้นทางศรัทธาคูหา-เขาแดง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่ 

มิตรภาพที่อบอุ่น.   นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเป็นกำลังใจในการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมมิตรภาพ ของร้านอาหารไทย(ต้มยำกุ้ง)จากทุกรัฐในประเทศมาเลเซีย ณ สนามฟุตบอล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 

หลบหนีเข้าเมือง.   พ.ต.กรัณฑ์วาริษฐ์ สมจันทร์ สว.ตม.จว.นราธิวาส สนธิกำลัง ตชด.447 และ ตำรวจน้ำ จับกุมชาวเมียนมาร์ ที่หลบหนีเข้าเมือง และพยายามหลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ได้ทั้งผู้รับจ้างและผู้หลบหนีเข้าเมืองพร้อมยานพาหนะ ในพื้นที่ ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส 

แก้ไขการทุจริต.   ประไพพรรณ รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริต เขต 9 และทีมงาน ลงพื้นที่ เข้าหารือกับ  กันต์พงษ์ ลิ่มกาญจนา ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา เพื่อร่วมประชุมกับหอการค้าจังหวัดยะลา และ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา ในบทบาทหน้าที่เรื่องของการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นกับการประกอบกิจการหรือว่าการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมหรือ ภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลาให้เต็มความสามารถต่อไป ณ หอการค้าจังหวัดยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา 

มอบถุงยังชีพ .   ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  ให้การต้อนรับ นางสาวเซี่ยงฉวิน หู หัวหน้าคณะทำงานภาคใต้ ประจำประเทศไทย ( International Committee of the Red Cross ICRC คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ )เดินทางมามอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ชุด ให้กับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา เพื่อนำไปมอบช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 

เตรียมความพร้อม.    โยธิน ทองเนื้อแข็ง สมาชิกสภาจังหวัดสงขลา เขต อ.กระแสสินธุ์  ร่วมประชุม เตรียมความพร้อมในการจัดงานสมโภชน์สมเด็จเจ้าเกาะใหญ่ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14.กพ.2566 ณ วัดเกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา 

แสดงความยินดี.  พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ได้มอบกระเช้าแสดงความยินดีให้กับ  วันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศบาลนครสงขลา เนื่องในโอกาสทีเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องทำงานนายกเทศบาลนครสงขลา 

ช่วยเกษตรกร.    สนง.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสงขลาโดย อรสุรางค์ อินทสโร  หัวหน้าสำนักงานลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรคลองหอยโข่งเพื่อไถ่ถอนทีดินให้กับเกษตรกรทีมีปัญหาเรื่องหนี้สิน ณ สำนักงาน อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา