“ฉันรักงูเพราะพวกมันไม่เสแสร้ง” ฉ่วย เล กล่าวในศูนย์พักพิงงูที่กลุ่มนักกำจัดงูดูแล โดยมีงูเหลือมตัวหนึ่งพันรอบตัวเธออยู่ “ถ้ายอมรับธรรมชาติของพวกมัน คุณจะรู้ว่าพวกมันน่ารัก”
โก โท อ่อง วัย 40 ปี ที่ปรึกษาของ ฉ่วย เล กล่าวว่า เขาเคยเข้ารักษาในโรงพยาบาลถึง 7 ครั้ง นับตั้งแต่เขาเริ่มจับงูเมื่อปี 2559 ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับเธอ
ทีมของพวกเขา ซึ่งมีชื่อว่า “ฉ่วย เมตตา” หรือ “ความรักทองคำ” ในภาษาพม่า มีสมาชิกประมาณ 12 คน และจับงูได้ราว 200 ตัว รอบเมืองย่างกุ้ง เมื่อปีที่แล้ว
VIDEO: Shwe Lei and her team wrestle writhing pythons into old rice sacks and load them into a van. It's just another day in the life of Myanmar's premier snake removal squad, prising pythons and cobras before returning them to their natural habitat. pic.twitter.com/De6lgyP7af
— AFP News Agency (@AFP) May 1, 2023
คลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นภาพที่ทั้งสองคนดึงงูออกจากท่อของอ่างล้างจาน หรือชายคาของหลังคา ทำให้พวกเขาได้รับสมญานาม “เจ้าชายงู” และ “เจ้าหญิงงู” จากสื่อท้องถิ่น
พวกเขาจับงูหลามพม่าได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมันเป็นงูไม่มีพิษที่มีความยาวประมาณ 5 เมตร เมื่อโตเต็มวัย และใช้วิธีการรัดเหยื่อของพวกมันจนตาย ได้แก่ หนู และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอื่น ๆ
ตามข้อมูลตัวเลขล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ชาวเมียนมามากกว่า 15,000 คน ถูกงูกัดในปี 2557 โดยในจำนวนข้างต้น เป็นผู้เสียชีวิต 1,250 ราย นับเป็นอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าหลายประเทศ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากระบบการรักษาพยาบาลที่เปราะบาง และการเข้าถึงยาต้านพิษที่ไม่ดีพอของเมียนมา
โก โท อ่อง กล่าวว่า การรู้จักและจำแนกชนิดของกลิ่นเหม็น เป็นทักษะอีกอย่างหนึ่งที่นักจับงูต้องฝึกฝนให้คุ้นชิน และเชี่ยวชาญ เพื่อระบุสายพันธุ์ของงู ก่อนที่จะทำการกำจัดพวกมัน เช่น งูเห่ามีกลิ่นเหมือน “ของเน่า” แต่งูเหลือมมีกลิ่นเหม็นกว่านั้นมาก จนอาจทำให้บางคนอาเจียนในบางครั้งได้ด้วย
ช่วงปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ทีมฉ่วย เมตตา เดินเข้าไปในป่าทึบที่ร้อนระอุของเนินเขาบาโกโยมา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 150 กิโลเมตร โดยสมาชิกแต่ละคนแบกกระสอบที่มีงูเหลือมไว้บนบ่า จนกว่าพวกเขาจะเดินทางถึงจุดที่เหมาะสม เพื่อปล่อยพวกมัน
งูบางตัวอยู่ในอาการมึนงง ซึ่งทีมงานต้องใช้ไม้จิ้มเบา ๆ เพื่อให้พวกมันเลื้อยไปต่อ แต่หลังจากการอยู่ในกรงนานหลายสัปดาห์ และการเดินทางด้วยรถยนต์นาน 5 ชั่วโมง ฉ่วย เล รู้สึกเห็นใจงูที่ได้รับการปล่อยสู่ป่า
“ไม่มีใครชอบความรู้สึกของการถูกกักขัง” เธอกล่าวหลังจากงูตัวสุดท้ายเลื้อยหายไป และหวังว่ามันจะไม่กลับมาอีก “ฉันดีใจที่ได้ปล่อยงู และจากมุมมองของความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ฉันรู้สึกพึงพอใจ”.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP





