วานนี้ (22 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกระแสการวิจารณ์ในเชิงลบจากบรรดาพนักงานหญิงของญี่ปุ่น หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นของกรุงโตเกียวมีนโยบายช่วยคลายร้อนให้คนทำงานท่ามกลางวิกฤตคลื่นความร้อน โดยผลักดันแคมเปญ “โตเกียว คูล บิซ” ซึ่งอนุญาตให้พนักงานชายเว้นการสวมชุดสูท และสามารถสวมกางเกงขาสั้นมาทำงานได้
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวกลับสร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานหญิงจำนวนมาก จนเกิดกระแสต่อต้านในโลกออนไลน์ที่เรียกว่า “ซูเนะฮาระ” หรือภาวะการคุกคามด้วยขนหน้าแข้ง เนื่องจากพวกเธอรู้สึก “เหลือทน” ที่ต้องมาเห็นขนหน้าแข้งของเพื่อนร่วมงานชายในสถานที่ทำงาน อีกทั้งยังมองว่าเป็นความไม่เท่าเทียม เพราะวัฒนธรรมองค์กรของญี่ปุ่นยังคงคาดหวังให้ผู้หญิงในที่ทำงานแต่งกายสุภาพด้วยการสวมถุงน่องเสมอ แม้ในวันที่อากาศร้อนจัด
ผลการสำรวจความคิดเห็นในเดือนมิถุนายนโดยกอริลลา คลินิก ซึ่งเป็นคลินิกเวชกรรมเพื่อความงามสำหรับผู้ชายที่โด่งดังด้านบริการกำจัดขนของญี่ปุ่นเผยให้เห็นว่า ประชาชนร้อยละ 53.5 คัดค้านการสวมกางเกงขาสั้นไปทำงานในฤดูร้อน ขณะที่ร้อยละ 46.5 เห็นด้วย ซึ่งจากผลลัพธ์ระบุว่า จำนวนผู้หญิงที่คัดค้านมีมากกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงต่อต้านหรือทำใจยอมรับการเห็นการเปลือยขาของเพื่อนร่วมงานชายได้ยากกว่า
สำหรับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการใส่ขาสั้นมาทำงานนั้นมีเหตุผลหลักคือ ความกังวลเกี่ยวกับการเปิดเผยรูปร่างและขนหน้าแข้ง ทำให้ดูไม่เรียบร้อยเมื่ออยู่ในที่ทำงาน
ระหว่างนี้ สถานการณ์ความร้อนในญี่ปุ่นที่อุณหภูมิพุ่งสูงประวัติศาสตร์นี้ยังส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคฮีตสโตรกถูกส่งโรงพยาบาลในโตเกียวเกือบ 300 รายภายในวันเดียว ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



