‘ได้ประโยชน์มาก’ จาก ‘การแพทย์ก้าวหน้า’

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ย้อนเวลาไป 20-30 ปีหรือนานกว่านั้น บรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่ได้ทราบหลังจากลูกในครรภ์ที่ดูแลฟูมฟักคลอดออกมาแล้วปรากฏว่ามีภาวะ “ขาสั้น-ยาวไม่เท่ากัน” หรืออาจเจอแบบ “ขาผิดรูป” ตั้งแต่กำเนิดเกิดมา ก็ย่อมเป็นผลให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเผชิญความทุกข์ระทมไม่น้อยเพราะไม่มีทางคิดออกเลยว่าจะทำอย่างไรได้ นอกเสียจาก “ทำใจ” เท่านั้น ซึ่งคงไม่ต่างจากกรณีที่เลี้ยงลูกมาหลายขวบปี มีการเจริญวัยเดินได้-วิ่งได้-ซนได้-ไปโรงเรียนได้แล้ว แต่เผอิญเจอเคราะห์หามยามซวยมีอุบัติเหตุมาทำให้กระดูกขาหัก ซึ่งถึงแม้จะได้รับการรักษาแล้วแต่กระดูกเจ้ากรรมดันติดไม่ตรง-ไม่พอดี หนูน้อยก็เลยต้องเผชิญภาวะขาสั้น-ยาวไม่เท่ากัน หรือเข่าอาจผิดรูป โก่งเกกลายเป็นเข่าฉิ่ง เข่าโก่ง ก็ล้วนเป็นความทุกข์ของผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กหรือเยาวชนที่เผชิญปัญหาเหล่านี้ เพราะไหนจะต้องคิดถึงปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการดูแลรักษาให้อยู่รอดปลอดภัย แล้วยังต้องคิดถึงอนาคตพวกเขาในแง่การดำเนินชีวิตในวันข้างหน้าอีกต่างหาก เพราะใคร ๆ ในยุคอดีตต่างก็รู้ดีว่า หนทางแก้ปัญหาให้ฟื้นคืนกลับเป็นปกตินั้นยากยิ่งกว่าไปงมหาเข็มในมหาสมุทรเสียอีก?!?!

ขาที่ผิดรูป จากปัญหาเกี่ยวกับกระดูก


เมื่อเป็นดังนั้นก็จึงต้อง “ทำใจ” ปล่อยวางให้จิตว่าง พร้อมสำหรับรับมือ-ให้กำลังใจเด็ก ๆ ที่น่าสงสารเหล่านั้นให้เดินหน้าต่อสู้ชีวิตและอนาคตของพวกเขาต่อไป โดยไม่มีใครคาดคิดเลยว่าปัญหาหนักอกขนาดนี้จะ สามารถคลี่คลายได้ในยุคปัจจุบันหลังจากพัฒนาการทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าถึงขั้นมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาส่งเสริมสนับสนุนการบำบัดรักษาผู้ป่วย จากกรณีต่าง ๆ… ดังที่ “หมอฝั่งธน” จะเชิญชวนท่านผู้อ่านมาติดตามจาก “SMART HOSPITAL” เพื่อจะได้มีข้อมูลการรักษาที่ก้าวหน้าทันสมัยไว้แนะนำผู้ใกล้ชิด ที่อาจกำลังอยู่ในภาวะทุกข์ระทมคล้ายกับกรณีที่นำมากล่าวถึงในวันนี้…โดยมี “เคสตัวอย่าง” มาประกอบคำอธิบายเพื่อให้ความรู้จาก “ผศ.พญ.จิดาภา ว่องเจริญวัฒนา” ศัลยแพทย์ด้านกระดูกและข้อ ชำนาญการด้านการผ่าตัดแก้ไขกระดูกแขนและขาผิดรูป “ที่ปรึกษาโรงพยาบาลธนบุรี” ซึ่ง “อาจารย์จิดาภา” ได้เตรียมเนื้อหาน่ารู้ น่าสนใจ และได้ประโยชน์ มาถ่ายทอดในประเด็น “กระดูกผิดรูป” เป็นอันดับแรก ดังนี้ครับ…

