เป็นเวลานานกว่า 11 ปี ที่ซีเรียถูกระงับสถานภาพสมาชิกสันนิบาตอาหรับ อันเป็นผลมาจากการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงและเป็นชนวนให้เกิดสงครามกลางเมืองยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน ซึ่งฉันทามติที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศประชาคมอาหรับ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด คือ การจัดการปัญหาของซีเรียนั้น จำเป็นต้องมีรัฐบาลดามัสกัสร่วมตัดสินใจ
เมื่อเข้าใจว่าวิกฤติของซีเรีย เป็นปัญหาในประชาคมอาหรับ รัฐอาหรับจึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินกลยุทธ์ของอาหรับ เพื่อเอาชนะผลกระทบที่ร้ายแรงและไม่มั่นคงของความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ นายอารอน ลุนด์ นักวิชาการจาก “เซ็นจูรี อินเทอร์เนชั่นแนล” และนักวิเคราะห์ตะวันออกกลาง ระบุว่า การกลับมาเป็นสมาชิกในสันนิบาตอาหรับแบบเต็มตัว ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของรัฐบาลซีเรีย
“การกลับมาเป็นสมาชิกสันนิบาตอาหรับ แสดงให้เห็นว่า ซีเรียกำลังกลับสู่ภูมิภาค และผู้นำอาหรับคนอื่น ๆ ต่างมั่นใจว่า อัสซาด จะไม่ไปไหน ดังนั้น มันจึงเป็นชัยชนะทางการเมืองของรัฐบาลดามัสกัส” ลุนด์ กล่าว “แต่เรื่องนี้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมน้อยมาก เพราะซีเรียต้องการความช่วยเหลือและการลงทุนอย่างมาก ซึ่งสันนิบาตอาหรับไม่สามารถมอบให้ได้ แต่รัฐอาหรับในภูมิภาคอ่าว สามารถทำได้”
แม้รัฐอาหรับบางแห่ง เช่น กาตาร์, คูเวต และโมร็อกโก ยังไม่ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลดามัสกัส แต่รัฐบาลริยาด ใช้อิทธิพลของตน ในฐานะผู้นำโลกอาหรับและโลกอิสลาม เพื่อโน้มน้าวให้พวกเขาไม่ขัดขวาง การที่ซีเรียกลับสู่สันนิบาตอาหรับอีกครั้ง
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยรัฐบาลริยาด และประเทศอื่น ๆ ในประชาคมอาหรับ เลือกที่จะจัดการกับรัฐบาลดามัสกัส ตามวิธีที่พวกเขารับรู้ถึงผลประโยชน์ผลแห่งชาติในประเทศของตนเอง อีกทั้งจากมุมมองของรัฐบาลอาหรับในหลายประเทศ กลยุทธ์ในปัจจุบันของสหรัฐกับชาติตะวันตกที่มีอำนาจ ในการแบ่งแยกซีเรียนั้น “ไม่ยั่งยืน”
อนึ่ง การคว่ำบาตรซีเรียของชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กฎหมายซีซาร์” ของรัฐบาลวอชิงตัน คืออุปสรรคใหญ่หลวงในปัจจุบัน ที่ขัดขวางการลงทุนในซีเรียของซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และประเทศอาหรับอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า รัฐบาลอาบูดาบี กับรัฐบาลริยาด มองว่า กฎหมายซีซาร์เป็นอุปสรรคชั่วคราว ที่รัฐบาลวอชิงตันจะยกเลิก หรือผ่อนปรน แม้จะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ก็ตาม โดยยูเออี และซาอุดีอาระเบีย สันนิษฐานว่า มันจะต้องมีจุดที่พวกเขาสามารถเริ่มลงทุนในซีเรียหลังความขัดแย้ง และใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของพวกเขา เพื่อให้ได้รับอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้นในซีเรีย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



