
(P1-P2) เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์สมเด็จพระสุริโยทัย ครบ 475 ปี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมใจจัด
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.30 น. นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์ถวายราชสักกระ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสุริโยทัย ครบ 475 ปี โดยการจัดงานครั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับ สำนักศิลปากรที่ 3 และมูลนิธิสมเด็จพระสุริโยทัย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในองค์สมเด็จพระสุริโยทัย ที่ทรงเสียสละพระชนม์ชีพปกป้องแผ่นดินไทย ซึ่งในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะมีเหล่าบรรดาลูกหลานผู้สืบวงศ์ตระกูล ส่วนราชการ และประชาชน มาร่วมพิธีบวงสรวงถวายสักการะแด่พระองค์ท่าน ณ เจดีย์พระศรีสุริโยทัย ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการจัดงานครั้งนี้ มีนายสด แดงเอียด ประธานมูลนิธิสมเด็จพระสุริโยทัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน มาร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน และได้รับพระเมตตาจากพระสงฆ์จากพระอารามต่าง ๆ มาร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ เจริญชัยมงคลคาถาในครั้งนี้
ตามข้อมูลจากพระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) สมเด็จพระสุริโยทัยทรงเป็นพระอัครมเหสีในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 15 แห่งกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลดังกล่าวได้เกิดศึกสงครามกับพม่า เมื่อศักราช 910 วอกศก วันอาทิตย์เดือน 4 ขึ้น 6 ค่ำ สันนิษฐานว่าตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2091 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จทรงเครื่องราชลังการยุทธ์ ทรงช้างต้นพลายแก้วจักรรัตน์ สมเด็จพระสุริโยทัยประดับองค์เป็นพระมหาอุปราช ทรงเครื่องสำหรับราชรณรงค์ เสด็จทรงช้างพลายทรงสุริยกษัตริย์ ในศึกครั้งนั้น พระเจ้าแปรได้ชัย ขับพระคชาธารตามไล่ช้างพระมหาจักรพรรดิ พระสุริโยทัยเห็นพระราชสามีเสียทีไม่พ้นมือข้าศึก ทรงพระกตัญญูภาพก็ขับพระคชาธารออกรับ แต่เมื่อพระคชาธารทรงประทับเสียที พระเจ้าแปรจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวต้องพระอังสาสมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์อยู่บนคอพระคชาธาร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จึงมีพระบรมราชโองการให้เชิญพระศพสมเด็จพระสุริโยทัย มาไว้ ณ สวนหลวง หลังจากพระราชทานเพลิงพระบรมศพแล้ว ทรงสถาปนาพระเจดีย์และพระวิหารพระราชทานนาม “วัดสวนหลวงสบสวรรค์”
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมศิลปากร และกองบัญชาการทหารสูงสุด โดยกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ดำเนินการบูรณะพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ได้มีการพบกรุบริเวณเสาหารของพระเจดีย์ บรรจุวัตถุโบราณ พระพุทธรูปแก้วผลึกสีขาวปางมารวิชัย พระเจดีย์หกเหลี่ยมแก้วผลึกจำลองพร้อมเครื่องราชูปโภคจำลอง พระกรัณฑ์ทองคำลงยาสีเขียวและสีแดงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระสถูปทรงกลมแก้วผลึกจำลอง ลูกปัดรูปเม็ดมะยมสีขาว 18 ลูก แผ่นทองกลม 1 แผ่น อัญมณีสีแดงจำนวนหนึ่ง ปัจจุบัน โบราณวัตถุทั้งหมดเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ชยันต์ ศิริมาศ พ่อเมืองนครสวรรค์ ประธานในพิธีเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติ ย้อนรำลึก รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ บ้านตาคลี (งาน 66 ปีย้อนรำลึก) ณ บริเวณวงเวียนหลังสถานีรถไฟบ้านตาคลี
นางเพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี เปิดเผยว่า ด้วยเทศบาลเมืองตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ กำหนดจัดโครงการจัดงานเฉลิมพระเกียรติย้อนรำลึกเสด็จพระราชดำเนินบ้านตาคลี ประจำปี 2566 งานย้อนรำลึกรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินบ้านตาคลี เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟพระที่นั่งมา ณ สถานีรถไฟบ้านตาคลี และตลาดตาคลี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2500 และเสด็จลงรถไฟพระที่นั่ง เพื่อเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวบ้านตาคลี สร้างความปลื้มปีติต่อชาวตาคลีในขณะนั้น โดยในปีนี้เทศบาลเมืองตาคคลี ได้กำหนดงาน 66 ปี ย้อนรำลึก รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินบ้านตาคลี ณ บริเวณวงเวียนหลังสถานีรถไฟบ้านตาคลี
กำหนดพิธีเปิด วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 18.30 น. ที่ผ่านมา นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน 66 ปี ชม VTR ย้อนรำลึก รัชการที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินบ้านตาคลี และงานถนนคนเดินเมืองตาคลี (นัดพิเศษ) โดยมีท่านผู้มีเกียรติและประชาชจนมาร่วมงานในพิธีเปิดมากมาย ต่อมา นางเพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลีกล่าวรายงานว่า วัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเชิดชูในพระมหาธิคุณที่มีต่อพสกนิกร เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยว กระตุ้นภาวะเศรษฐกิจท้องถิ่น ชมภาพนิทรรศการต่าง ๆ บริเวณวงเวียนหลังสถานีรถไฟบ้านตาคลี และประดับภาพตกแต่งสถานที่จุดถ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมงาน เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก และชมมินิไลต์ แอนด์ซาวด์
ต่อมา นางเพลินพิศ ศรีภพ นายกเทศมนตรีเมืองตาคลี ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดงาน มอบพระบรมฉายาลักษณ์ รัชการที่ 9 ต่อประธานในพิธี นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ประธานในพิธี และนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ มอบพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 แก่ผู้สนับสนุนการจัดงานจำนวน 4 ท่าน ลำดับที่ (1) นางสาวสร้อยสุรีย์รัตน์ พลพรพิสิฐ นายอำเภอตาคลี ลำดับที่ (2) นาวาอากาศเอก ชาคริต ศักดิ์ชัยศรี ผู้บังคับการกองบิน 4 ตาคลี ลำดับที่ (3) นายสถานีรถไฟบ้านตาคลี 4 คุณนุชา ไกรสรรัตน์ และร่วมถ่ายภาพรวมกันกับผู้สนับสนุน และท่านผู้มีเกียรติและประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ และสมาชิกสภาฯ จากนั้นท่านผู้ว่าฯ และท่านผู้มีเกียรติได้เดินชมกิจกรรมในงานถนนคนเดินเมืองตาคลี สินค้าหลากหลายจากชุมชนทั่วไป ขายในราคาถูก (กิตติ์ธเนศ พัวพรพงษ์ / นครสวรรค์)

