แม้หลี่ในวัย 63 ปี จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นคนที่เน้นการปฏิบัติและเป็นมิตรกับธุรกิจ แต่เขาต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบาก ในการประคับประคองการฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของจีน ท่ามกลางแรงต้านจากทั่วโลก รวมถึงการขาดแคลนความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภคและภาคเอกชน
นอกจากนี้ หลี่ยังเข้ารับตำแหน่งท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นต่อชาติตะวันตก เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ รวมถึงความเคลื่อนไหวของสหรัฐ ในการปิดกั้นการเข้าถึงเทคโนโลยีที่สำคัญของจีน เช่นเดียวกับที่บริษัทระดับโลกหลายแห่งกระจายห่วงโซ่อุปทาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากจีน เนื่องจากความเสี่ยงทางการเมือง และการชะงักงันในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
แม้นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า หลี่เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ไม่เคยรับราชการในรัฐบาลกลางของจีนมาก่อน นั่นหมายความว่า เขาอาจเผชิญกับการเรียนรู้ที่สูงชันในช่วงเดือนแรกของการทำงาน แต่กระนั้น ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสี จะช่วยให้เขาทำสิ่งต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงได้
อนึ่ง หลี่ได้รับการปูทางให้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา หลังมีการประกาศชื่อเขา ให้เป็นสมาชิกอันดับสอง ต่อจากสี ในทำเนียบคณะกรรมการประจำ ของกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ หรือโปลิตบูโร ชุดที่ 20
เศรษฐกิจของจีนเติบโตเพียง 3% ในปีที่แล้ว ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งตั้งเป้าการเติบโตระดับกลางในปี 2566 ที่ประมาณ 5% นับเป็นเป้าหมายต่ำที่สุดของประเทศในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ ภารกิจสำคัญสุดของหลี่ในปีนี้ คือ การเอาชนะเป้าหมายนั้นให้ได้ โดยไม่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง หรือก่อหนี้สินเพิ่มขึ้น
แม้จีนจะไม่ได้ส่งสัญญาณถึงแผนการที่จะกระตุ้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่การถดถอยทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การล่มสลายในการส่งออก หรือความอ่อนแออย่างต่อเนื่อง ในภาคส่วนอสังหาริมทรัพย์ อาจบีบบังคับให้หลี่ดำเนินการเช่นนั้นได้
การฟื้นตัวหลังการระบาดใหญ่ของจีนเกิดความไม่สม่ำเสมอ อัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือน ก.พ. อ่อนลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่บริษัท เจดี ดอตคอม อิงค์ ยักษ์ใหญ่ด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ ของจีน เตือนว่า การสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคขึ้นมาใหม่นั้น “ต้องใช้เวลา” หลี่จะต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในภาคเอกชน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ธุรกิจระดับโลกต่างจับตาดูสถานการณ์อย่างระมัดระวังอยู่เช่นกัน โดยหอการค้าอเมริกันในประเทศจีน กล่าวเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า เป็นครั้งแรกรอบ 25 ปี ที่บริษัทส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า จีนไม่ได้เป็น “ประเทศที่มีความสำคัญด้านการลงทุน 3 อันดับแรก” อีกต่อไป.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