ภาวะเข่าโก่ง ภาวะเข่าเก ภาวะเข่าฉิ่ง


“…เรื่องกระดูกผิดรูปสามารถแบ่งได้หลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือเป็นตั้งแต่กำเนิด บางคนเกิดมาโดยที่กระดูกสร้างไม่ดี เป็นผลให้ขาสั้น ขาผิดรูปตั้งแต่แรกเกิด ทำให้กระดูกหน้าแข้งผิดรูป หรือกระดูกต้นขาผิดรูป ขณะที่บางคนอาจเจอกระดูกข้อสะโพกหลุดตั้งแต่เกิดก็มี ซึ่งพวกนี้ป้องกันไม่ได้ ต้องแก้ไขอย่างเดียวค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีกรณีอุบัติเหตุทำให้กระดูกหัก เจอบ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่จากปัญหาตอนที่กระดูกติดแบบติดไม่ตรงตอนรักษา ทำให้เกิดภาวะขาสั้น-ยาวไม่เท่ากัน หรือไม่ก็ขาผิดรูป โดยกระดูกมีการหมุนออกนอกหรือหมุนเข้าในมากขึ้นกว่าปกติ โก่งเกกลายเป็นเข่าฉิ่ง เข่าโก่งได้ หรืออาจจะเกิดติดเชื้อระหว่างใส่เหล็ก หรือแค่ใส่เฝือกไม่ดีเท่าไหร่เลยกลายเป็นผิดรูปตามมาก็ได้ค่ะ ซึ่งบางคนอาจคิดว่าการที่ขาโก่ง ขาเก หรือขาสั้น-ยาวไม่เท่ากัน ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรเพราะไม่ได้ถึงแก่ชีวิต ก็เลยมองข้ามความปวด การเดินที่ลำบาก หรือบางรายถึงกับทำงานไม่ได้ก็มีค่ะ…”


‘องค์ความรู้ใหม่’ จาก ‘แพทย์ผู้ชำนาญการ’

จากนั้น “อาจารย์จิดาภา” ได้กล่าวถึง “น้องนักเรียนชาย” รายหนึ่งซึ่งโชคร้ายเจออุบัติเหตุขณะซ้อนมอเตอร์ไซค์แล่นไปตามช่องทางเดินรถ แต่มีรถเก๋งฝั่งตรงข้ามเสียหลักพุ่งชนอย่างจัง เป็นเหตุให้ขาซ้าย-ขวา และแขนขวาหัก ตอนที่มีวัยเพียง 13 ปี โดยถึงกับสลบ และได้รับการนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยสรุปได้ว่า…

“…กระดูกขาขวาหักหลายท่อน โดยเฉพาะตรงเข่า หักละเอียดเยอะเลยค่ะ หมอต้นทางได้รักษาเต็มที่โดยพยายามจัดกระดูกให้กลับเข้าที่ แต่ด้วยเหตุที่กระดูกตรงนั้นหักค่อนข้างละเอียด เป็นผลให้เวลากลับมาติดใหม่จึงช่วยให้ติดได้แค่ส่วนหนึ่ง ซึ่งคุณหมอเจ้าของไข้ได้ให้ใช้รถเข็นแทนการเดินเพื่อเลี่ยงการลงน้ำหนักไประยะหนึ่ง จากนั้นจึงเอกซเรย์และพบว่ากระดูกติดดีแล้ว จึงให้ปล่อยไม้ค้ำยันและให้เดินให้ดู จึงเห็นว่าน้องขาแบะ เดินขาเขย่ง คือเดินผิดท่า จึงได้ส่งจากโรงพยาบาลต้นทางมาให้หมอตรวจ ซึ่งก็พบว่ากระดูกติดแบบผิดรูป เราจึงต้องหาทางผ่าตัดแก้กระดูกจุดนี้ และตัดกระดูกเพื่อนำกระดูกส่วนน่อง (fibula) มาเสริมช่วยให้แนวกระดูกตรง…ถึงตอนนี้ผ่าตัดแก้ไขผ่านไปประมาณ 1 เดือน ยังดีที่ว่าเขาโตเกือบเต็มที่แล้วเราเลยสามารถใส่โลหะดามแก้ภาวะเข่าฉิ่งให้เขากลับคืนมาตรง ซึ่งหากดูจากเอกซเรย์ก็จะเห็นว่าตรงแล้ว สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แต่หมอยังแนะนำให้ใช้ไม้ค้ำยันรักแร้ไว้ก่อน จนกว่าจะพ้น 3 เดือนจึงจะนัดมาตรวจติดตามผลอีกรอบค่ะ…”

ผศ.พญ.จิดาภา ว่องเจริญวัฒนา ที่ปรึกษา รพ.ธนบุรี

นอกจากนี้ยังมีเคสของ “น้องผู้หญิง” อีกรายที่ “อาจารย์จิดาภา” ได้ยกมาเป็น “กรณีศึกษา” เนื่องจากมีการนำ “องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่” มาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหา หลังจากน้องวัย 11 ปีรายนี้เกิดหกล้มและกระดูกข้อสะโพกหัก ซึ่งหลังได้รับการนำส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ได้รับการผ่าตัดรักษา พร้อมกับใส่เฝือกแข็งหุ้มลำตัวส่วนบนลงไปถึงเท้านานเป็นเดือน จนถึงเวลาถอดเฝือกปรากฏว่าข้อสะโพกที่ดามโลหะไว้มีภาวะ “กระดูกโก่ง” และส่งผลให้ขาสั้น-ยาวต่างกัน 13 เซนติเมตร โดยต่อมาคุณหมอเจ้าของไข้ได้ติดต่อขอส่งน้องผู้หญิงรายนี้มารับการตรวจกับ “อาจารย์จิดาภา” เพื่อขอให้ช่วยดูช่วยแก้ไขภาวะอาการที่เกิดขึ้น… มาติดตามบทสรุปกันต่อไปได้เลยครับ…