สำนักพระราชวังได้จัดพิธีมอบปฏิทินหลวง พ.ศ. 2566
พระราชทานสำหรับความสุขปีใหม่ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินการมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดต่าง ๆ พระอารามหลวง และพระราชาคณะ โดยเมื่อวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวพัชรา สุคันธี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี นำปฏิทินหลวงพุทธศักราช 2566 ถวายแด่เจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง และพระราชาคณะ จังหวัดสระบุรี
ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 08.30 น. ได้ถวายแด่พระเดชพระคุณพระศรีปริยัติเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ณ วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เวลาต่อมา ได้ถวายแด่พระเดชพระคุณพระวิสิฐคณาภรณ์ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา พระอารามหลวง ณ วัดมงคลชัยพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ได้ถวายแด่พระเดชพระคุณพระวิสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดเขาแก้ววรวิหาร ณ วัดเขาแก้ววรวิหาร ตำบลต้นตาล อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ได้ถวายแด่พระครูสุธีปริยัตยาทร เจ้าอาวาสวัดสมุหประดิษฐาราม ณ วัดสมุหประดิษฐาราม ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ตามลำดับ (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด” โดยชมรมพลังอู่ทอง ในการสร้างเกราะป้องกันเยาวชน
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมอัตตสันตมหาเถราจารย์ โรงเรียนวัดพระขาว (ประชานุเคราะห์) อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพิธีเปิดงานนิทรรศการ “โครงการสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด” โดยชมรมพลังอู่ทอง โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ประธานที่ปรึกษาชมรมพลังอู่ทอง อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสาวเต็มจิต จันทคา ศึกษาธิการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายรณกร เผ่าวิจารณ์ นายอำเภอบางบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดงานในครั้งนี้
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำหรับโครงการสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด ได้ลงสู่การปฏิบัติในสถานศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 จนถึงปัจจุบัน ทางชมรมพลังอู่ทอง ได้นำผลการบริหารจัดการของสถานศึกษานำร่อง นับเป็นโอกาสอันดีที่ทุก ๆ ฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนของเรา เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อีกทั้งเยาวชนยังได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติด และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ความรู้ในครอบครัว และชุมชนต่อไปได้ ต้องขอชื่นชมคณะกรรมการชมรมพลังอู่ทอง และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมกัน หาแนวทางแก้ไข ปัญหายาเสพติดดังกล่าว ด้วยความเข้มแข็งมาโดยตลอด
วันนี้จึงถือว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีที่แสดงถึงความร่วมมือ ร่วมใจกันของภาคเอกชน ภาคการศึกษาของทางราชการ และสถาบันครอบครัว รวมพลังกันสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชนพ้นพิษภัยของยาเสพติด การนำเสนอกิจกรรมและนิทรรศการในวันนี้ เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่การนำเสนอผลการดำเนินงานของโรงเรียนนำร่อง ในโครงการสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด การแสดงเต้นประกอบเพลง Just say No ของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น การมอบโล่และเกียรติบัตร เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ทุกท่านดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อต่อต้านยาเสพติด ป้องกันเยาวชนของเรา ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตลอดไป (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

