“ฉันรักงูเพราะพวกมันไม่เสแสร้ง” ฉ่วย เล กล่าวในศูนย์พักพิงงูที่กลุ่มนักกำจัดงูดูแล โดยมีงูเหลือมตัวหนึ่งพันรอบตัวเธออยู่ “ถ้ายอมรับธรรมชาติของพวกมัน คุณจะรู้ว่าพวกมันน่ารัก”

โก โท อ่อง วัย 40 ปี ที่ปรึกษาของ ฉ่วย เล กล่าวว่า เขาเคยเข้ารักษาในโรงพยาบาลถึง 7 ครั้ง นับตั้งแต่เขาเริ่มจับงูเมื่อปี 2559 ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับเธอ

ทีมของพวกเขา ซึ่งมีชื่อว่า “ฉ่วย เมตตา” หรือ “ความรักทองคำ” ในภาษาพม่า มีสมาชิกประมาณ 12 คน และจับงูได้ราว 200 ตัว รอบเมืองย่างกุ้ง เมื่อปีที่แล้ว

คลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นภาพที่ทั้งสองคนดึงงูออกจากท่อของอ่างล้างจาน หรือชายคาของหลังคา ทำให้พวกเขาได้รับสมญานาม “เจ้าชายงู” และ “เจ้าหญิงงู” จากสื่อท้องถิ่น

พวกเขาจับงูหลามพม่าได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมันเป็นงูไม่มีพิษที่มีความยาวประมาณ 5 เมตร เมื่อโตเต็มวัย และใช้วิธีการรัดเหยื่อของพวกมันจนตาย ได้แก่ หนู และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอื่น ๆ

ตามข้อมูลตัวเลขล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ชาวเมียนมามากกว่า 15,000 คน ถูกงูกัดในปี 2557 โดยในจำนวนข้างต้น เป็นผู้เสียชีวิต 1,250 ราย นับเป็นอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าหลายประเทศ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากระบบการรักษาพยาบาลที่เปราะบาง และการเข้าถึงยาต้านพิษที่ไม่ดีพอของเมียนมา

โก โท อ่อง กล่าวว่า การรู้จักและจำแนกชนิดของกลิ่นเหม็น เป็นทักษะอีกอย่างหนึ่งที่นักจับงูต้องฝึกฝนให้คุ้นชิน และเชี่ยวชาญ เพื่อระบุสายพันธุ์ของงู ก่อนที่จะทำการกำจัดพวกมัน เช่น งูเห่ามีกลิ่นเหมือน “ของเน่า” แต่งูเหลือมมีกลิ่นเหม็นกว่านั้นมาก จนอาจทำให้บางคนอาเจียนในบางครั้งได้ด้วย

ช่วงปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ทีมฉ่วย เมตตา เดินเข้าไปในป่าทึบที่ร้อนระอุของเนินเขาบาโกโยมา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 150 กิโลเมตร โดยสมาชิกแต่ละคนแบกกระสอบที่มีงูเหลือมไว้บนบ่า จนกว่าพวกเขาจะเดินทางถึงจุดที่เหมาะสม เพื่อปล่อยพวกมัน

งูบางตัวอยู่ในอาการมึนงง ซึ่งทีมงานต้องใช้ไม้จิ้มเบา ๆ เพื่อให้พวกมันเลื้อยไปต่อ แต่หลังจากการอยู่ในกรงนานหลายสัปดาห์ และการเดินทางด้วยรถยนต์นาน 5 ชั่วโมง ฉ่วย เล รู้สึกเห็นใจงูที่ได้รับการปล่อยสู่ป่า

“ไม่มีใครชอบความรู้สึกของการถูกกักขัง” เธอกล่าวหลังจากงูตัวสุดท้ายเลื้อยหายไป และหวังว่ามันจะไม่กลับมาอีก “ฉันดีใจที่ได้ปล่อยงู และจากมุมมองของความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ฉันรู้สึกพึงพอใจ”.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP