อึงเวนกาเก็บรวบรวมธนบัตรสกุลเงินต่างประเทศที่ฉีกขาด หรือเปรอะเปื้อน ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการของซูเปอร์มาร์เกต และผู้ค้าอื่น ๆ ด้วยการจ่ายเงินให้ลูกค้า 50% ของมูลค่าธนบัตรที่พวกเขานำมามอบให้ โดยส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ หรือแรนด์แอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในซิมบับเว
“หลายสิ่งแย่ลงหลังจากการระบาดของโรคโควิด-19 มันเหมือนกับว่า ทุกคนในตอนนี้ต่างออกมาขายอะไรสักอย่างตามถนน เพราะมันแทบไม่มีการจ้างงานอย่างเป็นทางการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ” อึงเวนกา กล่าว
อึงเวนกาเรียกตัวเองว่าเป็น “นายหน้า” ของพ่อค้าคนกลางซึ่งมีผู้ติดต่อในสหรัฐ, แอฟริกาใต้ หรือธนาคารในประเทศ พวกเขาจะรับแลกเปลี่ยนธนบัตรที่เสียหาย เป็นธนบัตรสภาพดี ตลอดจนมอบเงินสดย่อย และจ่ายค่านายหน้าให้เขา
แม้อัตราเงินเฟ้อของซิมบับเว จะลดลงตั้งแต่เดือน ส.ค. 2565 จากเดิมที่สูงถึง 285% อย่างไรก็ตาม มันยังอยู่ที่ 87.6% ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวซิมบับเว ต้องหาวิธีที่สร้างสรรค์เพื่อเอาชีวิตรอด
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ซึ่งเป็นหนึ่งในทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงาน เมื่อไม่นานมานี้ 76% ของการจ้างงานในซิบบับเวตอนนี้อยู่ในภาคนอกระบบ หรือการขายสินค้าหรือบริการโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับทางการ ซึ่งเศรษฐกิจนอกระบบเช่นนี้ รวมถึงการเรียกเก็บเงินจำนวนมหาศาลจากธนาคาร และความไม่ไว้วางใจในภาคส่วนการธนาคาร ทำให้ชาวซิมบับเวเลือกที่จะทำการซื้อขายด้วยเงินสด หรือการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ
ยิ่งไปกว่านั้น การทุจริตและปัญหาทางเศรษฐกิจที่มีมานานหลายสิบปี ทำให้เกิดการเสื่อมโทรมทางโครงสร้างพื้นฐาน ของถนนภายในเมือง และภายในประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับชาวซิมบับเวหลายคน ในการซ่อมหลุมบ่อทั่วเมือง เพื่อแลกกับเงินจำนวนเล็ก ๆ น้อย ๆ จากผู้ขับขี่ที่รู้สึกขอบคุณ หรือเห็นอกเห็นใจพวกเขา
ทั้งนี้ ผู้ค้าขายในเศรษฐกิจนอกระบบประมาณ 5.2 ล้านคนของซิมบับเว เป็นผู้หญิงในสัดส่วน 65% ซึ่งรัฐบาลต้องการทำให้ภาคส่วนเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตนี้ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อเพิ่มรายได้จากภาษี ด้วยการปราบปรามธุรกิจขนาดเล็ก, ส่งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไปตรวจสอบใบอนุญาตการค้า และปรับเงินผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม
เนื่องด้วยการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดเป็นเรื่องที่ลำบากขึ้น อันเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง, วิกฤติค่าครองชีพ และการว่างงานในวงกว้าง ชาวซิมบับเวจึงรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสะท้อนถึงคำกล่าวยอดนิยมบนสื่อสังคมออนไลน์ของซิมบับเวที่ว่า “ความฝันของชาวซิมบับเว คือการออกจากซิมบับเว”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