(P6) พ่อเมือง พร้อมแม่บ้านมหาดไทยสระบุรี สัญจรเยี่ยมโรงเรียน ถิ่นธุระกันดาร มอบทุนการศึกษา สร้างรอยยิ้มให้เด็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย นางวันทนา ดำธรรม ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี นำสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรีออก เยี่ยมโรงเรียน ที่โรงเรียนวัดสวนทองรวมมิตร ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อแบ่งปันความสุขให้กับเด็กๆ พร้อมมอบทุนการศึกษา และเลี้ยงอาหารกลางแก่เด็กๆ โดยมีคณะครู ผู้ปกครอง ส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม
การจัดกิจกรรมสัญจรเยี่ยมโรงเรียน หลายภาคส่วนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กๆ ที่กำลังจะเติบโตเป็นกำลังของชาติ โดยเฉพาะเด็กที่ด้อยโอกาสและขาดโอกาสในการเข้าถึงการดูแลของภาครัฐ ทางชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสระบุรี จึงได้จัดทำโครงการในสัญจรเยี่ยม เลี้ยงอาหารกลางวันและมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และให้เด็กๆ ได้มีโอกาสรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และสร้างรอยยิ้มสร้างความสุขให้กับเด็กนักเรียน (สมนึก สุขีรัตน์ / สระบุรี)

