เรียนคุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ

ผมอายุ 58 ปี มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องต่อมลูกหมากโต จะขอคำปรึกษาพร้อมคำแนะนำ ก่อนหน้านี้มักจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยมากในเวลากลางคืน ต้องเข้าห้องน้ำคืนละ 4-5 ครั้ง ปัสสาวะออกมาไม่พุ่ง ไหลออกมานิดหน่อยกะปริดกะปรอยสร้างความรำคาญมาก ได้ไปรับการตรวจจากแพทย์ที่โรงพยาบาลในจังหวัด แพทย์ตรวจร่างกายเจาะเลือดไปตรวจก็พบว่าป่วยเป็นต่อมลูกหมากโต จัดยามาให้กินเพื่อลดอาการดังกล่าว หลังจากกินยาได้ช่วงเวลาหนึ่ง การแข็งตัวของอวัยวะเพศมักไม่เต็มที่ สอดใส่ไม่ได้เลย จึงกลับไปพบแพทย์ผู้รักษาอีกครั้ง คราวนี้ได้ยาเฉพาะกิจมากินเสริมด้วย การแข็งตัวดี แต่ไม่สามารถถึงจุดสุดยอดด้วยการหลั่งได้ ปัญหาคือ มียาชนิดไหนบ้างที่สามารถทำให้อวัยวะแข็งตัวได้ดี และถึงจุดสุดยอดได้บ้าง

ด้วยความนับถือ
วิรุต 58

ตอบ วิรุต 58
ปกติแล้วต่อมลูกหมากจะโตขึ้นตามวัย และโตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น พบมากขึ้นในชายวัย 45 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์บริเวณนั้นเจริญเติบโตขึ้นรวดเร็ว พบว่าต่อมลูกหมากที่โตขึ้นนี้จะเริ่มอุดตันหลอดปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก และการอุดตันทำให้ปัสสาวะคั่งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมากกว่าปกติ จะสังเกตได้ว่ามักจะเกิดในผู้ชายวัย 60 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจโตมากจนปัสสาวะไม่ออก จนเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุเหล่านั้นได้ โรคต่อมลูกหมากโต (BPH) คือ ภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เนื่องจากตำแหน่งของต่อมลูกหมากจะอยู่ในบริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ ด้วยเหตุที่ต่อมลูกหมากจะห่อหุ้มท่อปัสสาวะส่วนต้นไว้

ดังนั้นเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น อาจกดทับท่อปัสสาวะให้ตีบเล็กลง ส่งผลให้คนไข้มีอาการปัสสาวะติดขัด นอกจากนี้ต่อมลูกหมากโตอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผนังกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะหนาขึ้น เนื่องจากต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับน้ำปัสสาวะให้ผ่านท่อแคบ ๆ และเมื่อผนังกระเพาะปัสสาวะหนาขึ้นก็จะส่งผลต่อความสามารถในการกักเก็บน้ำปัสสาวะลดลง คนไข้จึงต้องปัสสาวะบ่อย และอาจได้รับการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะขึ้นมาอย่างกะทันหันได้ นอกจากนี้ในคนไข้ที่เป็นต่อมลูกหมากโตมักจะมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามมาไม่ว่าจะเป็นการแข็งตัวไม่เต็มที่ และไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ จึงส่งผลทำให้คนไข้กลุ่มนี้ไม่มีความสุขทางเพศได้เท่าที่ควร

ปัจจุบันมียารักษาคนไข้ต่อมลูกหมากโตและมีอาการอีดีร่วมด้วย ยาที่ใช้จะเป็นยาในกลุ่มพีดีอี 5 ไอ ขนาด 5 มก. วันละครั้งเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าคนไข้มีการแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น และอาจถึงจุดสุดยอดหลั่งน้ำอสุจิได้ ที่สำคัญคือต้องใช้วิธีฟื้นฟูกล้ามเนื้อเพศและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้สามารถแข็งตัวได้ดีขึ้นถึง 100% ต้องปรึกษาแพทย์เท่านั้นจึงจะทำได้แล้วการหลั่งจะไม่มีปัญหา ยาเพียงช่วยได้แค่ 50% การรักษาอาการอีดีในคนไข้แต่ละรายไม่เหมือนกัน การรักษาจะต้องอาศัยหลาย ๆ วิธีร่วมกัน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้เป็นหลัก.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51