‘อีกหนึ่งตัวอย่าง’ จาก ‘กรณีศึกษาแก้ปัญหา’

ท่านผู้ให้ข้อมูลสรุปสำหรับกรณีนี้เป็น “คุณพ่อ” ของน้องผู้หญิงรายนี้ ซึ่งเต็มใจมาถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง โดยที่ “หมอฝั่งธน” ขออนุญาตไม่ระบุนามนะครับ จะขอเพียงนำคำบอกเล่ามาเป็นความรู้สำหรับบรรดาคุณพ่อคุณแม่และท่านผู้ปกครองที่บุตรหลานบังเอิญเจอปัญหาในลักษณะอาการคล้ายคลึงแบบนี้ โดย “คุณพ่อ” ท่านนี้เผยว่า…

ภาวะขายาว-สั้นไม่เท่ากัน


“…จากที่ได้ติดตามหาทางแก้ปัญหาให้ลูกต่อเนื่องมาหลายปี ได้ช่วยให้ทราบว่าวงการแพทย์ได้ประสบผลสำเร็จในการคิดค้นนวัตกรรมก้าวหน้าที่น่าสนใจสำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ในการยืดกระดูกขาที่ 2 ข้างเกิดปัญหาสั้น-ยาวแตกต่างกัน จึงตัดสินใจให้เป็นทางเลือกสำหรับลูกผม โดยคุณหมอได้ทำการผ่าตัดช่วงขาของลูกก่อนสอดอุปกรณ์เข้าไปยึดไว้ตามแนวกระดูกขาเพื่อยืดกระดูก โดยระยะแรกใช้เวลาในการยืดประมาณ 2 เดือนครึ่ง ซึ่งอุปกรณ์นี้จะช่วยยืดกระดูกให้ยืดออกได้แค่วันละ 1 มิลลิเมตรโดยทำการยืด 3 รอบ เช้า กลางวัน เย็น และกว่าจะยืดให้ยาวได้ 13 เซนติเมตรจะใช้เวลาทั้งหมดเกือบ ๆ 3 ปีครับ ซึ่งต้องเรียนว่าเราเชื่อมั่นในคุณหมอ และเชื่ออีกด้วยว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับลูกเราจะต้องเป็นไปในทางที่ดีครับ เพราะเห็นผลสำเร็จมาเป็นระยะ ๆ เลยครับ ตั้งแต่ยืดกระดูกขาของลูกออกมายาว 5 เซนติเมตรในช่วงแรกแล้ว นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือทีเดียว ต้องขอยกย่องครับ อีกทั้งคุณหมอมีความอดทนในการดูแลลูกสาวผมอย่างใกล้ชิดจนสามารถช่วยให้เราสำเร็จผลสมความมุ่งหมายที่ได้ตั้งใจไว้ครับ…”

การแพทย์ก้าวหน้าช่วยยืดกระดูก  

“หมอฝั่งธน” ใคร่ขอยกย่อง “คุณพ่อของน้องผู้หญิง” รวมถึง “คุณแม่ของน้องนักเรียนชาย” ที่ก็ร่วมให้ข้อมูล ขอขอบคุณด้วยความจริงใจในความกรุณาสละเวลาให้ข้อมูล และที่ขาดไม่ได้ที่ต้องแสดงความขอบคุณอีกท่านคือ “ผศ.พญ.จิดาภา ว่องเจริญวัฒนา” ศัลยแพทย์ด้านกระดูกและข้อ ชำนาญการด้านการผ่าตัดแก้ไขกระดูกแขนและขาผิดรูป “ที่ปรึกษาโรงพยาบาลธนบุรี” ที่ได้ช่วยเติมความรู้เกี่ยวกับประโยชน์กรณีที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” พร้อมเป็นที่พึ่งให้กับบรรดา “พ่อแม่ผู้ปกครอง” ซึ่งอาจมีบุตรหลานในความดูแลต้องการ “แก้ปัญหาขาผิดรูป” จะได้ไปปรึกษาหารือได้นั่นเอง…สวัสดีครับ

หมอฝั่งธน