ผวจ.นิวัฒน์ ลงพื้นที่ปราสาทนครหลวง เพื่อหาแนวทางเชื่อมโยงส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองที่ต้องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ช่วงบ่ายของ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระใบฎีกาพิทักษ์ รตนวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดนครหลวง นายศุภสิทธิ์ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอนครหลวง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ ปราสาทนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ ได้เชิญสำนักศิลปากรที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหาแนวทางเชื่อมโยงและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางหลังออกจากอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งได้เดินสำรวจพื้นที่โดยรอบปราสาทนครหลวง เพื่อเตรียมพัฒนา ฟื้นฟู ภูมิทัศน์ต่าง ๆ และบริเวณวัดนครหลวง จนถึงตลาดริมน้ำ ซึ่งมีร้านค้ากว่า 70 ร้าน มาจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของอำเภอนครหลวง ให้บริการนักท่องเที่ยวในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. อีกด้วย
“ปราสาทนครหลวง” มีประวัติความเป็นมา โดยสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อพ.ศ. 2147 พระองค์ได้โปรดให้ช่างจำลองแบบมาจากปราสาทที่กัมพูชาแล้วสร้างเป็นที่ประทับ ก่ออิฐถือปูน โดยนำมาสร้างใกล้กับวัดเทพจันทร์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่ได้กรุงกัมพูชากลับมาเป็นประเทศราชอีก แต่ว่าปราสาทแห่งนี้สร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ในสมัยนั้น ต่อ มาในปีพ.ศ. 2352 ตาปะขาวปิ่นได้มาสร้างวัดนครหลวงขึ้นพร้อมๆกับสร้างพระพุทธบาทสี่รอยไว้บน ลานชั้นบนของปราสาท นับแต่นั้นมาปราสาทนครหลวงก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัด สิ่งที่น่าสนใจของ “ปราสาทนครหลวง” นั่นก็คือ ก่อด้วยอิฐทั้งหลัง ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งทำขึ้นโดยนำดินมาถมให้สูง มีระเบียงล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนลดหลั่นกันสามชั้น แต่ละชั้นมีประตูเข้าสู่ชั้นสูงสุดนับสิบประตู ระเบียงคดแต่ละชั้นสร้างปรางค์ประจำทิศทั้งสี่มุม และที่กึ่งกลางก็มีปรางค์ด้วย ในปราสาทมีสิ่งที่น่าชมคือภายในมีปรางค์ประมาณ 30 องค์ รูปทรงคล้ายปรางค์ขอม แต่ก่อด้วยอิฐ ไม่ใช่ศิลาแลง องค์ปรางค์มีการย่อมุมไม้ยี่สิบ หมายถึงมุมหนึ่งทำเป็นมุมเล็กได้ห้ามุม (สี่มุมคูณด้วยห้าจึงมี 20 มุม) จากการบูรณะของกรมศิลปากรพบว่า การสร้างปรางค์ของเดิมใช้โครงไม้ขึ้นรูปก่อนแล้วก่ออิฐล้อตาม
โดย ชั้นบนสุดปราสาทนครหลวง จะเป็นที่ตั้งของมณฑปจตุรมุข ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเอาไว้ข้างใน ล้อมรอบด้วยระเบียงคด ซึ่งระเบียงคด คือส่วนที่เชื่อมต่อปรางค์แต่ละองค์ ปัจจุบันเหลือแต่ผนังของระเบียงคด และอีกหนึ่งจุดสำคัญคือ ตำหนักนครหลวง หรือ ศาลพระจันทร์ลอย ตั้งอยู่ด้านหน้าปราสาทนครหลวง มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอาคารจัตุรมุข ปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระปลัด (ปลื้ม) หรือพระครูวิหาร-กิจจานุการได้นำพระจันทร์ลอยจากวัดเทพจันทร์ลอย ต.พระจันทร์-ลอย อ.นครหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทนครหลวงมาประดิษฐานไว้สำหรับแผ่นหินพระจันทร์ลอย มีลักษณะเป็นแผ่นหินแกรนิตทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ขนาดใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร หนา 6 นิ้ว บนแผ่นหินมีรูปแกะสลักที่ค่อนข้างดูยาก ด้านหนึ่งสลักเป็นรูปพระเจดีย์สององค์และพระพุทธรูปสามองค์ ส่วนอีกด้านหนึ่งสลักเป็นรูปปลาคล้ายสัญลักษณ์ราศีมีน (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ผู้ว่าฯ นิวัฒน์ ชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ช่วยเก็บขยะรักษาความความสะอาด เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของ “เมืองมรดกโลก”
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวชื่นชมและขอบคุณเทศบาลพระนครศรีอยุธยา เทศบาลเมืองอโยธยา และทุกหน่วยงาน ที่นำเจ้าหน้าที่ ร่วมกันเก็บขยะ ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณ ถนนหน้าโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ใต้สะพานปรีดี-ธำรง รางรถไฟ ท้ายซอยโพธาราม หลังเสร็จงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ที่ผ่านมา เพื่อรักษาความสะอาดและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นอกจากนี้ ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชนและประชาชนให้อยุธยาเป็นเมืองสะอาดร่วมกันรักษาความเป็นมรดกโลก เพื่อรับนักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความสวยงาม น่ามอง เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับชาวพระนครศรีอยุธยาและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว อีกด้วย ซึ่งขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ร่วมด้วยช่วยกันเก็บขยะใกล้กับที่ทำงานของตนเองได้เช่นกัน (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

(P9) ผู้ว่าฯ อยุธยา เป็นประธานการประชุมติดตามและวางแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (คจพ.จ.) ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายธีรศักดิ์ โฉมศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายทินกร บุญเงิน พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะกรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและวางแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ใน 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ มิติด้านความเป็นอยู่ มิติด้านการศึกษา มิติด้านรายได้ และมิติด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ เพื่อร่วมบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนในการให้ความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกมิติ
โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนงานครัวเรือนที่ตกเกณฑ์จากระบบ TPMAP จำนวน 3,598 ครัวเรือน จำนวน 8,575 คน แยกเป็น มิติสุขภาพ เป้าหมาย 677 ครัวเรือน มิติความเป็นอยู่เป้าหมาย 555 ครัวเรือน มิติการศึกษา เป้าหมาย 557 ครัวเรือน มิติรายได้ เป้าหมาย 2,586 ครัวเรือน มิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ เป้าหมาย 9 ครัวเรือน และมิติอื่น ๆ (ยาเสพติด ครอบครัว) เป้าหมาย 4 ครัวเรือน ซึ่งในทุกมิติ คิดเป็น 100% ในการได้รับความช่วยเหลือ โดยจะแบ่งการจัดประเภทครัวเรือน เป็น 3 ระดับ ประกอบไปด้วย ระดับอยู่รอด จำนวน 602 ครัวเรือน ระดับพอเพียง จำนวน 2,197 ครัวเรือน และ ระดับยั่งยืน จำนวน 799 ครัวเรือน
ทั้งนี้ จากการประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ ได้มีข้อสั่งการเพื่อติดตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในประเด็น การขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2565 (ระยะที่ 2) เพื่อให้ ศจพ. ในระดับต่างๆ ได้ดำเนินการกลุ่มเป้าหมายในระบบ TPMAP ปี 2565 ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 จำนวน 653,524 ครัวเรือน 1,028,112 คน โดยให้ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.) กำกับ ติดตาม การดำเนินงานต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

เทศบาลนครปากเกร็ด ร่วมจัดพิธีสักการะท้าวมหาพรหม
เทศบาลนครปากเกร็ด นำโดยนายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีพร้อมด้วย คณะผู้บริหารเทศบาลฯ ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาลฯ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมจัดพิธีสักการะท้าวมหาพรหม โดย พระครูวิมลสุวรรณกร เจ้าอาวาสวัดกู้ เป็นประธานในการเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่เทศบาลนครปากเกร็ด ณ ศูนย์ราชการเทศบาลนครปากเกร็ด ซอยประชาบดี (โรงพัสดุ สำนักช่าง) (สมคิด –สมนึก ลือประดิษฐ / นนทบุรี)

สภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาทประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท และเครือข่ายสภาวัฒนธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมนันทภรณ์ โรงแรมแฟนตาซีรีสอร์ท อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท นายศรณ์จักร์ชัย ชูวาพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาทและเครือข่ายสภาวัฒนธรรม
นางประวงษ์ กานนท์รังษี ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า สภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาทได้จัดประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาทและเครือข่ายสภาวัฒนธรรมเพื่อแจ้งนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมของสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาทประจำปี 2566 และมอบของที่ระลึกให้กับคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท จำนวน 16 ราย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสร้างความภาคภูมิใจที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติและได้รับรางวัลในปี 2565 ให้แก่คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดชัยนาท (วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

จังหวัดชัยนาท kick off โครงการของของขวัญปีใหม่ ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย 2566
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณ คลินิกผู้สูงอายุ โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร นายเกษม เที่ยงรอด รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Kick Off มอบของขวัญปีใหม่แห่งสุขภาพสูงวัยไทย ปี 2566 จังหวัดชัยนาท ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้ปี 2566 เป็นปีแห่งการดูแลผู้สูงอายุ มุ่งเน้นบูรณาการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวมครบทุกมิติ
โดยให้ผู้สูงอายุได้รับการประเมินคัดกรองโรคเรื้อรังที่สำคัญ และกลุ่มอาการผู้สูงอายุ และให้จัดบริการคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาลทุกระดับ ส่งต่อการดูแลผู้สูงอายุที่พบว่ามีความเสี่ยงหรือป่วย ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง ได้รับการแก้ไขปัญหาตามความต้องการของผู้ป่วยและญาติ โดยมีกิจกรรมเปิดคลินิกผู้สูงอายุ คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 9 ด้าน ผ่านแอพพลิเคชั่น สมาร์ท อสม. ประกอบด้วย การเคลื่อนไหวร่างกาย การขาดสารอาหาร การมองเห็น การได้ยิน การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ภาวะซึมเศร้า ภาวะสมองเสื่อม การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน สุขภาพช่องปาก มอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ แว่นสายตา และฟันปลอม ให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดชัยนาท เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุและลดภาระของผู้ดูแลในครอบครัว (สุรพล บำรุงศรี / ชัยนาท)

ขอบคุณประธานชมรมส่งเสริมคนดีสระบุรี
นายบุญเลิศ คุณพัทยา มณฑาทอง ร้านผักบุ้งเหิรฟ้า (สระบุรี) และ ประธานชมรมส่งเสริมคนดี สระบุรี (คนที่ 14) ปีบริหาร 2565 หอบกระเช้าเข้าสวัสดีปีใหม่ และตรุษจีน เป็นการขอบคุณ วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ (คนชายคาสีบานเย็น) ประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดสระบุรี ที่ให้การสนับสนุนเผยแพร่ข่าวสาร/กิจกรรมต่างๆ ที่ชมรมส่งเสริมคนดี สระบุรี มอบให้กับสังคมจังหวัดสระบุรี อาทิให้การช่วยเหลือ มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ผู้ด้อยโอกาสที่ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัย น้ำท่วมและอื่นๆ รวมถึง นำอุปกรณ์การเรียนการสอน,กีฬา,เมล็ดพันธุ์ผักส่งเสริมให้นักเรียนปลูกผักสวนครัว ตามแนวพระราชดำรี พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่นักเรียน ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีหลายแห่ง ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาโดยมี นงนภัสท์ กองธรรม และ พิมพ์บุญ ช้างพึ่งคณะกรรมการชมรมส่งเสริมคนดี สระบุรี ร่วมด้วย (วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ / สระบุรี)

อาจารย์ วิทยาลัยเทคนิคฯ ร่วม ม.ราชภัฏอยุธยา ประเมินฝึกการสอนของนักศึกษาผ่าน
นางสาวมยุรี ศรีระบุตร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ ดร.มงคล เฟื่องขจร หัวหน้าแผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ และดร.ภาราดา วงษ์สมบัติ ในฐานะครูพี่เลี้ยงของสถานศึกษา พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรเศรษฐ์ เตชะ อาจารย์สาขาวิชาสังคมศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ของนางสาววรรนิสา รุ้งกสัตรา นักศึกษาสาขาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (5ปี) ฝึกปฏิบัติการสอน ณ วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา (เผอิญ ไทยสม / อยุธยา)

“ภพรัก ที่ภาชี” อำเภอภาชี ขอเชิญชวนคู่สมรสลงชื่อสมัคร แต่งชุดไทย จดทะเบียนสมรสวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อุทยานอนุสรณ์ 100 ปี หลวงพ่อรวยองค์ใหญ่ วัดตะโก จำนวนจำกัด 22 คู่ เท่านั้น
กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “ภพรัก ที่ภาชี” ร่วมสร้างบุญบารมี ณ วัดตะโก ” เนื่องในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีการแต่งงานของไทย และเพื่อความเป็นสิริมงคลของคู่สมรส
– พิธีแห่ขันหมาก-เจริญพระพุทธมนต์ และประพรมน้ำมนต์-คู่สมรสทุกคู่ลุ้นรับของรางวัล-ถ่ายภาพที่ระลึก
รับสมัครถึง 10 กุมภาพันธ์นี้ ณ สำนักทะเบียนอำเภอภาชี ในวันเวลาราชการ จำกัด 22 คู่เท่านั้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-3531-2366 และ 06-3904-1297 หรือ สแกน QR Code (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

รับมอบเงินสนับสนุนงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ
นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางแก้วใจ คดีธรรม คลังจังหวัดลพบุรี ร่วมรับมอบเงินรายได้จากการจัดการแข่งขันกอล์ฟพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี 2023 เพื่อสมทบทุนการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี พ.ศ. 2566 จาก นายธงชัย รับรอง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ที่จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ร่วมกับ ดร.ธงชัย ใจดี โปรกอล์ฟชื่อดัง (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

เดินแบบรณรงค์แต่งไทย นุ่งโจง ห่มสไบงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงานเดินแบบแฟชั่นโชว์ รณรงค์แต่งไทย นุ่งโจง ห่มสไบ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชประจำปี 2566 อีกทั้งเป็นการรณรงค์ให้ชาวลพบุรีและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งชุดไทยมาเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งการเดินแบบแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี นางประภารัตน์ เกตุพันธุ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่างๆ ได้ร่วมเดินแบบกว่า 50 คน ที่ลานกิจกรรมชั้น 2 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ลพบุรี



