ลีกสูงสุด สปอนเซอร์เจ้าเดิม แต่ชื่อใหม่ “ไฮลักซ์ รีโว่ ไทยลีก” 2021-22 ทีมมหาอำนาจเสริมทัพน่ากลัว
“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช้ำใจมา 2 ปี ไม่มีเวลาให้รออีกแล้ว
ปีที่แล้ว อเล็กซานเดร กามา ก็ทำทีมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังได้แรง จนมีช่วงหนึ่งแอบลุ้นเล็กๆ จะถึงแชมป์ ก่อนจบที่อันดับ 2 คว้าพระรอง 2 ปีติดต่อกัน
เมื่อทิศทางดีแล้ว นักเตะใหม่อาจไม่ได้ขยับอะไรมาก มาแบบเนื้อๆ “นิว” พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี จาก สมุทรปราการ ซิตี้ ส่วนต่างชาติได้ เรบิน ซูลากา กองหลังอิรัก แทน เรนาโต เคลิช ที่ย้ายไปอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี ที่เหลือชุดเดิม ดิเกา, ไมคอน มาเกวส, ซามูเอล โรซา รวมถึง อ่อง ตู โควตาอาเซียน

ที่น่าจับตาคือการก้าวขึ้นมาของขุนพลดาวรุ่ง แม้จะไม่มี ศศลักษณ์ ไหประโคน แต่ดาวดังรายอื่นครบ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ ซึ่งทีแรกว่าจะไปเลสเตอร์ แล้วเงียบไป ไล่ไปถึง รัตนากร ใหม่คามิ กลุ่มนี้ แม้จะไม่สุกงอม แต่ก็ใกล้เคียงเต็มที มีโอกาสระเบิดศักยภาพ
ส่วน “แชมป์เก่า” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด การเปลี่ยนแปลงระหว่างพักฤดูกาล “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน อำลาไป แล้ว ออเรลิโอ วิดมาร์ กลับมาคุมแทน นอกจากนี้ ยังเสีย “กัปตันนิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ การเสริมทัพ หลักๆ มีแค่ เออร์เนสโต้ ภูมิภา
แต่อย่าลืมว่า เลก 2 ของฤดูกาลก่อน บีจี ก็จัดหนักไปแล้ว กับ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต กับ ธีรศิลป์ แดงดา ดังนั้นจะบอกว่าเสริมไม่เยอะ ก็คงไม่ใช่ เพียงแค่เสริมก่อนทีมอื่น
พื้นฐานทีมดีอยู่แล้ว ดังนั้น ยังโหดอยู่ดี

“สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ที่มีลูกฮึดทุกปี ระดมซูเปอร์สตาร์เพียบ เรียกว่าแน่นทีมจนต้องเอาออกบ้าง
ได้ ฟิลิป โรลเลอร์ ดาวซัลโวคนไทยจากฤดูกาลที่แล้ว กับ จอห์น บาจโจ เทพจากสุโขทัย แต่ยังไม่พอใจ ไปคว้า ฮาเวียร์ ปาตินโญ กองหน้าฟิลิปปินส์ มาอีกราย สุดท้าย โจ้ โดนคลุมถุงพาออกไปจากรายชื่อชุดไทยลีก(แต่เจ้าตัวก็อโหสิ ไม่โกรธการตัดสินใจของโค้ช)
แต่ที่ “ปัง” จริง ไม่ใช่ความเคลื่อนไหวของนักเตะ แต่เป็น ดุสิต เฉลิมแสน ที่พกดีกรี 2 ปี 2 แชมป์ลีกมา
ตำแหน่งโค้ช เป็นจุดที่หลายคนคิดว่าท่าเรือหาคนที่ใช่ไม่เจอะที และหากจะมีคนนั้น ก็น่าจะเป็น โค้ชโอ่ง นี่แหละ

ขณะที่ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ยังไงก็มองข้ามไม่ได้ ขจร เจียรวนนท์ ก็ทุ่มทุนมาทุกปี พูดทุกปี ต้องได้ๆ คราวนี้มี “นิว-ฐิติพันธ์” ของใหญ่ ของหนักมาเสริม
“โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน ได้ลอง ได้ปรับทีมมาพักหนึ่งแล้ว ถึงเวลาลงตัว พร้อมออกทัพ

4 ทีมยักษ์นี้ น่าจะฟัดกันสนุก โดยที่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด น่าจะเป็นตัวสอดแทรก ขัดแข้งขัดขา
สำหรับศึกไทยลีกปีนี้ บางสนามเปิดให้แฟนเข้าชม บางสนามยัง โดยมีถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY, ททบ.5, GMM 25 และ PPTV HD

สัปดาห์แรกนี้ ประเดิมคู่แรกของฤดูกาล วันศุกร์ที่ 3 ก.ย.64 “น้องใหม่” หนองบัว พิชญ พบ “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า ที่พิชญ สเตเดียม สังเวียนที่เพิ่งสร้างเสร็จ เตะเวลา 18.00 น.
ดูการดวลกันของกุนซือ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล ที่เพิ่งมาคุม หนองบัว กับ “โจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น
บิ๊กแมตช์ ต้องให้เกียรติ “แชมป์เก่า” บีจี ปทุม ไปเยือน “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่ ชลบุรี สเตเดียม ในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ย. เวลา 18.00 น.
บีจี ปึ้กอยู่แล้ว แต่ ชลบุรี ของ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ขุนพลห้าวเป้ง ไม่แพ้กุนซือ
เรียกว่าเก่งเล็กมาเจอเก่งใหญ่ สำหรับ ชลบุรี นอกจากดาวรุ่งแล้ว ตัวต่างชาติก็ไม่ธรรมดา เรนาโต เคลิช คุมหลัง, เดนนิส มูริลโล กองหน้า แล้วนัดเปิดฤดูกาลแบบนี้ อะไรก็ไม่แน่
ความสนุกของฟุตบอลไทยกลับมาแล้ว เริ่มมันไปพร้อมกันนับแต่บัดนี้.



