เมื่อวันที่ 30 ก.ค. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยกรณี “หญิงไทยวัย 28 ปี” รับจ้างหิ้วถูกจับที่สนามบินญี่ปุ่น ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ปป.1 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ยังคงเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ซึ่งอยู่ระหว่างแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในทุกจุดที่เห็นว่ารถของไรเดอร์ชายได้ใช้เป็นเส้นทางขับขี่ทั้งก่อนและหลังส่งพัสดุให้กับหญิงไทยวัย 28 ปี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบหมายเลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น สีรถ เส้นทางที่ใช้ในการขับขี่จากต้นทางสู่ปลายทาง อย่างไรก็ดี ยังคงต้องขอสงวนข้อมูลในส่วนนี้ไว้ก่อน แต่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าในการขนส่งพัสดุครั้งนี้พบว่ามีไรเดอร์เพียงคนเดียว ไม่ได้มีผู้นั่งในห้องโดยสารมาด้วย แต่ตนยังไม่ขอยืนยันว่าไรเดอร์ดังกล่าว เป็นชายหรือหญิง เพราะเกรงว่าจะไหวตัวทัน และอาจหลบหนีไปก่อน

อีกทั้งระหว่างนี้ เราได้มีการเปิดพื้นที่ให้ไรเดอร์ที่รู้ตัวว่าเป็นคนส่งพัสดุให้หญิงไทยรายดังกล่าวได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ก็ยังไม่มีบุคคลใดเข้าแสดงตัว ยังคงนิ่งเงียบ จึงเป็นข้อสังเกตน่าพิรุธ ถ้าหากว่าเป็นแค่ไรเดอร์ที่รับจ้างขนส่งพัสดุจริง ก็จะต้องมีความหวั่นเกรงที่จะรีบมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าหากนิ่งเงียบไปเช่นนี้ก็มีสิทธิสูงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งอย่างไรแล้วเมื่อมีการรวบรวมหลักฐานจนความประจักษ์ชัดเจน พนักงานสอบสวนตำรวจจะไปดำเนินการขอศาลออกหมายจับในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และร่วมกันส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ตามพยานหลักฐานและพฤติการณ์ทางคดี

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เผยอีกว่า ส่วนกรณีในวันที่ 31 ก.ค. 69 จะเป็นวันที่พนักงานอัยการญี่ปุ่นนัดหมายหญิงไทยฟังคำสั่งคดี ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไอซ์ดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งระหว่างนี้ทาง ป.ป.ส. และทางการญี่ปุ่น ก็ได้มีการประสานข้อมูลรายละเอียดทางคดีอย่างต่อเนื่อง และนอกจากนี้ การขยายผลในส่วนของทางการไทย เราพบความเชื่อมโยงเบื้องต้นว่าไอซ์ลอตนี้ อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายชาวเวียดนาม ที่มีการซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน มีการจับกุมไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากชื่อบัญชีธนาคารที่โอนเงิน จำนวน 3,600 บาท มายังบัญชีธนาคารหญิงไทย ก็มีชื่อเป็นชาวเวียดนามเช่นกัน ขณะนี้จึงพบว่าพฤติการณ์และแผนประทุษกรรมในทั้งสองคดีอาจมีความเกี่ยวข้องกันบางส่วน แต่ยังต้องขยายผลเพื่อให้เห็นความชัดเจนครอบคลุมต่อไปว่า ตัวการที่แท้จริงที่นำยาเสพติดไอซ์ลอตนี้เข้ามาในประเทศไทยคือคนกลุ่มใดบ้าง ก่อนกระจายส่งให้ผู้รับปลายทางที่เป็นคนกลาง มีต้นทางมาจากประเทศไหน เข้ามาอย่างไร ลำเลียงอย่างไร ในห้วงวันที่เท่าไร บรรจุพัสดุภัณฑ์มาอย่างไร ก่อนส่งให้ถึงมือผู้รับเพื่อให้นำพาไปยังประเทศปลายทางที่สาม

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เผยต่อว่า สำหรับรูปลักษณะซองกาแฟของกลางในคดีที่พบว่าถูกยัดไส้ยาเสพติดไอซ์ โดยทางการญี่ปุ่นได้นำตัวอย่างส่งห้องแล็บตรวจพิสูจน์ ซึ่งเราได้รับข้อมูลมาแล้วว่าเป็นซองกาแฟยี่ห้อของประเทศไทย เป็นซองเรียว ถูกบรรจุอยู่ในกล่อง จำนวน 3 กล่อง น้ำหนักกล่องละ 300 กรัม ส่วนไอซ์ที่ถูกยัดไส้ในซองกาแฟ มีน้ำหนักทั้งสิ้น 900 กรัม (ซองละ 3-5 กรัม) โดยพบข้อเท็จจริงว่าซองกาแฟดังกล่าวมีการดัดแปลงและตัดแต่งเพื่อนำไอซ์ซ่อนไว้ด้านใน และซีลปิดซองมิดชิดเรียบร้อย ดังนั้น กรณีคนที่ยังแอบทำอาชีพรับหิ้วสินค้า-ฝากหิ้วไปต่างประเทศที่พร้อมจะรับความเสี่ยง เลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร จริง ๆ แล้ว ก็ควรที่จะเปิดดูและสำรวจบรรจุภัณฑ์โดยรอบให้เรียบร้อยก่อนว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์มีความผิดปกติจากการตัดแต่ง หรือมีร่องรอยผิดปกติของผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพราะคุณจะเห็นเลยว่าซองกาแฟมันสั้นลงจากรูปแบบเดิม.



