เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เพียงไม่นานหลังจากนายฮอว์การ์ อับดุลละฮ์ ราโซล เจ้าหน้าที่ข่าวกรองและผู้แปรพักตร์ เดินทางออกจากบ้านพักในเมืองเออร์บิล รถของเขาถูกระเบิด ส่งผลให้ราโซลเสียชีวิต และสมาชิกครอบครัว 4 คนได้รับบาดเจ็บ
การลอบสังหารซึ่งเกิดขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ และพรรคประชาธิปไตยเคอร์ดิสถาน (เคดีพี) เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 27 นาทีเกี่ยวกับการสังหาร และชี้นิ้วกล่าวโทษไปที่สหภาพรักชาติแห่งเคอร์ดิสถาน (พียูเค)
การเป็นปรปักษ์ซึ่งกันและกันยังทำให้โครงการขยายแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่สุดของอิรัก ซึ่งอยู่ในอาณาเขตของพียูเค เกิดความยุ่งยากซับซ้อน และทำลายความหวังของภูมิภาค ในการเริ่มการส่งออกไปยังยุโรป รวมถึงการสร้างรายได้ที่จำเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ความแตกแยกเป็นสัญญาณเตือนต่อชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐที่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ในการต่อสู้กับกลุ่มไอเอสเมื่อไม่เร็ว ๆ นี้ ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความตึงเครียด ระหว่างพียูเคและเคดีพีในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนการขยายอิทธิพลของอิหร่าน ที่มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับพียูเค และยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธใส่กลุ่มผู้เห็นต่างชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของอิรัก เมื่อช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ความไม่เชื่อใจที่คุกรุ่นมายาวนานระหว่างทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรงมากขึ้นในปีนี้ เพราะการแปรพักตร์จากหน่วยงานความมั่นคงของพียูเค แม้นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การกลับมาของสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบนั้นไม่น่าเป็นไปได้ แต่การเผชิญหน้าอย่างตึงเครียดระหว่างเจ้าหน้าที่ความมั่นคงติดอาวุธในเมืองเออร์บิลเมื่อเดือนที่แล้ว เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการลุกลาม
แม้ชาวเคิร์ดจะร่ำรวยน้ำมัน แต่ภูมิภาคประสบปัญหาการว่างงานสูง และบริการสาธารณะเรื้อรัง ทำให้ผู้คนจำนวนมากพยายามอพยพไปยุโรป อีกทั้งการโจมตีจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างตุรกีและอิหร่าน ยังแสดงถึงการควบคุมพรมแดนที่มีอยู่อย่างจำกัดของชาวเคิร์ดอีกด้วย
รัฐบาลที่เปราะบางของเคอร์ดิสถานอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งในกลุ่มชาวชีอะห์ ยิ่งทำให้เห็นภาพของประเทศที่ยังคงบอบช้ำจากความไม่มั่นคงนานเกือบ 20 ปี หลังการรุกรานที่นำโดยสหรัฐ เมื่อปี 2546 ขณะที่รัฐบาลแบกแดดจับตาดูเหตุการณ์ในเคอร์ดิสถานอย่างใกล้ชิด
สำหรับปีนี้ ทั้งสองฝ่ายอยู่ในความขัดแย้งที่ว่า ใครควรจะเป็นประธานาธิบดีของอิรัก จนในท้ายที่สุด เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ตำแหน่งนั้นตกเป็นของนายอับดุล ลาติฟ ราชิด ซึ่งมีเคดีพีหนุนหลัง แทนที่จะเป็นนายบัรฮัม ศอเลียะห์ ผู้สมัครจากพียูเค
นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า เคดีพีไม่รู้สึกว่า จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อตกลงแบ่งปันอำนาจอย่างในอดีตอีกต่อไป และเคดีพีกำลังพยายามแสดงจุดยืน ในช่วงเวลาที่พียูเคอ่อนแอจากความบาดหมางของผู้นำ, แรงกดดันทางการเงิน และการจ่ายเงินเดือนที่ล่าช้า.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



