เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ศาลฎีกา สนามหลวง คณะกรรมการไต่สวนอิสระ ที่ตั้งขึ้นโดยประธานศาลฎีกา ได้นัด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. ในขณะนั้น นายสุรสิทธิ์ คนขับรถประจำตัวของนายเอกวิทย์ รวม 4 คน ความผิดเกี่ยวกับปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีที่นายเอกวิทย์ เรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท จากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ถูก ป.ป.ช. ไต่สวนคดีรับผลประโยชน์จากเว็บพนันออนไลน์
ในวันนี้ผู้สื่อข่าวหลายสำนักมาปักหลักรอทำข่าว ที่จุดอนุญาตบริเวณฝั่งคลองหลอด แต่ไม่พบผู้ถูกกล่าวหาโดยมีรายงานว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้ประตูของศาลฎีกาอื่นในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
มีรายงานว่า องค์คณะกรรมการไต่สวนอิสระได้ใช้พื้นที่ของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นห้องไต่สวน ซึ่งห้องดังกล่าวไม่ได้เป็นห้องที่เป็นบัลลังก์พิจารณาคดี
โดยองค์คณะผู้ไต่สวนอิสระ ในวันนี้จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนเช่น พนักงานสอบสวนทำการซักถามผู้ต้องหาด้วยตนเอง โดยเมื่อว่าการแจ้งข้อหาและไต่สวน จะมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงในห้องที่มีการจัดที่นั่งเป็นรูปตัวยู และที่นั่งของผู้ถูกกล่าวหาตั้งอยู่ข้างหน้า เป็นที่นั่งมีไมค์ 4 ตัว คอยตอบคำถามการไต่สวน
สำหรับกระบวนการแจ้งข้อหา และการไต่สวนในวันนี้จะเป็นกระบวนการลับ ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลต่อสื่อมวลชน
‘ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.’ ปัดไม่ทราบข้อมูล ส่งฟ้อง ‘เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊ก’ คดีสินบนทองคำ
โดยจะมีการแจ้งข้อหาพร้อมไต่สวนถ้อยคำด้วยตนเอง เรียกว่าแทบจะไม่ต่างจากการไต่สวนในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีความเข้มข้นและกดดันจากภูมิความรู้ของผู้ไต่สวน
โดยหลายฝ่ายมองว่าหากผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้แสดงพยานหลักฐานเชิงประจักษ์จนสิ้นสงสัย เกรงว่าสุดท้ายแล้วผลการสอบสวนและมติว่าจะชี้มูลหรือไม่ มีโอกาสจะออกมาในทางลบค่อนข้างสูง
สำหรับคดีสินบนทองคำ สืบเนื่องมาจากคดีเว็บพนันออนไลน์ที่บิ๊กโจ๊กถูกกล่าวหา ทางฝ่ายสืบสวน (บก.ปปป.) ได้สืบทราบข้อมูลและหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็น “เคลียร์คดี” ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้สำนวนคดีเว็บพนันหลุดพ้นไป ต่อมาจึงมีการพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่า มีการนำทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท ไปมอบให้เพื่อเป็นสินบนแก่ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช. ที่กำกับดูแลหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสำนวนคดีในขณะนั้น
โดยทางตำรวจมีการรวบรวมสำนวนส่งต่อให้อัยการพิจารณาฟ้องร้องในความผิดฐานให้และรับสินบน รวมถึงปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (ม.157)
ซึ่งทางฝั่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันในความบริสุทธิ์และปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยให้ทนายความดำเนินการสู้คดีตามกระบวนการ และโต้แย้งขั้นตอนการทำสำนวนของตำรวจ
แต่คดีนี้มี นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเสียเอง ป.ป.ช. จึงไม่สามารถใช้อำนาจไต่สวนได้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ได้ให้อำนาจประธานศาลฎีกาในการตั้งผู้ไต่สวนอิสระ 9 คนประกอบด้วย
1.นายชวลิต อิศรเดช (ทำหน้าที่เป็นประธานคณะผู้ไต่สวนอิสระ) รองประธานศาลฎีกา
2.นายเผดิม เพ็ชรกูล หัวหน้าคณะในศาลฎีกา
3.นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษา
4.นายสาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
5.นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด
6.นายสัญจัย จันทร์ผ่อง รองอัยการสูงสุด
7.ศาสตราจารย์ไผทชิต เอกจริยกร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
8.ศาสตราจารย์ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
9.ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
ต่อมา ช่วงเวลา 12.30 น. นายสุรสิทธิ์ พร้อมด้วย นายอมร กุศล ทนายความ เดินทางมาที่ศาลฎีกา ก่อนจะให้สัมภาษณ์ บอกว่า วันนี้พาลูกความมารับทราบข้อกล่าวหาในฐาน ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งได้ให้การปฏิเสธ เบื้องต้นได้ขอชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน คาดว่าจะยื่นส่งข้อมูลในวันที่ 21 ก.ค. นี้ ซึ่งตามขั้นตอนคณะกรรมการไต่สวนอิสระจะพิจารณาจากหลักฐานที่ตนเองยื่นชี้แจง แล้วนำไปพิจารณาว่าจะชี้มูลหรือไม่ ทนายความย้ำว่า ขั้นตอนนี้เป็นเพียงแค่การรับฟังเพื่อไปประกอบการพิจารณา ไม่ได้เป็นการนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี
ส่วนการชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ตนเองไม่ทราบว่าท่านอื่นยื่นชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมดหรือไม่ แต่เบื้องต้นลูกความของตนเองจะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและปฏิเสธข้อกล่าวหาเนื่องจากมองว่าในชั้นตำรวจในการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งส่วนของการบิดเบือนข้อมูลไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวนอิสระ 9 ท่าน
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าตอนนี้คณะกรรมการไต่สวนอิสระมีมติชี้แจงข้อหาถึง 9 ต่อ 0 ตนเองยังไม่ทราบข้อมูลนี้ว่าสื่อมวลชนนำมาจากไหน
ขณะเดียวกันเรื่องของกรณี การอุ้มลูกความของตนเองไปรีดสอบข้อมูลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะนี้ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตภาค 8 ซึ่งตอนนี้ศาลรับไต่สวนแล้ว
นายอมร บอกเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้ ลูกความของตนเองมีความกังวลใจเรื่องคดีสินบนทองคำอย่างมาก แต่พอเห็นข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ในการต่อสู้คดีทั้งหมด ตอนนี้สบายใจขึ้นแล้ว



