สเปซเอ็กซ์ ยอมรับว่า เครื่องยนต์ราพอร์ตอันทรงพลังหลายเครื่อง จากทั้งหมด 33 เครื่อง ของจรวด “ซูเปอร์ เฮฟวี” ทำงานอย่างผิดปกติขณะขึ้นสู่ท้องฟ้า ที่ระดับความสูงประมาณ 29 กิโลเมตร อีกทั้งจรวดบูสเตอร์ กับ ยานสตาร์ชิป ยังไม่สามารถแยกออกจากกันตามที่ออกแบบไว้ ส่งผลให้ศูนย์ปฏิบัติการภาคพื้นดินป้อนคำสั่งให้จรวดระเบิดทำลายตัวเอง ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของสเปซเอ็กซ์ รวมถึง มัสก์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง, ผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ) และหัวหน้าวิศวกร ยกย่องการทดสอบบินครั้งนี้ว่า บรรลุวัตถุประสงค์หลักของการปล่อยยานออกจากฐาน โดยไม่ระเบิดตั้งแต่อยู่บนพื้นดิน และให้ข้อมูลมากมายที่จะพัฒนายานสตาร์ชิป ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นได้

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 คน ในด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ กับด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ ต่างเห็นพ้องตรงกันว่า การทดสอบการบินดังกล่าวของสเปซเอ็กซ์ “มีประโยชน์”

“นี่คือความล้มเหลวที่ประสบความสำเร็จ ตามแบบฉบับดั้งเดิมของสเปซเอ็กซ์” ศ.การ์เรตต์ ไรส์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นอดีตลูกเรือขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) และที่ปรึกษอาวุโสของสเปซเอ็กซ์ กล่าว

ไรส์แมน กล่าวว่า สเปซเอ็กซ์ประหยัดเงินมากขึ้นในระยะยาว และใช้เวลาน้อยลงในการระบุและแก้ไขข้อบกพร่องด้านวิศวกรรม โดยรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในกระบวนการพัฒนา แทนที่จะให้ทีมงานขนาดใหญ่ทำงานเป็นเวลาหลายปี เพื่อพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบ ก่อนดำเนินการทดสอบ

Wall Street Journal

ขณะที่ นางทันยา แฮร์ริสัน นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยจากสถาบันอวกาศส่วนนอก ของมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย กล่าวว่า การออกจากฐานปล่อยจรวด และขึ้นผ่านจุดวิกฤติที่เรียกว่า “แรงดันทางอากาศพลศาสตร์สูงสุด” คือ ความสำเร็จครั้งสำคัญในการบินครั้งแรกของระบบปล่อยจรวดที่มีขนาดใหญ่ และซับซ้อนเช่นนี้

“มันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทดสอบ” แฮร์ริสัน กล่าวในการให้สัมภาษณ์ “มันมีอุบัติเหตุมากมายเกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามออกแบบจรวดลำใหม่ และความจริงที่ว่าจรวดถูกปล่อยออกไปได้นั้น ทำให้หลายคนมีความสุขมาก”

แฮร์ริสัน กล่าวต่อไปว่า ความเสี่ยงของการทดสอบบินเพียงครั้งเดียวเป็นเรื่องเล็ก เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับกลับมา ซึ่ง สตาร์ชิป คือ จรวดขนาดใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติพยายามสร้างขึ้น อีกทั้งมันถูกออกแบบมาเพื่อบรรทุกสินค้าและผู้คนไป-กลับจากห้วงอวกาศ ได้มากกว่ายานอวกาศใด ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS