ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังจีน เขตอำนาจระดับมณฑล 11 แห่ง จากทั้งหมด 31 แห่งในประเทศ กำลังประสบกับการขาดดุลงบประมาณบำเหน็จบำนาญ โดยมณฑลเฮย์หลงเจียง ได้รับผลกระทบมากที่สุดที่ -2.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
รายได้ต่อหัวของประชากรในมณฑลเฮย์หลงเจียง หรือที่รู้จักกันในปัจจุบันว่าเป็น “มณฑลสนิมเกาะ” อยู่ที่ 50,900 หยวน (ราว 257,000 บาท) เมื่อปี 2565 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขระดับประเทศที่ 85,700 หยวน (ราว 433,000 บาท) โดยประชากรประมาณ 1 ใน 4 คือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนประชากรโดยรวมลดลง 17% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจนถึงปี 2564 เหลือเพียงกว่า 30 ล้านคน ส่วนจำนวนพนักงานในมณฑลลดลงประมาณ 1 ใน 3
ยิ่งไปกว่านั้น มณฑลเฮย์หลงเจียงยังมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในจีน คือประมาณ 100,000 คน เมื่อปี 2564 และมีผู้เสียชีวิต 460,000 ราย ขณะที่รายได้เงินบำนาญต่อหัวอยู่ที่ 38,792 หยวน (ราว 186,000 บาท) ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในประเทศ และคิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของระดับในกรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้
ระบบบำนาญของจีนส่วนใหญ่ บริหารจัดการในระดับมณฑล ซึ่งหมายความว่าเงินสมทบจากพนักงานประจำจะจ่ายเงินบำนาญให้กับผู้ที่เกษียณอายุ แต่ถึงแม้มีการจัดตั้งกองทุนพิเศษเมื่อปี 2561 เพื่อย้ายกองทุนบำนาญจากมณฑลที่ร่ำรวยกว่า ไปยังกองทุนที่ประสบปัญหาขาดดุล นักเศรษฐศาสตร์หลายคนกลับมองว่ามันเป็นเพียงสิ่งทดแทนเท่านั้น
นอกจากนี้ ปัญหาเร่งด่วนอีกประการหนึ่ง คือ อายุเกษียณของจีน สำหรับผู้ชายอยู่ที่ 60 ปี พนักงานออฟฟิศหญิงอยู่ที่ 55 ปี และผู้หญิงที่ทำงานในโรงงานอยู่ที่ 50 ปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดในโลก
คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) คาดการณ์ว่า กลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นจาก 280 ล้านคน เป็นมากกว่า 400 ล้านคนภายในปี 2578 หรือเท่ากับจำนวนประชากรทั้งหมดในปัจจุบันของสหราชอาณาจักรและสหรัฐรวมกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีบางคนชี้ว่า การปฏิรูประบบเงินบำนาญใด ๆ มีแนวโน้มที่จะไม่เป็นที่นิยม เพราะนอกจากสาเหตุและผลกระทบของภาวะเจริญพันธุ์ที่ต่ำแล้ว การเพิ่มอายุเกษียณกับการลดสวัสดิการบางอย่างในบางมณฑล อาจกระตุ้นให้เกิดการประท้วงมากขึ้น
แม้ว่าเมืองฮาร์บิน เมืองเอกของมณฑลเฮย์หลงเจียง มีมูลค่าเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจและจำนวนประชากรในมณฑล แต่ยังถือว่าเติบโตช้ากว่าอัตราการเติบโตโดยรวมของจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ทั้งนั้น นักประชากรศาสตร์หลายคนกล่าวว่า รายได้ของประชากรในมณฑลเฮย์หลงเจียง จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเพื่อให้อัตราการเจริญพันธุ์ฟื้นตัว เพราะนอกจากเงินบำนาญแล้ว ค่าจ้างของจีนยังไม่สอดคล้องกับความมั่งคั่งของประเทศ ที่มาจากการส่งออกอีกด้วย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



