อินโดนีเซียนำเข้าน้ำมันเบนซินราว 60% ของปริมาณที่เผาไปเมื่อปีที่แล้ว โดยมีมูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6 แสนล้านบาท) และมีเป้าหมายที่จะทำซ้ำความสำเร็จที่มาจากมาตรการบังคับ ซึ่งลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

กระทรงพลังงานอินโดนีเซีย กล่าวว่า ในปีนี้ รัฐบาลวางแผนทดสอบน้ำมันเบนซินที่มีไบโอเอทานอลผสม 5% ในเมืองสุราบายา ตามด้วยการกำหนดปริมาณไบโอเอทานอลสำหรับน้ำมันเบนซินไว้ที่ 15% และบังคับใช้ทั่วประเทศภายในปี 2574 ซึ่งนับว่าเป็นเป้าหมายเชิงรุก เมื่ออินโดนีเซียมีโรงงานไบโอเอทานอลเพียง 2 แห่ง ที่พยายามจัดหากากน้ำตาลให้เพียงพอ

แต่เนื่องด้วยกำลังการผลิตไบโอเอทานอลที่จำกัด และอินโดนีเซียต้องพึ่งพาน้ำตาลนำเข้า เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ รวมถึงอาหาร บางบริษัทจึงมองหาการผลิตไบโอเอทานอลจากวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น มันสำปะหลัง และชีวมวลอย่างเศษเมล็ดในน้ำมันปาล์ม และน้ำเลี้ยงต้นปาล์ม

จากการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีบันดุง (ไอทีบี) อินโดนีเซียจะใช้น้ำมัน 45.7 ล้านกิโลลิตร ในปี 2568 และ 50.1 ล้านกิโลลิตร ในปี 2573 นั่นหมายความว่า มาตรการบังคับปี 2568 สำหรับไบโอเอทานอล 5% จะต้องใช้เอทานอล 2.29 ล้านกิโลลิตรต่อปี ซึ่งมากเกินกว่ากำลังการผลิตไบโอเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงประจำปีในปัจจุบันที่ 70,000 กิโลลิตร

คำตอบต่อประเด็นข้างต้น คือ ผลผลิตน้ำตาลที่มากขึ้น ซึ่งประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ประกาศแผนการเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อยเกือบ 4 เท่า เป็น 700,000 เฮกตาร์ เพื่อให้มีน้ำตาลเพียงพอสำหรับการใช้เป็นอาหาร และเชื้อเพลิงในอีก 5 ปี

เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา อินโดนีเซียเพิ่มอัตราส่วนผสมไบโอดีเซลบังคับ เป็นน้ำมันปาล์ม 35 % จากเดิม 30% ในปี 2563 ซึ่งโครงการระยะเวลา 8 ปีของประเทศลดการนำเข้าน้ำมันดีเซล, ช่วยเปลี่ยนการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดให้เกินดุล และลดผลผลิตส่วนเกิน ซึ่งเป็นผลมาจากความยากลำบากที่เพิ่มขึ้น ในการขนส่งน้ำมันปาล์มไปยังยุโรป

กระทรวงพลังงานอินโดนีเซียประมาณการว่า ความต้องการเชื้อเพลิงโดยรวมจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 70 % ภายในปี 2583 จากระดับปี 2563 ซึ่งจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ยุ่งยากซับซ้อนขึ้น จากเดิมที่อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายเมื่อปี 2565 ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 31.89 % ด้วยตัวเอง ภายในปี 2573 หรือ 43.2% ด้วยการสนับสนุนจากนานาชาติ

กระนั้น การพึ่งพาเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างมาก จะช่วยให้อินโดนีเซียบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น และลดข้อจำกัดในการจัดหาเชื้อเพลิง อันมีสาเหตุมาจากความล่าช้า ในการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES